
รู้ไว้ก่อนสาย ตึกแถวเก่าอายุเกินกี่ปี ต้องตรวจสอบความปลอดภัย
ตึกแถวเก่าอายุเกินกี่ปี ต้องตรวจสอบความปลอดภัยรู้ไว้ก่อนสาย กรุงเทพมหานคร มีตึกแถวจำนวนมากแม้ความนิยมลดลง
KEY
POINTS
- ตึกแถวไม่มีอายุการใช้งานที่กำหนดตายตัว โดยทั่วไปโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กมีอายุ 50-100 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษามากกว่าตัวเลขอายุ
- ควรให้วิศวกรตรวจสอบความปลอดภัยทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย เช่น โครงสร้างหลักแตกร้าวลึก อาคารทรุดตัวหรือเอียง หรือคอนกรีตเสื่อมสภาพจนเห็นเหล็กเส้น
- การประเมินความปลอดภัยไม่ได้ดูแค่อายุ แต่ต้องตรวจสอบครอบคลุมหลายด้าน ทั้งความแข็งแรงของโครงสร้าง การทรุดตัว ระบบไฟฟ้า และความปลอดภัยจากอัคคีภัย
แม้ว่า ความนิยมในการใช้สอยพื้นที่ของตึกแถวอาคารพาณิชย์ จะลดน้อยถอยลงเรื่อยๆตามเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไป ในทางกลับกันพบว่าตึกแถวเก่าในเขตกรุงเทพมหานครยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก กว่า4แสนคูหาโดยหลายอาคารเริ่มเสื่อมสภาพ หมดอายุ และลุกลามไปถึงการพังถล่มก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้อาคารรวมถึง ผู้ที่สัญจรไปมากรุงเทพมหานครประเมินว่ามีมากกว่า1หมื่นคูหา
ความปลอดภัย ไม่มีตัวเลขตายตัวว่ากี่ปีแล้วต้องเลิกใช้งาน
อายุการใช้งานของตึกแถว ในเชิงวิศวกรรมและความปลอดภัย ไม่มีตัวเลขตายตัวว่ากี่ปีแล้วต้องเลิกใช้งาน เพราะขึ้นอยู่กับการออกแบบ วัสดุ การบำรุงรักษา และสภาพโครงสร้าง แต่โดยทั่วไปอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมักถูกออกแบบให้มีอายุใช้งานประมาณ 50–100 ปี หากมีการดูแลรักษาและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม หากอาคารมีอายุหลายสิบปีและพบปัญหา เช่น โครงสร้างแตกร้าว เหล็กเสริมเป็นสนิม พื้นทรุด หรือไม่ได้รับการตรวจสอบความมั่นคง อาจต้องจำกัดการใช้งานหรือหยุดใช้งานบางส่วนจนกว่าจะมีการประเมินโดยวิศวกร
ตึกแถวไม่มี "วันหมดอายุ"
ตามกฎหมายที่กำหนดว่าต้องเลิกใช้ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กสามารถอยู่ได้นาน 50-100 ปี หากได้รับการดูแลอย่างดี อย่างไรก็ตาม พื้นที่ไม่ควรถูกใช้งานต่อทันที หากมี สัญญาณวิกฤต บ่งชี้ความไม่ปลอดภัย ดังนี้
- โครงสร้างรับน้ำหนักหลักวิกฤต: เสา คาน หรือตอม่อ มีรอยแตกร้าวลึก จนเห็นเนื้อปูนด้านในหรือเห็นสนิมเหล็กเส้น
- อาคารเกิดการทรุดตัวหรือเอียง: สังเกตจากรอยแยกชัดเจนระหว่างผนังกับเสา พื้นชั้นล่างทรุดตัวลงจากเดิม หรือตัวตึกเริ่มเอียง
- คอนกรีตเสื่อมสภาพหลุดร่อน: เนื้อปูนผุกร่อน มีน้ำรั่วซึมสะสมเรื้อรัง หรือมีชิ้นส่วนคอนกรีต (เช่น กันสาด) หลุดร่วงลงมา
หากตึกแถวมีอายุเกิน 20-30 ปีขึ้นไป ไม่ควรตัดสินใจรื้อหรือปล่อยทิ้งร้างทันที ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินและซ่อมแซม
พิจารณาความปลอดภัยของตึกแถว ต้องดูอะไรบ้าง
หากจะพิจารณาความปลอดภัยของตึกแถว ไม่ควรดูแค่ความสวยงามหรืออายุอาคาร แต่ควรตรวจหลายด้าน โดยเฉพาะโครงสร้าง การทรุดตัว และความปลอดภัยจากอัคคีภัย
1. โครงสร้างอาคาร
สิ่งสำคัญที่สุดคือความแข็งแรงของตัวอาคาร
- มีรอยร้าวขนาดใหญ่ที่เสา คาน หรือผนังรับน้ำหนักหรือไม่
- พื้นมีการทรุด เอียง หรือแอ่นตัวผิดปกติหรือไม่
- เสาและคานมีเหล็กโผล่ สนิม หรือคอนกรีตกะเทาะหรือไม่
- มีการต่อเติมชั้นลอย หลังคา หรือชั้นเพิ่มเติมโดยไม่ได้ออกแบบโครงสร้างรองรับหรือไม่
- อาคารมีอายุเท่าไร และเคยซ่อมแซมโครงสร้างหรือไม่
2. การทรุดตัวของอาคาร
ตึกแถวในหลายพื้นที่มีปัญหาการทรุดตัว
สังเกตได้จาก
- ประตูหรือหน้าต่างปิดไม่สนิท
- พื้นเอียงอย่างเห็นได้ชัด
- รอยร้าวเฉียงบริเวณมุมประตูหรือหน้าต่าง
- ตึกติดกันมีระดับพื้นต่างกันมาก
3. ระบบไฟฟ้า
สาเหตุเพลิงไหม้ในตึกแถวจำนวนมากมาจากระบบไฟฟ้า
ควรตรวจว่า
- สายไฟเก่าหรือชำรุดหรือไม่
- มีการเดินสายไฟแบบต่อพ่วงหลายจุดหรือไม่
- มีตู้เบรกเกอร์และเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/ELCB) หรือไม่
- กำลังไฟรองรับการใช้งานปัจจุบันได้หรือไม่
4. ความปลอดภัยจากอัคคีภัย
ตึกแถวเป็นอาคารที่มีความเสี่ยงเรื่องไฟไหม้ค่อนข้างสูง
สิ่งที่ควรมี
- ทางหนีไฟที่ใช้งานได้จริง
- ถังดับเพลิงที่ยังไม่หมดอายุ
- เครื่องตรวจจับควัน
- ทางออกฉุกเฉินที่ไม่ถูกปิดกั้น
- ช่องเปิดหรือเส้นทางสำหรับการช่วยเหลือจากภายนอก
5. ระบบน้ำและสุขาภิบาล
- ท่อน้ำรั่วซึมหรือไม่
- มีความชื้นสะสมในผนังหรือเพดานหรือไม่
- ถังเก็บน้ำและระบบระบายน้ำอยู่ในสภาพดีหรือไม่
ความชื้นสะสมเป็นเวลานานอาจทำให้เหล็กเสริมเกิดสนิมและกระทบโครงสร้างได้
6. การต่อเติมอาคาร
ตึกแถวจำนวนมากมีการต่อเติมด้านหลังหรือดาดฟ้า
สิ่งที่ควรตรวจ
- มีแบบและได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่
- น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกระทบโครงสร้างเดิมหรือไม่
- มีการตัดเสา คาน หรือผนังสำคัญหรือไม่
7. สภาพแวดล้อมรอบอาคาร
- อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมหรือไม่
- อยู่ใกล้แหล่งสั่นสะเทือน เช่น รถไฟฟ้า ทางด่วน หรือโรงงานหรือไม่
- อาคารข้างเคียงมีการทรุดหรือแตกร้าวผิดปกติหรือไม่
สัญญาณอันตรายที่ควรให้วิศวกรตรวจทันที
- รอยร้าวกว้างเกินประมาณ 2–3 มม. และยังขยายตัว
- เสาหรือคานแตกร้าว
- พื้นทรุดหรือเอียงมาก
- ประตูหน้าต่างบิดเบี้ยวพร้อมกับมีรอยร้าวเพิ่มขึ้น
- เหล็กเสริมโผล่และเป็นสนิมจำนวนมาก
หากเป็นการ ซื้อหรือเช่าตึกแถว ที่มีมูลค่าสูง แนะนำให้จ้าง สภาวิศวกร หรือวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตเข้าตรวจสภาพอาคาร เพราะหลายปัญหาไม่สามารถประเมินได้จากการมองด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว







