thansettakij
thansettakij
สงครามดันต้นทุนพุ่ง 5-8% รับสร้างบ้านจ่อปรับราคาไตรมาส 2

สงครามดันต้นทุนพุ่ง 5-8% รับสร้างบ้านจ่อปรับราคาไตรมาส 2

19 มี.ค. 69 | 10:55 น.
อัปเดตล่าสุด :19 มี.ค. 69 | 11:44 น.

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเตือนต้นทุนก่อสร้างมีแนวโน้มปรับขึ้น 5–8% ในไตรมาส 2 จากผลกระทบสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่ดันราคาพลังงาน-ขนส่ง พร้อมชี้เป็นจังหวะสุดท้ายของผู้บริโภคในการล็อกราคาบ้านต้นทุนเดิม

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association: HBA) ประเมินว่าภาคธุรกิจรับสร้างบ้านไทยกำลังเผชิญแรงกดดันต้นทุนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าขนส่ง ซึ่งมีแนวโน้มทำให้ต้นทุนก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2569

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ในระยะสั้น สถานการณ์สงครามอาจกระทบต่อ “ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค” เป็นหลัก หากความไม่แน่นอนยืดเยื้อ ผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจสร้างบ้านออกไป อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์คลี่คลายได้เร็ว ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอาจอยู่ในวงจำกัด

อนันต์กร อมรวาที

ขณะเดียวกัน ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา คือแนวทางของภาครัฐในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในช่วงที่ความผันผวนยังสูง

ในมิติของต้นทุน สมาคมฯ ประเมินว่า ผลกระทบจากสงครามเริ่มส่งผ่านมายังโครงสร้างต้นทุนก่อสร้าง โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อทั้ง ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าขนส่ง และต้นทุนการผลิต โดยคาดว่าในไตรมาส 2 ปี 2569 ต้นทุนก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกรอบ 5-8%

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว ความเสี่ยงอาจขยายวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนก่อสร้างมีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง ค่าแรง พลังงานและการขนส่ง

ซึ่งทั้งหมดล้วนได้รับผลกระทบจากภาวะราคาพลังงานและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งวัสดุสำคัญอย่าง เหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังงานโดยตรง มีความเสี่ยงปรับราคาสูงขึ้น ขณะที่วัสดุโครงสร้างหลัก เช่น ปูนและเหล็กบางส่วนยังต้องพึ่งพาการนำเข้า ทำให้ต้นทุนมีความอ่อนไหวต่อทั้งราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน

สมาคมฯ ประเมินว่า หากแรงกดดันด้านต้นทุนยังดำเนินต่อเนื่อง วัสดุก่อสร้างบางประเภทอาจปรับเพิ่มขึ้นได้สูงถึง ประมาณ 30% ในบางช่วงเวลา และอาจส่งผ่านมายังต้นทุนก่อสร้างโดยรวมเพิ่มขึ้นได้ราว 15% ซึ่งท้ายที่สุดอาจสะท้อนมายังราคาบ้านที่ต้องปรับขึ้นในกรอบ ประมาณ 10% เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาสมดุลทางธุรกิจได้

ด้าน นายปริญญา ธนินถิรากุล อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ระบุว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำและโลหะ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กและอะลูมิเนียม

นอกจากนี้ แนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนในช่วงครึ่งหลังของปี โดยคาดว่าในช่วงปลายปี 2569 อาจเห็นต้นทุนก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 5-15% ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง ภูมิภาคเอเชียยังมีศักยภาพในฐานะฐานการผลิตสำคัญของโลก เนื่องจากไม่ได้เป็นพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง จึงมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตและการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานในระยะต่อไป

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว สมาคมฯ จึงมองว่า ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะสำคัญของผู้บริโภคที่วางแผนสร้างบ้าน เนื่องจากยังสามารถล็อกราคาก่อสร้างในระดับเดิม ก่อนที่ต้นทุนจะปรับขึ้นในวงกว้างตามทิศทางพลังงานและวัสดุ

สงครามดันต้นทุนพุ่ง 5-8% รับสร้างบ้านจ่อปรับราคาไตรมาส 2

และเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเตรียมจัดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2026” ระหว่างวันที่ 18-22 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี โดยมีผู้ประกอบการ 28 บริษัทเข้าร่วม นำเสนอแบบบ้านกว่า 1,000 แบบ ครอบคลุมช่วงราคา 1-100 ล้านบาท

สมาคมฯ ตั้งเป้ายอดขายภายในงานรวม 3,500 ล้านบาท โดยเชื่อว่าปัจจัยต้นทุนที่มีแนวโน้มปรับขึ้น จะเป็นแรงเร่งสำคัญให้ผู้บริโภคตัดสินใจเร็วขึ้น ภายใต้แนวคิด “จองก่อน ประหยัดกว่า” ในช่วงก่อนการปรับฐานราคาครั้งใหม่ของอุตสาหกรรม