thansettakij
thansettakij
CG Capital ชี้ทุนโลกไหลเข้าไทย หนุนอสังหาฯ หรูโตสวนวิกฤต

CG Capital ชี้ทุนโลกไหลเข้าไทย หนุนอสังหาฯ หรูโตสวนวิกฤต

27 มิ.ย. 69 | 03:10 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 69 | 03:14 น.

CG Capital มองตลาดอสังหาฯ Ultra-Luxury ไทยยังเติบโตสวนเศรษฐกิจโลก จากกระแสย้ายถิ่นฐานของกลุ่มเศรษฐีโลก หนุนโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke มียอดจองแล้วกว่า 60% ก่อนเปิดขายจริง

KEY

POINTS

  • CG Capital ชี้ว่ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWI) ทั่วโลกยังคงเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทาง ทำให้มีเงินทุนไหลเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง
  • เงินทุนดังกล่าวส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักชัวรี โดยเฉพาะกลุ่ม Branded Residences ของไทยเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจโลก
  • ความสำเร็จของโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke ที่มียอดจองกว่า 60% ก่อนเปิดตัว สะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์ที่แข็งแกร่งในตลาดอสังหาฯ หรู

บริษัท ซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จำกัด (CG Capital) ผู้บริหารกองทุน Private Equity ด้านอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป เผยยังมองเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักชัวรี (Ultra-Luxury) ในประเทศไทย พร้อมประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ลงทุนระยะยาวผ่านโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asokeมูลค่า 5,500 ล้านบาท ซึ่งมียอดจองแล้วกว่า 60% ก่อนเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ

ภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วม และหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ซีจี แคปปิตอล จำกัด

นายภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วม และหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ซีจี แคปปิตอล จำกัด กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ประเทศไทยยังคงรักษาความสามารถในการเป็น World Destination สำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (High-Net-Worth Individuals: HNWI) จากหลายประเทศ

โดยดีมานด์ซื้อที่อยู่อาศัยระดับบนไม่ได้ลดลง เพียงแต่ผู้ซื้อมีความพิถีพิถันในการเลือกสินทรัพย์มากขึ้น และให้ความสำคัญกับคุณภาพของโครงการ ทำเล และศักยภาพในการสร้างมูลค่าในระยะยาว

ข้อมูลของ Henley & Partners ระบุว่า จำนวน HNWI ที่ย้ายถิ่นฐานทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 51,000 คนในปี 2556 เป็น 142,000 คนในปี 2568 หรือขยายตัวถึง 178% ภายใน 12 ปี สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการลงทุนและการเลือกประเทศเพื่ออยู่อาศัย

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังพบว่า ประเทศไทยได้อนุมัติวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) ให้กลุ่ม Wealthy Global Citizens แล้วกว่า 6,000 ราย นับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของการลงทุนและการอยู่อาศัยระยะยาว

นายภูมิกล่าวว่า ภาพรวมดังกล่าวส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีของไทยยังมีแนวโน้มเติบโต โดยในปี 2567 ตลาดมีมูลค่าประมาณ 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยปีละ 3.4% ไปจนถึงปี 2572 จากแรงหนุนทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติ

CG Capital จึงให้น้ำหนักการลงทุนในตลาด Branded Residences ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบน โดยปัจจุบันประเทศไทยครองส่วนแบ่งตลาด Branded Residences สูงสุดในเอเชียที่ 23.3% ของมูลค่าตลาดรวมในภูมิภาค 26.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าฟิลิปปินส์และเกาหลีใต้

อีกทั้งข้อมูลของ CBRE Global Branded Residences ยังจัดให้ประเทศไทยมีจำนวนโครงการมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และมีทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ตติดอันดับ 10 เมืองชั้นนำของโลกด้าน Branded Residences

สำหรับความสำเร็จของโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke นายภูมิระบุว่า เกิดจากกลยุทธ์ Right Brand, Right Partners, Right Product ที่ผสานแบรนด์ระดับโลก ทำเลสุขุมวิท และการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Global Citizen เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วไป และตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์คุณภาพในระยะยาว

InterContinental Residences Bangkok Asoke

โครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวม 5,500 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นสำหรับห้องชุดแบบ 2 ห้องนอนอยู่ที่ 44.8 ล้านบาทต่อยูนิต และมียอดจองแล้วมากกว่า 60% ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อศักยภาพของสินทรัพย์ประเภท Branded Residences แม้อยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน

นายภูมิกล่าวเพิ่มเติมว่า จุดแข็งของ CG Capital คือการนำแนวคิดของผู้บริหารกองทุน Private Equity มาใช้ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยพิจารณาทั้งศักยภาพการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ (Capital Appreciation) และคุณภาพการอยู่อาศัย (Living Experience) ควบคู่กัน เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ระดับ World-Class มากกว่าการพัฒนาโครงการเพื่อขายเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดตัว Sales Gallery ของโครงการ InterContinental Residences Bangkok Asoke อย่างเป็นทางการ และเตรียมเปิดให้ลูกค้าเข้าชมห้องตัวอย่างตั้งแต่วันที่ 4-5 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมเดินหน้าหาโอกาสลงทุนใหม่ในธุรกิจ Hospitality และอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักชัวรี เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางของตลาด Branded Residences ในภูมิภาคต่อไป