thansettakij
thansettakij
“SEACON”ปรับกลยุทธ์ดันบริษัทลูกแอ่นรับเศรษฐกิจผันผวนตอบโจทย์ลูกค้าต้องการบ้าน

“SEACON”ปรับกลยุทธ์ดันบริษัทลูกแอ่นรับเศรษฐกิจผันผวนตอบโจทย์ลูกค้าต้องการบ้าน

20 มี.ค. 69 | 00:21 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มี.ค. 69 | 00:32 น.

ตะกูลซอโสตถิกุล“SEACON”ปรับกลยุทธ์ดันบริษัทลูกแอ่นรับเศรษฐกิจผันผวน เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านแม้ยามเศรษฐกิจไม่ดี ประเมิน2-3ปีอสังหาฯฟื้น

KEY

POINTS

  • เอส ซี แกรนด์ บริษัทลูกของซีคอน ปรับกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "บ้านชั้นเดียว" ราคาเริ่มต้น 1 ล้านบาท
  • เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านราคาประหยัด และกลุ่มที่ต้องการบ้านหลังที่สองหรือสตูดิโอส่วนตัว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี
  • กลยุทธ์ใหม่มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือสังคม เพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ และเติมเต็มช่องว่างทางการตลาด โดยตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ไว้ที่ 200 ล้านบาท

 

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกรุมเร้าหลายธุรกิจนั่งไม่ติด แห่ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด บริษัท เอส ซี แกรนด์ จำกัด บริษัทรับสร้างบ้าน ในเครือ “SEACON” ของตระกูล “ซอโสตถิกุล” ก็เช่นกัน  ปี2569 ออกมาประกาศชัดถึงเป้าหมายของบริษัท ปรับกลยุทธ์ เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านแม้ยามเศรษฐกิจไม่ดี กำลังเงินไม่ถึง “ฐานเศรษฐกิจ” เปิดมุมมอง 2 ผู้บริหารระดับสูง นายไปรเทพ ซอโสตถิกุล ประธานกรรมการบริหาร และนายธีรพงศ์ นคราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส ซี แกรนด์ จำกัด ถึงการรับมือครั้งนี้เพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่ออย่างมีเป้าหมาย

เดินแผนปรับกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจ

 นายธีรพงศ์ กล่าวว่าช่วงกลางปีถึงปลายปีที่แล้ว(2568) ต้องวางแผนธุรกิจปี 2569 ณ.ตอนนั้นข้อมูลต่างไปในทางเดียวกันคือเศรษฐกิจปี 2569 จะเป็นปีเผาจริง  แต่ก็รู้ธรรมชาติของอสังหาริมทรัพย์ว่า ถึงแม้จะเป็นช่วงเศรษฐกิจไม่ดีแต่ความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่เสมอ เพียงแต่ลูกค้าจะเลือกใช้เงินน้อยลง เช่น ครอบครัวหนึ่งต้องการบ้าน 1 หลังแทนที่จะปลูกหลังใหญ่ก็ปลูกหลังเล็กแทนหรือ ชะลอการปลูกสร้างออกไปก่อนระยะหนึ่ง แต่ยังไงก็ตามถ้าลูกค้ามีความต้องการใช้บ้านอยู่ก็จะปลูกสร้างอยู่ดี เราต้องเลือกตลาดให้ถูก คือตลาดบ้านราคาไม่แพง

ไปรเทพ ซอโสตถิกุล และธีรพงศ์ นคราวงศ์

ทางเอส ซี แกรนด์ ซึ่งเป็นบริษัทรับสร้างบ้าน หรู อัจฉริยะ การทำ product ราคาถูกออกมา อาจขัดแย้งกับแบรนด์ เราจึงออกแบบ private studio house คือเป็นบ้านขนาดเล็กที่ดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้หลากหลายแบบ คือตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก ราคาไม่แพง และยังมีตลาดของคนที่มีบ้านหลังใหญ่อยู่แล้วแต่ยังต้องการ Studio เล็กๆสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ เช่น บ้านดูแลคนชรา ห้องซ้อมดนตรี เรือนทำกิจกรรมของลูกหรือเรือนรับรองญาติสนิทมิตรสหายในโอกาสพิเศษ ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการบ้านหลังที่ 2 นี้ ได้คือบ้านน็อคดาวน์ ถึงแม้จุดแข็งคือราคาถูก ติดตั้งเร็ว แต่จะมีจุดอ่อน เรื่องความแข็งแรงทนทานถาวร และการซ่อมบำรุงมากในอนาคตอันใกล้

“เรามองเห็นช่องว่างการตลาดนี้มา 3-4 ปีแล้ว แต่ตัดสินใจทำ The Connection Series นี้ออกมาในปี2569 ส่วนหนึ่งเพื่อรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจชลอตัว และเป็นไปตามคาด ตลาดมีการตอบสนองอย่างดี มียอดลูกค้าติดต่อ เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569”

การวางกลยุทธ์เพื่อรับมือของเอสซีแกรนด์ครั้งนี้ จะช่วยทำให้ผลการดำเนินงานของธุรกิจเติบโต ยอดขายจะโตขึ้น 35-40% ส่วนการสร้างบ้านหรูยอดขายก็เติบโตอยู่ที่ 60-65%  โดยตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ไว้ที่ 200 ล้านบาท

ช่วยประชาชนที่อยากมีบ้าน

 ด้านนายไปรเทพ กล่าวว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้กลุ่มเอส ซี แกรนด์ เปิดตัวโปรดักส์ใหม่ บ้านชั้นเดียว  ราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้าน เพราะกลุ่มผู้ก่อตั้งบริษัทและบริษัทในเครือทั้งหมด จากตระกูล ซอโสตถิกุล ทำธุรกิจเกี่ยวกับ สินค้าอุปโภคบริโภคมายาวนานหลายสิบปี ผ่านวงจรเศรษฐกิจมาหลายครั้ง เห็นว่าเมื่อกำลังซื้อของประชาชนลดลง แต่ยังต้องการใช้สินค้าคุณภาพดี จึงเป็นการเลือกที่ถูกต้องของคนมีประสบการณ์ชีวิต เราเลยทำ The Connection Series ที่เป็นบ้านคุณภาพดี ราคาสมเหตุผลออกมาเพื่อช่วยเหลือสังคมส่วนหนึ่ง  โดยให้บริการกทม. ปริมณฑล ฟรีค่าขนส่งวัสดุ และจังหวัดใกล้เคียง(ภาคกลาง) โดยมีค่าขนส่งเพิ่มตามระยะทาง

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และวัยเกษียณ

 นายธีรพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับบริการรับสร้างบ้านบนที่ดินของลูกค้า ทางบริษัทฯ มองเห็นถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่อยากมีบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และวัยเกษียณ จึงวางแพ็กเกจราคาและเงื่อนไขที่เข้าถึงง่าย โดยปัจจุบันแบบบ้านชั้นเดียวมีราคาเริ่มต้น 1 ล้านบาท  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันการใช้งานที่ลูกค้าต้องการขยายหรือปรับเปลี่ยน โดยจะเน้นเรื่องความคุ้มค่า (Value for Money) เม็ดเงินทุกบาทของลูกค้าจะต้องกลายเป็นบ้านที่ได้มาตรฐานที่สุด

“เราให้บริการแบบ One-Stop Service เพื่อลดภาระของลูกค้า เงื่อนไขของเราคือเน้นความตรงไปตรงมา ตั้งแต่การให้คำปรึกษาฟรี การปรับแบบให้เข้ากับรูปที่ดิน การช่วยดูแลเรื่องการขออนุญาตก่อสร้าง ไปจนถึงการให้คำแนะนำในการยื่นขอกู้สินเชื่อกับธนาคาร ในวงเงินสูงถึง 100% ของมูลค่าสัญญาปลูกสร้างบ้าน ลูกค้าเพียงแค่มีที่ดินเปล่า ที่เหลือเราจัดการให้ทั้งหมด โดยจะมีการแบ่งงวดงานและงวดชำระเงินที่ชัดเจน เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย”

 ส่วนเรื่องระยะเวลาการก่อสร้าง สำหรับบ้านชั้นเดียว เราใช้ระยะเวลาก่อสร้างจนแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ประมาณ 4-6 เดือนนับจากวันที่เริ่มลงเสาเข็ม โดยเรามีทีมวิศวกรควบคุมงานอย่างใกล้ชิด มีการอัปเดตความคืบหน้าให้ลูกค้าทราบระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจว่างานจะเสร็จตามกำหนดเวลา

นอกจากนี้ในแง่มาตรฐานงานก่อสร้างคือจุดแข็งของกลุ่มเอส ซี แกรนด์ ที่เริ่มต้นจากการออกแบบโครงสร้างตามมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)โดยวิศวกรผู้ชำนาญงาน

3เหตุผลเจาะบ้านชั้นเดียวราคาถูก

 นายไปรเทพ  กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มเอส ซี แกรนด์ เติบโตจากการสร้างบ้านหรูที่เน้นเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Home/IoT)ซึ่งในปัจจุบันเรายังคงรักษา Market Positioning ของเรา ในที่เดิมและลูกค้ามีการตอบสนองเป็นอย่างดี แต่ที่เราทำ product สร้างบ้านหลังเล็กราคาเริ่มต้น 1 ล้านบาท ด้วยเหตุผล 3 เรื่องคือ

1. เพื่อช่วยเหลือสังคม 2. ช่องว่างทางการตลาดที่หลายครอบครัวอยากมีบ้านหลังที่ 2 หรือ Private Studio House หรือแม้แต่ครอบครัวเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ต้องการใช้เงินเยอะ product นี้ตอบโจทย์ได้อย่างดี และ3. เพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวส่วนตลาดบ้านหรูอัจฉริยะที่มีอุปกรณ์ iot  ปัจจุบันยังคงเป็นที่สนใจของตลาดอยู่ เพียงแต่บางอุปกรณ์อาจจะ เปลี่ยนแปลง ไปตามยุคสมัยที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

อีก 2-3 ปีอสังหาฯฟื้น

 กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอส ซีแกรนด์ จำกัด กล่าวเสริมอีกว่า ในวงจรเศรษฐกิจ เมื่อเริ่มกลับตัวจากจุดต่ำสุด ธุรกิจ ที่ดีขึ้นตามลำดับ เริ่มแรกก็คือธุรกิจ การเงิน ธนาคาร หลังจากนั้นจะเป็น Real Sector อันดับแรกคือ Consumer Products  พอผู้คนรับรู้รายได้มากขึ้นอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็น late consumer products จึงจะตามมา ดังนั้นในปี 2569 คิดว่าเร็วเกินไปที่อสังหาริมทรัพย์จะกลับมาเฟื่องฟูเหมือนเดิม คงต้องรออีก 2-3 ปี

 อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงของอสังหาริมทรัพย์ในรอบนี้ก็คือ Supply Over demand ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยกู้เพราะอัตราส่วนหนี้สินครัวเรือนสูงมากถึง 90% ของจีดีพี

 สุดท้ายก็ยังมองว่าถึงแม้ ในภาคอสังหาริมทรัพย์ จะชะลอตัวไปอีกสักระยะหนึ่ง แต่ธุรกิจรับสร้างบ้านของเอส ซี แกรนด์ อยู่ในส่วนของบ้านสร้างเอง ซึ่งเป็น Real demand จริงๆของที่อยู่อาศัย ถึงจะเป็น Sector เล็กๆ ที่มีความต้องการต่อเนื่องตลอดเวลา เพียงแต่การตัดสินใจใช้เงินจำนวนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ถ้าเศรษฐกิจดีลูกค้าตัดสินใจใช้เงินจำนวนมากง่ายกว่า แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีลูกค้าก็ยังจำเป็นต้องมีที่อยู่อาศัย ก็จะตัดสินใจปลูกสร้างอยู่ดี แต่ใช้เงินน้อยกว่า