thansettakij
thansettakij
รับสร้างบ้านหวั่นสงครามยืดเยื้อ ต้นทุนพุ่ง 20% ทยอยปรับราคาบ้าน พ.ค.นี้

รับสร้างบ้านหวั่นสงครามยืดเยื้อ ต้นทุนพุ่ง 20% ทยอยปรับราคาบ้าน พ.ค.นี้

09 พ.ค. 69 | 09:25 น.
อัปเดตล่าสุด :09 พ.ค. 69 | 09:27 น.

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านปรับโหมดเฝ้าระวัง หลังสงครามดันต้นทุนก่อสร้างพุ่ง 15-20% สมาชิกทยอยขึ้นราคาบ้าน 3-5% พร้อมชงรัฐเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง

KEY

POINTS

  • สถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้ต้นทุนการก่อสร้างบ้านโดยรวม ทั้งค่าวัสดุ พลังงาน และโลจิสติกส์ ปรับตัวสูงขึ้น 15-20%
  • ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาค่าก่อสร้างประมาณ 3-5% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและรักษามาตรฐานคุณภาพ
  • การปรับขึ้นราคาบ้านจะเริ่มมีผลอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association หรือ HBA) ประเมินภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านไตรมาส 2 ปี 2569 เข้าสู่ภาวะ “ชะลอตัวเล็กน้อยถึงทรงตัว” ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ สงครามในต่างประเทศ และต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเข้าสู่โหมด “เฝ้าระวัง” และเริ่มทยอยปรับราคาบ้านเพื่อสะท้อนต้นทุนจริงตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยว่า สมาคมฯ คาดการณ์ยอดขายของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 จะอยู่ในระดับใกล้เคียงหรืออาจลดลงประมาณ 0-5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

ปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่างที่ได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม ตลาดบ้านระดับบน โดยเฉพาะบ้านราคามากกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป ยังมีกำลังซื้อแข็งแกร่ง และได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่น

ต้นทุนก่อสร้างพุ่งสูง 15-20%

นายอนันต์กร ระบุว่า สถานการณ์สงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโลจิสติกส์ ราคาพลังงาน และต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ทำให้ต้นทุนธุรกิจรับสร้างบ้านปรับตัวสูงขึ้นแล้วประมาณ 15-20%

ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นครอบคลุมตั้งแต่วัสดุโครงสร้างหลัก เช่น เหล็กและโลหะ ที่ได้รับผลกระทบจากราคาแร่เหล็กในตลาดโลก รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมีซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของวัสดุก่อสร้างหลายประเภท ตลอดจนปูนซีเมนต์ กระเบื้อง และราคาน้ำมันที่ผันผวนอย่างหนัก

สมาคมฯ มองว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการยังสามารถรักษามาตรฐานคุณภาพการก่อสร้างเดิมไว้ได้ บริษัทรับสร้างบ้านส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องทยอยปรับราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นประมาณ 3-5% โดยจะเริ่มเห็นการปรับราคาอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส 2 หรือเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

HBA มองว่า ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะสำคัญสำหรับผู้บริโภคที่มีแผนสร้างบ้าน เพราะการตัดสินใจเซ็นสัญญาภายในไตรมาส 2 จะช่วย “ล็อกราคาเดิม” ก่อนที่ต้นทุนใหม่จะถูกนำมาคำนวณและสะท้อนเข้าสู่ราคาก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ

นายอนันต์กร กล่าวว่า แม้ต้นทุนจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องรักษาคุณภาพงานก่อสร้างและมาตรฐานการส่งมอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในระยะยาว

นายอนันต์กร กล่าวว่า แม้อยู่ในภาวะเฝ้าระวัง แต่สมาคมฯ ยังเดินหน้าแผนเชิงรุกในการสร้างการรับรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับมาตรฐานการรับสร้างบ้าน รวมถึงการส่งมอบงานตามสัญญา เพื่อลดปัญหาผู้บริโภคถูกทิ้งงานจากผู้รับเหมาที่ไม่มีมาตรฐาน

พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ยังขยายบทบาทสู่ภูมิภาคมากขึ้น ผ่านการจัดตั้ง “บอร์ดภูมิภาค” ทั้งภาคอีสานและภาคใต้ เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจรับสร้างบ้านทั่วประเทศ

ข้อมูลของสมาคมฯ พบว่า ตลาดต่างจังหวัดมีสัดส่วนสูงถึง 77% ของมูลค่าตลาดรวม ทำให้ปีนี้ HBA เตรียมจัดกิจกรรมสัญจรและงานรับสร้างบ้านในหัวเมืองใหญ่ เช่น ขอนแก่น และหาดใหญ่ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในต่างจังหวัดที่ต้องการบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวนสูง

ชงรัฐเพิ่มลดหย่อนภาษีสร้างบ้าน

ขณะเดียวกัน สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณามาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่ม “สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง” ผ่านการขยายสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

จากเดิมที่กำหนดเพดานลดหย่อนสูงสุดไว้ 100,000 บาท สมาคมฯ เสนอให้เพิ่มเป็น 500,000 บาท สำหรับผู้ที่ทำสัญญาจ้างปลูกสร้างบ้านกับบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเสนอให้มาตรการมีอายุ 2-3 ปี เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจสร้างบ้านและเพิ่มการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วประเทศ