
ผู้รับเหมาเล็กอ่วม แบกต้นทุนน้ำมันหลังแอ่น ยางมะตอย วัสดุก่อสร้างพุ่ง ซ้ำเติมเศรษฐกิจ-แบงก์เข้มสินเชื่อ
ผู้รับเหมาเล็กอ่วม แบกต้นทุนน้ำมันหลังแอ่น ยางมะตอย วัสดุก่อสร้างพุ่ง ซ้ำเติมเศรษฐกิจ สถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ หวั่น กระทบงานภาครัฐสัญญา ซ่อม -สร้างระยะสั้น สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยวอนรัฐบาลช่วยเหลือ
KEY
POINTS
- ผู้รับเหมารายย่อยเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่งและเครื่องจักร
- ราคาวัสดุก่อสร้างหลัก โดยเฉพาะยางมะตอย ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทบต่อกำไรของผู้ประกอบการโดยตรง
- ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของผู้รับเหมาถูกซ้ำเติมจากการที่สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
รัฐบาลประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมัน ท่ามกลางสถานการณ์ต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งทยอยขยับตามเป็นเงา กำลังกดดันภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีให้เผชิญภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ภาครัฐจะเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบ ด้วยการตรึงราคาสินค้า 8 หมวด 59 รายการ รวมถึงดูแลค่าโดยสารในระบบขนส่ง เพื่อประคองค่าครองชีพประชาชนในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ภาคธุรกิจยังคงเรียกร้องมาตรการเสริมด้านสภาพคล่อง โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ตลอดจนการพิจารณาปรับเงื่อนไขสัญญาโครงการภาครัฐให้สอดรับกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยลดแรงกดดันต่อผู้รับเหมารายเล็กและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน ที่กำลังแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นในช่วงเศรษฐกิจเปราะบางเช่นนี้
นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง ดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCA) เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าผู้รับเหมารายเล็กกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากปัจจัยต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ทั้งค่าขนส่ง วัสดุก่อสร้าง และเครื่องจักร ขณะที่สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ยิ่งซ้ำเติมสภาพคล่องของผู้ประกอบการขนาดเล็กให้ตึงตัวมากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งน่ากังวลในกลุ่มผู้รับเหมาสัญญาระยะสั้น ซึ่งมีข้อจำกัดในการบริหารต้นทุน ไม่สามารถกักตุนวัตถุดิบหรือเชื้อเพลิงไว้ล่วงหน้าได้ เมื่อราคาปรับขึ้นจึงต้องแบกรับภาระทันที โดยเฉพาะงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมถนน ซึ่งต้องใช้ “ยางมะตอย” เป็นวัตถุดิบหลัก ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจึงกระทบต่อกำไรโดยตรง
นอกจากนี้ ต้นทุนวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาดโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยเสี่ยง ทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างประเทศ และความผันผวนทางเศรษฐกิจในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นในทุกมิติ
ในมุมของภาคเอกชน มองว่าหากภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น การพยุงราคาพลังงาน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน หรือการผ่อนคลายเงื่อนไขสินเชื่อ จะช่วยให้ผู้รับเหมารายเล็กสามารถประคองธุรกิจและขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ภายใต้บริบทของวิกฤตรอบด้าน การฟื้นตัวอาจยังเป็นไปอย่างเปราะบาง
ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังส่งต่อเป็นลูกโซ่ไปยังระบบเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งการชะลอตัวของโครงการก่อสร้าง การจ้างงาน และความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจ หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว
ท่ามกลางแรงกดดันนี้ ผู้รับเหมารายเล็กจึงต้องเร่งปรับตัว ทั้งการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การเจรจาปรับเงื่อนไขสัญญา และการมองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน






