
ยักษ์ใหญ่ แห่พลิกโฉมศูนย์การค้า รับรถไฟฟ้า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ยักษ์ใหญ่ ชิงไหวชิงพริบ ชิงกำลังซื้อ เซ็นทรัล-เดอะมอลล์ -เครือทีซีซี กรุ๊ป แห่พลิกโฉมศูนย์การค้า รับรถไฟฟ้า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง ดันมูลค่าอาคาร ที่ดินพุ่ง
KEY
POINTS
- กลุ่มทุนค้าปลีกรายใหญ่ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อปรับโฉมศูนย์การค้าครั้งสำคัญ เพื่อรองรับการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายใหม่และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
- การปรับปรุงมุ่งยกระดับศูนย์การค้าให้เป็นแลนด์มาร์กและศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Center of Life) ของแต่ละย่าน ไม่ใช่แค่แหล่งช้อปปิ้ง
- การลงทุนพลิกโฉมศูนย์การค้าได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง โดยช่วยเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และกระตุ้นราคาที่ดินโดยรอบให้สูงขึ้น
ท่ามกลางภูมิทัศน์ค้าปลีกไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ได้เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างเร่งลงทุน พลิกโฉมโครงการครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป ควบคู่กับปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายใหม่ การขยายตัวของเมือง และการช่วงชิงทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อการเดินทางของผู้คน
การแข่งขันในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปรับปรุงพื้นที่ค้าปลีกให้ทันสมัย แต่ยังเป็นการยกระดับโครงการให้ก้าวขึ้นเป็น แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของแต่ละย่าน สร้างภาพจำและดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้ชีวิต จับจ่าย และทำกิจกรรมมากกว่าการเป็นเพียงแหล่งช้อปปิ้ง
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังส่งแรงกระเพื่อมไปสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยศูนย์การค้าขนาดใหญ่กลายเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าอาคารโดยรอบ กระตุ้นการพัฒนาโครงการใหม่ และผลักดันราคาที่ดินให้ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า ศูนย์การค้า ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ค้าปลีก แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองและกำหนดทิศทางการเติบโตของทำเลในอนาคต
พลิกโฉมเดอะมอลล์ 3 รามคำแหง สู่"1981 Soul & Sold" รับสายสีส้ม บูมทำเลทอง
เริ่มจากเดอะมอลล์กรุ๊ป ทุ่มงบกว่า 1,300 ล้านบาท พลิกโฉมเดอะมอลล์ 3 รามคำแหง (สาขาแรกของเดอะมอลล์) สู่โปรเจ็กต์ใหม่ "1981 Soul & Sold" ซึ่งเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 43 ปี ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์และ Cultural Hub แห่งใหม่ของฝั่งตะวันออก ภายใต้แนวคิด Newstalgia โดยเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
การพลิกโฉมครั้งนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่หลงใหลในความคลาสสิก โดยแบ่งพื้นที่เป็นศูนย์รวม สินค้าวินเทจ แฟชั่นสตรีท ศิลปะ แผ่นเสียง และของสะสมหายาก มีการจัดสรรพื้นที่สำหรับคอมมูนิตี้คนรักงานคราฟต์ พื้นที่จัดแสดงงานอาร์ต (Art Exhibition) และจุดแฮงก์เอาต์สังสรรค์
ทั้งนี้นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ของกลุ่มเดอะมอลล์ ทีรักษาย่านเก่าแก่อย่างรามคำแหง ไว้ และเป็นภาพจำของขาช้อปคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน ไม่ได้ทิ้งกลุ่มคนรุ่นเก่าที่ยังหวลระลึกถึง กลิ่นอายของศูนย์การค้าเดอะมอลล์ แห่งนี้ในยุคแรกๆ
นอกจากนี้ที่เป็นไฮไลต์ การมาของรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์-มีนบุรี) โดยเฉพาะ สายสีส้มตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี โดยงานโยธาสร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างติดตั้งระบบ คาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงปลายปี 2570 ถึงต้นปี 2571 ประเมินว่า จะสร้างความคึกคักไม่น้อย ขณะราคาที่ดินขยับไปไกล จากการวิเคราะห์ของกูรูอสังหาริมทรัพย์พบว่าที่ดินบางแปลงบอกขายราคา8 แสนบาทถึง1ล้านบาทต่อตารางวา โดยเฉพาะ ทำเลโดยรอบ"1981 Soul & Sold" ที่ปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียมค่ายใหญ่แบรนด์ดังตั้งอยู่รายรอบ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินอย่างมากบนถนนรามคำแหง
เซ็นทรัลพัฒนาพลิกโฉม3 ทำเล 3ศูนย์การค้าดัง กรุงเทพฯ-ปริมณฑล
เช่นเดียวกับ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) หรือ CPN ทุ่มงบกว่าหมื่นล้านบาทพลิกโฉม 3 สาขาหลักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล บางนา โดยเน้นปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Center of Life) พร้อมรีโนเวทร้านค้าและพื้นที่พักผ่อนให้มีความโปร่งโล่งและทันสมัยยิ่งขึ้น
ที่เป็นไฮไลต์ ทุบสร้างใหม่ 100% คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ พลิกโฉมเป็น "เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์" และเปิดให้บริการ ไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่สร้างปรากฎการณ์คลื่นนักช้อปเรือนแสนจากทั่วสารทิศ เดินทางเข้า‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ โดยงานนี้ เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่มงบ 4,500 ล้านบาท พลิกโฉมที่ดินรัตนาธิเบศร์ 59ไร่ เป็นศูนย์การค้ารูปแบบมิกซ์ยูส นับเป็นการก้าวเดินครั้งสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ในการขยายอาณาจักรค้าปลีกฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือขยายฐานดูดทราฟฟิกข้ามสาย
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรีโนเวทศูนย์การค้าเพื่อความสวยงามทางกายภาพ แต่เป็นการวางกลยุทธ์ยกระดับย่านรัตนาธิเบศร์สู่ ‘The New District of North Bangkok’ เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของศูนย์การค้าตระกูล Ville Series ที่ก้าวข้ามจากคอนเซปต์ Semi-Outdoor ของสาขาอีสต์วิลล์และเวสต์วิลล์ สู่การเป็น Thailand’s First Outdoor-Inspired Indoor Shopping Centre แห่งแรกในไทย ที่นำธรรมชาติเข้ามาหลอมรวมไว้ในพื้นที่ปรับอากาศทั้งหมด เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของคนเมือง
ที่น่าจับตาและสร้างปรากฎการณ์ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เซ็นทรัลพัฒนา กำลังพลิกโฉม เซ็นทรัล บางนา ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี เพื่อยกระดับสู่โครงการมิกซ์ยูสเต็มรูปแบบ โดยศูนย์การค้าโฉมใหม่ เป็นแม่เหล็ก มีกำหนดการเปิดให้บริการใน ไตรมาส 4 ปี 2569 ที่จะสู้ศึกกับบางกอกมอลล์ มิกซ์ยูสโครงการยักษ์ของกลุ่มเดอะมอลล์ที่จะเปิดให้บริการในส่วนของศูนย์การค้า ช่วงปลายปีนี้เช่นเดียวกัน
สำหรับเป้าหมาย ของ เซ็นทรัล บางนา ยกระดับสู่ Elevated Mixed-Use Destination บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ประกอบด้วย ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และโครงการที่อยู่อาศัย (ทั้งคอนโดมิเนียม ESCENT Bangna และโครงการใหม่ในอนาคต)มูลค่าการลงทุน มิกซ์ยูส เซ็นทรัลบางนา โดยเซ็นทรัลพัฒนาตั้งงบรวม การปรับโฉมสาขาอื่นๆ มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 15,000 ล้านบาท โดยมีคอนเซปต์ใหม่ มุ่งเน้นการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าย่านบางนาที่มีกำลังซื้อสูง (Wealth Segment) โดยผสานพื้นที่ไลฟ์สไตล์ พื้นที่สีเขียว พื้นที่สำหรับครอบครัว ศูนย์รวมความบันเทิง และโซนสุขภาพเข้าด้วยกัน ขณะราคาที่ดิน อยู่ที่ 3 แสนบาทต่อตารางวา และมีแนวโน้มขยับต่อเนื่อง รองรับรถไฟฟ้าสายสีเงินที่เชื่อมต่อมาจากสถานีบางนา รถไฟฟ้าสายสีเขียว วิ่งไปตามถนนบางนา-ตราด และเชื่อมเข้ากับอาคารสนามบินสุวรรณภูมิเฟส3 ในอนาคต
เช่นเดียวกับ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ได้พลิกโฉมครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 3 ทศวรรษ ด้วยงบลงทุนกว่า 1,700 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Soul of the District ” โดยได้เปิดให้บริการโฉมใหม่อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เพื่อยกระดับสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก สร้างแรงกระเพื่อมให้กับพื้นที่ไม่น้อย ที่ โครงการที่อยู่อาศัย ต่างปักหมุดรองรับการเติบโตที่จะขยายเพิ่มขึ้น ราคาที่ดินขยับร้อนแรง เพราะมีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินพาดผ่าน
เครือ ทีซีซีกรุ๊ป พลิกโฉมบิ๊กซีราชดำริ- พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ" ศูนย์กลางอาหารระดับโลก
มาที่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ เขตปทุมวัน ดำเนินงานภายใต้เครือทีซีซี (TCC Group) โดยบริหารผ่านบริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในเครือเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี สาขานี้เป็นหนึ่งในสาขาแฟล็กชิปขนาดใหญ่ย่านศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานครที่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00 - 23:00 น.
โดยได้พลิกโฉมครั้งใหญ่เพื่อยกระดับสู่แลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์ โดยเปิดโซนใหม่ 3 ชั้น (5-7) ไฮไลต์เด่นคือชั้น 5 "Landing Thailand" แหล่งรวมของฝากและสินค้าเอกลักษณ์ไทย ชั้น 6 โซนสายมู (ประดิษฐานพระศิวะ) และศูนย์รวมร้านอาหาร รวมถึงบริการพิเศษอย่างทริปล่องเรือฟรี จุดเด่นและบริการหลักๆ
แหล่งรวมสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยว ขึ้นชื่อเรื่องของฝาก ของที่ระลึก และขนมขบเคี้ยวสำหรับลูกค้าชาวต่างชาติ โปรโมชั่นพิเศษ: มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชันลดราคาอย่างต่อเนื่อง เช่น เทศกาลอาหารและบุฟเฟต์ตามฤดูกาล การเดินทาง: ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีชิดลมหรือสถานีสยามแล้วเดินสกายวอล์กเชื่อมเข้าสู่ตัวห้างได้ ขณะราคาที่ดินย่านดังกล่าวไม่ต่ำกว่า3ล้านบาทต่อตารางวา โดยรายล้อมไปด้วยศูนย์การค้าและโรงแรมชั้นนำ
เช่นเดียวกับพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ทายาทเจ้าสัวเจริญ ได้พลิกโฉม สู่ศูนย์กลางด้านอาหารระดับโลกในชื่อ Phenix (ฟีนิกซ์) มูลค่าโครงการกว่า 10,000 ล้านบาทมาระยะหนึ่งแล้ว รับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ พฤติกรรมผู้บริโภคโดยพัฒนาเป็นแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดังระดับมิชลินและร้านระดับตำนานกว่า 200 ร้าน พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตคอนเซปต์ใหม่
จุดเด่นของโครงการ Phenixเป็นศูนย์รวมอาหารครบวงจร (Food Ecosystem Destination): เป็นทั้งแหล่งค้าส่งและค้าปลีกอาหารขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 69,000 ตารางเมตร มีฟู้ดเลานจ์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมร้านดังระดับตำนานและร้านมิชลินไกด์มาไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ มี Big C at Phenix ซูเปอร์มาร์เก็ตบิ๊กซีคอนเซปต์ใหม่ที่ชั้น G ซึ่งรวมสินค้าวัตถุดิบกว่า 50,000 รายการ ทั้งสำหรับ B2C และ B2B พร้อมโซน Live Promotion Corner สำหรับไลฟ์สไตล์การชอปปิ้งยุคดิจิทัล PhenixBox แพลตฟอร์มเครือข่ายออนไลน์ที่เชื่อมต่อผู้ซื้อและผู้ประกอบการธุรกิจอาหารเข้าด้วยกัน
โดยทำเลนี้ มีรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) พาดผ่าน และมีสถานีใต้ดิน เชื่อมเข้าสู่ศูนย์การค้าแห่งนี้ได้ เรียกว่า เป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญ ขณะราคาที่ดินอยู่ที่ 1.5ล้านบาทต่อตารางวา แนวโน้มหากรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดให้บริการ ราคาปรับขึ้นเป็น2ล้านบาทต่อตารางวา
เรียกว่าน่าจับตายิ่งเมื่อยักษ์ใหญ่ ต่างขยับชิงไหวชิงพริบ รองรับกำลังซื้อ และเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองครั้งสำคัญท่ามกลางเศรษฐกิจโลกเศรษฐกิจประเทศชะลอตัว







