thansettakij
thansettakij
รู้ไว้ก่อนสาย ตึกแถวเก่าอายุเกินกี่ปี ต้องตรวจสอบความปลอดภัย

รู้ไว้ก่อนสาย ตึกแถวเก่าอายุเกินกี่ปี ต้องตรวจสอบความปลอดภัย

25 มิ.ย. 69 | 04:50 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 05:09 น.

ตึกแถวเก่าอายุเกินกี่ปี ต้องตรวจสอบความปลอดภัยรู้ไว้ก่อนสาย กรุงเทพมหานคร มีตึกแถวจำนวนมากแม้ความนิยมลดลง

KEY

POINTS

  • ตึกแถวไม่มีอายุการใช้งานที่กำหนดตายตัว โดยทั่วไปโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กมีอายุ 50-100 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษามากกว่าตัวเลขอายุ
  • ควรให้วิศวกรตรวจสอบความปลอดภัยทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย เช่น โครงสร้างหลักแตกร้าวลึก อาคารทรุดตัวหรือเอียง หรือคอนกรีตเสื่อมสภาพจนเห็นเหล็กเส้น
  • การประเมินความปลอดภัยไม่ได้ดูแค่อายุ แต่ต้องตรวจสอบครอบคลุมหลายด้าน ทั้งความแข็งแรงของโครงสร้าง การทรุดตัว ระบบไฟฟ้า และความปลอดภัยจากอัคคีภัย

แม้ว่า ความนิยมในการใช้สอยพื้นที่ของตึกแถวอาคารพาณิชย์ จะลดน้อยถอยลงเรื่อยๆตามเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไป ในทางกลับกันพบว่าตึกแถวเก่าในเขตกรุงเทพมหานครยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก กว่า4แสนคูหาโดยหลายอาคารเริ่มเสื่อมสภาพ หมดอายุ และลุกลามไปถึงการพังถล่มก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้อาคารรวมถึง ผู้ที่สัญจรไปมากรุงเทพมหานครประเมินว่ามีมากกว่า1หมื่นคูหา

ความปลอดภัย ไม่มีตัวเลขตายตัวว่ากี่ปีแล้วต้องเลิกใช้งาน

อายุการใช้งานของตึกแถว ในเชิงวิศวกรรมและความปลอดภัย ไม่มีตัวเลขตายตัวว่ากี่ปีแล้วต้องเลิกใช้งาน เพราะขึ้นอยู่กับการออกแบบ วัสดุ การบำรุงรักษา และสภาพโครงสร้าง แต่โดยทั่วไปอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมักถูกออกแบบให้มีอายุใช้งานประมาณ 50–100 ปี หากมีการดูแลรักษาและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม หากอาคารมีอายุหลายสิบปีและพบปัญหา เช่น โครงสร้างแตกร้าว เหล็กเสริมเป็นสนิม พื้นทรุด หรือไม่ได้รับการตรวจสอบความมั่นคง อาจต้องจำกัดการใช้งานหรือหยุดใช้งานบางส่วนจนกว่าจะมีการประเมินโดยวิศวกร

 ตึกแถวเก่าอายุเกินกี่ปี ต้องตรวจสอบความปลอดภัยรู้ไว้ก่อนสาย  กรุงเทพมหานคร มีตึกแถวจำนวนมากแม้ความนิยมลดลง

ตึกแถวไม่มี "วันหมดอายุ"

ตามกฎหมายที่กำหนดว่าต้องเลิกใช้ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กสามารถอยู่ได้นาน 50-100 ปี หากได้รับการดูแลอย่างดี อย่างไรก็ตาม พื้นที่ไม่ควรถูกใช้งานต่อทันที หากมี สัญญาณวิกฤต บ่งชี้ความไม่ปลอดภัย ดังนี้

  • โครงสร้างรับน้ำหนักหลักวิกฤต: เสา คาน หรือตอม่อ มีรอยแตกร้าวลึก จนเห็นเนื้อปูนด้านในหรือเห็นสนิมเหล็กเส้น
  • อาคารเกิดการทรุดตัวหรือเอียง: สังเกตจากรอยแยกชัดเจนระหว่างผนังกับเสา พื้นชั้นล่างทรุดตัวลงจากเดิม หรือตัวตึกเริ่มเอียง
  • คอนกรีตเสื่อมสภาพหลุดร่อน: เนื้อปูนผุกร่อน มีน้ำรั่วซึมสะสมเรื้อรัง หรือมีชิ้นส่วนคอนกรีต (เช่น กันสาด) หลุดร่วงลงมา

หากตึกแถวมีอายุเกิน 20-30 ปีขึ้นไป ไม่ควรตัดสินใจรื้อหรือปล่อยทิ้งร้างทันที ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินและซ่อมแซม

พิจารณาความปลอดภัยของตึกแถว ต้องดูอะไรบ้าง

หากจะพิจารณาความปลอดภัยของตึกแถว ไม่ควรดูแค่ความสวยงามหรืออายุอาคาร แต่ควรตรวจหลายด้าน โดยเฉพาะโครงสร้าง การทรุดตัว และความปลอดภัยจากอัคคีภัย

1. โครงสร้างอาคาร

สิ่งสำคัญที่สุดคือความแข็งแรงของตัวอาคาร

  • มีรอยร้าวขนาดใหญ่ที่เสา คาน หรือผนังรับน้ำหนักหรือไม่
  • พื้นมีการทรุด เอียง หรือแอ่นตัวผิดปกติหรือไม่
  • เสาและคานมีเหล็กโผล่ สนิม หรือคอนกรีตกะเทาะหรือไม่
  • มีการต่อเติมชั้นลอย หลังคา หรือชั้นเพิ่มเติมโดยไม่ได้ออกแบบโครงสร้างรองรับหรือไม่
  • อาคารมีอายุเท่าไร และเคยซ่อมแซมโครงสร้างหรือไม่

2. การทรุดตัวของอาคาร

ตึกแถวในหลายพื้นที่มีปัญหาการทรุดตัว

สังเกตได้จาก

  • ประตูหรือหน้าต่างปิดไม่สนิท
  • พื้นเอียงอย่างเห็นได้ชัด
  • รอยร้าวเฉียงบริเวณมุมประตูหรือหน้าต่าง
  • ตึกติดกันมีระดับพื้นต่างกันมาก

3. ระบบไฟฟ้า

สาเหตุเพลิงไหม้ในตึกแถวจำนวนมากมาจากระบบไฟฟ้า

ควรตรวจว่า

  • สายไฟเก่าหรือชำรุดหรือไม่
  • มีการเดินสายไฟแบบต่อพ่วงหลายจุดหรือไม่
  • มีตู้เบรกเกอร์และเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/ELCB) หรือไม่
  • กำลังไฟรองรับการใช้งานปัจจุบันได้หรือไม่

4. ความปลอดภัยจากอัคคีภัย

ตึกแถวเป็นอาคารที่มีความเสี่ยงเรื่องไฟไหม้ค่อนข้างสูง

สิ่งที่ควรมี

  • ทางหนีไฟที่ใช้งานได้จริง
  • ถังดับเพลิงที่ยังไม่หมดอายุ
  • เครื่องตรวจจับควัน
  • ทางออกฉุกเฉินที่ไม่ถูกปิดกั้น
  • ช่องเปิดหรือเส้นทางสำหรับการช่วยเหลือจากภายนอก

5. ระบบน้ำและสุขาภิบาล

  • ท่อน้ำรั่วซึมหรือไม่
  • มีความชื้นสะสมในผนังหรือเพดานหรือไม่
  • ถังเก็บน้ำและระบบระบายน้ำอยู่ในสภาพดีหรือไม่

ความชื้นสะสมเป็นเวลานานอาจทำให้เหล็กเสริมเกิดสนิมและกระทบโครงสร้างได้

6. การต่อเติมอาคาร

ตึกแถวจำนวนมากมีการต่อเติมด้านหลังหรือดาดฟ้า

สิ่งที่ควรตรวจ

  • มีแบบและได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่
  • น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกระทบโครงสร้างเดิมหรือไม่
  • มีการตัดเสา คาน หรือผนังสำคัญหรือไม่

7. สภาพแวดล้อมรอบอาคาร

  • อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมหรือไม่
  • อยู่ใกล้แหล่งสั่นสะเทือน เช่น รถไฟฟ้า ทางด่วน หรือโรงงานหรือไม่
  • อาคารข้างเคียงมีการทรุดหรือแตกร้าวผิดปกติหรือไม่

สัญญาณอันตรายที่ควรให้วิศวกรตรวจทันที

  • รอยร้าวกว้างเกินประมาณ 2–3 มม. และยังขยายตัว
  • เสาหรือคานแตกร้าว
  • พื้นทรุดหรือเอียงมาก
  • ประตูหน้าต่างบิดเบี้ยวพร้อมกับมีรอยร้าวเพิ่มขึ้น
  • เหล็กเสริมโผล่และเป็นสนิมจำนวนมาก

หากเป็นการ ซื้อหรือเช่าตึกแถว ที่มีมูลค่าสูง แนะนำให้จ้าง สภาวิศวกร หรือวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตเข้าตรวจสภาพอาคาร เพราะหลายปัญหาไม่สามารถประเมินได้จากการมองด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว