
เจาะโมเดล HORGA สร้างอีโคซิสเต็มอสังหาฯ มูลค่าหมื่นล้าน
“Horganice” รีแบรนด์สู่ “HORGA” ประกาศยกระดับสู่ผู้สร้างนวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร วางเป้าหมายเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี พร้อมขยายบริการสู่ตลาด พื้นที่เช่า โรงแรม และธุรกิจอสังหาฯ รูปแบบใหม่
KEY
POINTS
- Horganice รีแบรนด์เป็น HORGA เปลี่ยนจากซอฟต์แวร์บริหารหอพักสู่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มุ่งสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) สำหรับอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร
- โมเดลธุรกิจประกอบด้วย 5 แพลตฟอร์มหลัก (Horga Apartment, Living, Market, Merchant, X) เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ผู้เช่า และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเข้าด้วยกัน
- ปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารผ่านแพลตฟอร์มมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายขยายสู่ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (Asset Management) ในอนาคต
จากจุดเริ่มต้นเมื่อกว่า 10 ปีก่อนในฐานะผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับบริหารหอพักและอพาร์ตเมนต์ วันนี้ “Horganice” กำลังก้าวข้ามภาพจำเดิมครั้งใหญ่ ผ่านการรีแบรนด์สู่ “HORGA” พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ในการเป็นผู้นำด้าน Real Estate Innovation ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยทั้งระบบ
การเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับอัตลักษณ์องค์กร แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัท จากผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการหอพักและอพาร์ตเมนต์ สู่การเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทเข้าด้วยกัน ตั้งแต่หอพัก อพาร์ตเมนต์ ตลาด พื้นที่เช่า ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในระบบนิเวศอสังหาริมทรัพย์
จากซอฟต์แวร์บริหารหอพัก สู่แพลตฟอร์มอสังหาฯ ครบวงจร
นายธนวิชญ์ ต้นกันยา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนห้องพักภายใต้ระบบสะสมกว่า 1.5 ล้านห้อง มีการใช้งานระบบมากกว่า 12 ล้านรายการ และมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารผ่านแพลตฟอร์มรวมกว่า 10,000 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดบริการไปสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น หลังจากพบว่าความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จากเดิมที่ต้องการเครื่องมือสำหรับ “การจัดการ” ธุรกิจ สู่ความต้องการเครื่องมือที่ช่วย “สร้างการเติบโต” และยกระดับศักยภาพการแข่งขัน
การรีแบรนด์จึงเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าบทบาทของบริษัทไม่ควรหยุดอยู่เพียงการช่วยให้เจ้าของหอพักบริหารงานได้สะดวกขึ้น แต่ต้องสามารถเป็นกลไกที่ช่วยปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้ใหม่ และผลักดันการเติบโตในระยะยาวให้กับผู้ประกอบการ
5 แพลตฟอร์ม สร้าง Ecosystem ธุรกิจอสังหาฯ
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คือการรวมบริการทั้งหมดไว้ภายใต้แบรนด์ “HORGA” ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วย 5 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ Horga Apartment, Horga Living, Horga Market, Horga Merchant และ Horga X
Horga Apartment ยังคงเป็นธุรกิจแกนหลักของบริษัท โดยทำหน้าที่เป็นระบบบริหารหอพักและอพาร์ตเมนต์แบบครบวงจร ช่วยลดภาระงานของผู้ประกอบการ ตั้งแต่การจัดเก็บค่าเช่า การคำนวณค่าน้ำค่าไฟ การติดตามหนี้ ไปจนถึงการสรุปรายงานผลประกอบการแบบเรียลไทม์
ต่อยอดจากฝั่งผู้ประกอบการมาสู่ผู้เช่า ผ่าน Horga Living แอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้พักอาศัยสามารถชำระค่าใช้จ่าย แจ้งซ่อม และติดตามข้อมูลการอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกผ่านสมาร์ตโฟน
ขณะที่ Horga Market ถือเป็นการขยายธุรกิจสู่เซกเมนต์ใหม่ โดยเกิดจากการนำองค์ความรู้ด้านการบริหารพื้นที่เช่ามาปรับใช้กับธุรกิจตลาดและแผงค้า จนพัฒนาเป็นระบบบริหารตลาดที่ช่วยจัดการพื้นที่ เก็บค่าเช่า และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของแต่ละโซนภายในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คู่ขนานกับ Horga Merchant ซึ่งพัฒนาเพื่อรองรับผู้ค้าในตลาด ให้สามารถจัดการข้อมูลการเช่า การติดต่อกับผู้ดูแลตลาด และการดำเนินงานต่าง ๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชันเดียว
ส่วน Horga X ถูกวางบทบาทเป็นศูนย์รวมนวัตกรรม IoT และบริการเสริมสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาคารและลดต้นทุนการดำเนินงานในอนาคต
ตลาดเช่าฟื้น รับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่
เบื้องหลังการขยายตัวของ HORGA คือการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยให้เช่า ซึ่งกำลังได้รับแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตมากกว่าการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์
จากข้อมูลที่บริษัทติดตามพบว่า อัตราค่าเช่าหอพักโดยเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 3,000-3,200 บาทต่อเดือนในอดีต มาอยู่ที่ 3,800-4,000 บาทต่อเดือน ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในระบบเพิ่มขึ้นจากระดับราว 60% กว่า มาอยู่ที่มากกว่า 70% และบางพื้นที่เข้าใกล้ระดับ 80%
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดเช่ายังมีศักยภาพเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่ม First Jobber หรือคนวัยเริ่มต้นทำงาน ซึ่งกลายเป็นเซกเมนต์สำคัญที่กำลังขยายตัวต่อเนื่อง
นายธนวิชญ์ ยังเผยมุมมองต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคว่า ผู้เช่ากลุ่มใหม่ไม่ได้เปรียบเทียบหอพักกับหอพักเหมือนในอดีต แต่เริ่มเปรียบเทียบหอพักกับคอนโดมิเนียม ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพโครงการ สิ่งอำนวความสะดวก และประสบการณ์การอยู่อาศัย เพื่อแข่งขันกับทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
ปั้น New S-Curve ขยายสู่ Asset Management
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังเป็นที่มาของการสร้าง New S-Curve ให้กับธุรกิจ โดย HORGA ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ขายซอฟต์แวร์ แต่กำลังพัฒนาบทบาทไปสู่ผู้สร้างระบบนิเวศอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน
ภายใต้แผนระยะ 4 ปี บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 25% ต่อปี พร้อมขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมอาคารหอพักและอพาร์ตเมนต์มากกว่า 6,000 อาคารทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังเตรียมขยายบริการไปสู่กลุ่มพื้นที่เช่า ตลาดสด โรงแรมขนาดเล็ก เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ๆ เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
อีกหนึ่งทิศทางที่น่าจับตา คือการต่อยอดจากธุรกิจเทคโนโลยีสู่การบริหารจัดการสินทรัพย์จริง โดยบริษัทเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับพันธมิตรด้านโรงแรม เพื่อยกระดับอาคารเช่าบางส่วนให้สามารถสร้างรายได้จากการปล่อยเช่ารายวันควบคู่กับรายเดือน ภายใต้รูปแบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ในระยะยาว บริษัทมองไปถึงการสร้างเครือข่ายหรือเชนของอาคารพักอาศัยและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการมาตรฐานเดียวกัน คล้ายโมเดลเชนโรงแรมระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ยกระดับมาตรฐานบริการ และสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นให้กับเจ้าของสินทรัพย์
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ HORGA ที่ต้องการเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยในอนาคต
การเดินหน้าภายใต้พันธกิจ “Transforming through Customer-Centric Innovation” จึงสะท้อนความพยายามของบริษัทในการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของการพัฒนานวัตกรรม
ในวันที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และแรงกดดันจากเทคโนโลยีดิจิทัล การรีแบรนด์ของ HORGA จึงอาจเป็นการประกาศบทใหม่ของ PropTech ไทยที่กำลังขยับจากการแก้ปัญหาการจัดการ ไปสู่การสร้างการเติบโตให้กับทั้งอุตสาหกรรมในระยะยาว







