thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เจรจาอิหร่าน ขอผ่านช่องแคบฮอร์มุช ส่งสินค้าไปตะวันออกกลาง

'ศุภจี' พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เจรจาอิหร่าน ขอผ่านช่องแคบฮอร์มุช ส่งสินค้าไปตะวันออกกลาง

15 มี.ค. 2569 | 11:08 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มี.ค. 2569 | 11:25 น.

'ศุภจี' พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เจรจาอิหร่านเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุชส่งสินค้าไปตะวันออกกลาง -ขนส่งน้ำมันกลับประเทศไทย

KEY

POINTS

  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสนอแนวคิดพลิกวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางให้เป็นโอกาสทางการค้าของไทย
  • เสนอให้รัฐบาลเจรจากับอิหร่าน เพื่อขอให้เรือสินค้าไทยสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุชซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญได้
  • หากเจรจาสำเร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการส่งออกสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปไปยังตลาดตะวันออกกลาง และสามารถนำเข้าพลังงานกลับประเทศได้

ทั่วโลกเผชิญวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุช เส้นทางขนส่งน้ำมันดิบของโลกซึ่งมีผลกระทบเป็นวงกว้างในทางกลับกันหากประเทศไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เจรจากับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อ ขอเดินเรือสินค้า ผ่านช่องแคบดังกล่าว ได้ ประเมินว่าไทยจะเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าไปยังตะวันออกกลางได้อย่างมาก และยังสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ในประเทศได้อีกด้วย

ทั้งนี้ในที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่15 มีนาคม2569  ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  ณ ห้องประชุมชี้แจงคณะกรรมาธิการฯ (สส.) ห้อง CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ได้ใช้การประชุมครั้งนี้ กล่าวถึงโอกาสทางการค้าไทยท่ามกลางวิกฤต ขณะนี้หลายประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้าอาหารและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและอาหารแปรรูป  

"ด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้า ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง  จึงเสนอให้พิจารณาหารือกับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อเปิดโอกาสให้เรือสินค้าจากไทย  หากเจรจาได้สำเร็จ ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปไปยังตลาดตะวันออกกลางได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำเข้าพลังงานหรือปุ๋ยจากภูมิภาคกลับมายังประเทศไทยได้ด้วย" นางศุภจีกล่าว

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

อย่างไรก็ตามหากเกิดสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง เช่น การปิดหรือจำกัดการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุชซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันและสินค้าโลก ไทยอาจมองเป็น “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” หากใช้การทูตเจรจาอย่างเหมาะสม

ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุช

  • เป็นเส้นทางที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ
  • มีน้ำมันโลกผ่านประมาณ 20% ของการค้าทางทะเลทั้งหมด
  • ประเทศสำคัญในอ่าว เช่น Iran, Saudi Arabia, United Arab Emirates ใช้เส้นทางนี้ส่งออกพลังงานหากเกิดความตึงเครียดหรือปิดเส้นทาง จะกระทบการค้าโลกทันที

หากไทย “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” ใช้การทูตเชิงสมดุล

ไทยมีข้อได้เปรียบคือไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงเจรจาความร่วมมือกับ อิหร่านรักษาความสัมพันธ์กับประเทศอ่าวและตะวันตกทำตัวเป็น ประเทศคู่ค้ากลาง (Neutral Trade Partner)

สิ่งที่ไทยอาจได้

  • สัญญาขนส่งสินค้า
  • สิทธิใช้ท่าเรือหรือโลจิสติกส์
  • ความร่วมมือด้านพลังงาน

 ไทยเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเอเชีย”

หากเส้นทางตะวันออกกลางมีความเสี่ยง ประเทศต่าง ๆ จะมองหา Hub ทางเลือกไทยสามารถผลักดันได้แก่

  • ท่าเรือแหลมฉบัง
  • โครงการแลนด์บริดจ์

หากสำเร็จจะทำให้เรือจากตะวันออกกลาง → เข้าอันดามัน → ขนผ่านไทย → ออกอ่าวไทย → ไปเอเชียตะวันออกลดเวลาการเดินเรือได้มาก

โอกาสด้านพลังงาน

ไทยนำเข้าน้ำมันจำนวนมากจากตะวันออกกลางหากเจรจาดี

  • ไทยอาจได้ สัญญาน้ำมันระยะยาว
  • ราคาพลังงานที่เสถียรกว่า
  • ความร่วมมือปิโตรเคมี

การขยายตลาดส่งออก

วิกฤตสงครามมักทำให้ supply chain เปลี่ยนสินค้าไทยที่อาจโต

  • อาหาร
  • ข้าว
  • ยางพารา
  • อาหารฮาลาล

ตลาดเป้าหมาย

  • United Arab Emirates
  • Qatar
  • Saudi Arabia