thansettakij
thansettakij
อสังหาฯ อุตสาหกรรมคึก 'พรอสเพค' รุกปั้น EEC รับย้ายฐานผลิตโลก

อสังหาฯ อุตสาหกรรมคึก 'พรอสเพค' รุกปั้น EEC รับย้ายฐานผลิตโลก

02 เม.ย. 69 | 12:30 น.
อัปเดตล่าสุด :02 เม.ย. 69 | 13:25 น.

พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ เร่งเกมอสังหาฯ อุตสาหกรรม รับกระแสย้ายฐานผลิตและ EEC ดัน BFTZ 4 เช่าพุ่งเกิน 90% พร้อมขยายโครงการและขายทรัพย์เข้ากอง REIT เสริมการเติบโต

KEY

POINTS

  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตของโลกมายังประเทศไทย
  • บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงถึง 96% และมีแผนขยายการลงทุนในโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง
  • บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมีโครงการเรือธงอย่างนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง เพื่อเป็นศูนย์กลางรองรับนักลงทุน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมไทยยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่เซ็กเมนต์ที่เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตและการกระจายความเสี่ยงของภาคอุตสาหกรรมโลก ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 ถือเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของธุรกิจ โดยบริษัทมีรายได้รวม 1,225 ล้านบาท เติบโต 67.6% จากปีก่อน และมีกำไร EBIT อยู่ที่ 658.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 196% จากการขยายตัวของธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท

รัชนี มหัตเดชกุล

ขณะที่อัตราการเช่ารวม (Occupancy Rate) ของทุกโครงการอยู่ในระดับสูงถึง 96% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม สะท้อนความต้องการใช้พื้นที่ที่ยังแข็งแกร่ง โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถเซ็นสัญญาผู้เช่าใหม่ได้เพิ่มขึ้นราว 150,000 ตารางเมตร และมีอัตราการต่อสัญญาสูงถึง 98% บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันดีมานด์ คือการเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหันไปสู่ธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และเน้นการเชื่อมต่อ Supply Chain ในภูมิภาค ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการมีแนวโน้มต้องการอาคาร “พร้อมใช้งาน” มากขึ้น ส่งผลให้ระยะเวลาการปิดดีลเช่าเร็วขึ้นเหลือเพียง 3-6 เดือน

ในปี 2569 บริษัทวางแผนขับเคลื่อนการเติบโตผ่านโมเดล “Industrial Hub-Driven Growth Model” โดยมีโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน (BFTZ) เป็นแกนหลักในการพัฒนา โดยเฉพาะโครงการ BFTZ 4 บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโครงการ Flagship Free Zone แห่งที่ 2 ของบริษัท มีพื้นที่รวมประมาณ 190,000 ตารางเมตร และมีสัดส่วนพื้นที่ Free Zone เกือบ 80% ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่มากกว่า 90% จากกลุ่มอุตสาหกรรมหลากหลาย ทั้งการผลิต อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอุปโภคบริโภค

อสังหาฯ อุตสาหกรรมคึก 'พรอสเพค' รุกปั้น EEC รับย้ายฐานผลิตโลก

บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับมากกว่า 90% และเพิ่มพื้นที่เช่าใหม่อีกประมาณ 150,000 ตารางเมตร พร้อมเดินหน้าขยายโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 3 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนา “นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง” บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และอยู่ระหว่างพัฒนาระบบสาธารณูปโภค โดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวมประมาณ 8,500 ล้านบาท พร้อมเตรียมดึงนักลงทุนต่างชาติผ่านการโรดโชว์ในหลายประเทศ อาทิ ไต้หวันและญี่ปุ่น

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ คือ การนำทรัพย์สินโครงการ BFTZ 4 บางปะกง เข้ากองทรัสต์ PROSPECT REIT มูลค่าประมาณ 5,040 ล้านบาท ภายในไตรมาส 2/2569 เพื่อเสริมศักยภาพทางการเงิน และเพิ่มความคล่องตัวในการขยายธุรกิจในระยะยาว โดยบริษัทจะยังคงทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สินต่อไป

ในมุมของแนวโน้มอุตสาหกรรม ผู้บริหารมองว่า แม้สถานการณ์โลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างความไม่แน่นอนในระยะสั้น แต่ในระยะยาวกลับเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการ “กระจายฐานการผลิต” มากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญจากความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานและความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์

อสังหาฯ อุตสาหกรรมคึก 'พรอสเพค' รุกปั้น EEC รับย้ายฐานผลิตโลก

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมหลักที่มีแนวโน้มเข้ามาลงทุนในไทยยังคงเป็นกลุ่มเดิม ได้แก่ อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ขณะเดียวกันเริ่มเห็นการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Data Center และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเฉพาะทาง

นางสาวรัชนี ระบุว่า บริษัทไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้ให้เช่าพื้นที่ แต่ต้องการพัฒนาโครงการให้เป็นแพลตฟอร์มรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โดยสามารถปรับรูปแบบอาคารให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เช่าในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว