thansettakij
thansettakij
'แสนสิริ' กางแผนคอนโดปี 69 มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท ครบทุกเซ็กเมนต์

'แสนสิริ' กางแผนคอนโดปี 69 มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท ครบทุกเซ็กเมนต์

11 มี.ค. 2569 | 10:20 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 2569 | 10:21 น.

แสนสิริประกาศแผนรุกตลาดคอนโดปี 69 เตรียมเปิด 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท สูงสุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 23,000 ล้านบาท หลังปี 68 ทำยอดขายและยอดโอนเติบโต

KEY

POINTS

  • แสนสิริประกาศแผนปี 2569 เตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท
  • ตั้งเป้ายอดขายคอนโด 23,000 ล้านบาท โดยโครงการใหม่จะครอบคลุมทุกระดับราคาตั้งแต่ Luxury ถึง Affordable
  • ขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ การเสริมความแข็งแกร่งในตลาดพรีเมียม, การขยายโครงการในทำเลศักยภาพร่วมกับพันธมิตร และการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย
  • เตรียมเปิดตัวโครงการไฮไลต์ "LOVE Charoen Nakhon" คอนโดมิเนียมที่รองรับการเลี้ยงสัตว์ (Pet-friendly) ในย่านเจริญนคร

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ประกาศเดินหน้ารุกตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 อย่างต่อเนื่อง เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวม 16 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 26,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าการเปิดตัวคอนโดสูงสุดในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยตั้งเป้ายอดขายคอนโดไว้ที่ 23,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 17,500 ล้านบาท ในปีนี้

ทิศทางดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากในปี 2568 กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมของแสนสิริยังคงเติบโตแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจ โดยบริษัทสามารถสร้างยอดขายคอนโดได้ถึง 25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากปีก่อนหน้า และมียอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 14,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์

ตลอดปีที่ผ่านมา แสนสิริยังสามารถปิดการขายโครงการคอนโดมิเนียมได้ถึง 13 โครงการ มูลค่ารวม 9,610 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการในกลุ่ม Medium ถึง Affordable Segment สะท้อนดีมานด์ที่อยู่อาศัยในตลาดระดับกลางที่ยังคงมีต่อเนื่อง ขณะที่โครงการ THE LINE VIBE ได้ปิดการขายแล้ว และโครงการ mekin HAUS เชียงใหม่ อยู่ระหว่างการเตรียมปิดการขายในระยะถัดไป

นายองอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 จะยังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก แต่บริษัทมองเห็นโอกาสจากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งกระตุ้นการลงทุน รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลง 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

สำหรับปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่รวม 16 โครงการทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกระดับราคา ตั้งแต่ Luxury จนถึง Affordable Segment โดยมีเป้าหมายรักษาความเป็นผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แผนธุรกิจคอนโดมิเนียมของแสนสิริในปี 2569 จะขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก

กลยุทธ์แรก THE LUXURY & ICONIC REINFORCEMENT เน้นเสริมความแข็งแกร่งในตลาดคอนโดระดับพรีเมียม โดยเตรียมส่งมอบโครงการพร้อมอยู่ในกลุ่ม Premium รวม 5 โครงการ มูลค่า 14,800 ล้านบาท ได้แก่ Via 34, Via 61, Via ARI, SHUSH Ratchathewi และ The Standard Residences Hua Hin

พร้อมกับเตรียมต่อยอดแบรนด์สำคัญในพอร์ตโครงการ เช่น XT ผ่านโครงการใหม่ XT 10 EKKAMAI และแบรนด์ระดับลักชัวรี THE MONUMENT ที่เตรียมเปิดตัวโครงการ THE MONUMENT Sathon ในปีนี้

กลยุทธ์ที่สอง STRATEGIC EXPANSION & PARTNERSHIP มุ่งขยายการพัฒนาโครงการในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ พร้อมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก โดยในปีนี้เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่า 7,200 ล้านบาท ในทำเลสำคัญ เช่น หัวหิน พัทยา และภูเก็ต

รวมถึงการพัฒนาโครงการร่วมทุนกับพันธมิตร เช่น บริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในโครงการ LOVE Charoen Nakhon มูลค่า 6,500 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ใหม่ LOVE by Sansiri รวมถึงการเดินหน้าความร่วมมือกับ บริษัท โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด

กลยุทธ์ที่สาม FUTURE LIVING & COMMUNITY EVOLUTION เน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยผ่านแนวคิด Well-being ทั้งด้านสุขภาพกายและใจ รวมถึงการพัฒนาโครงการที่รองรับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) โดยบริษัทตั้งเป้าขยายโครงการ Pets Welcome Condo เป็น 20 โครงการ มูลค่ารวม 46,200 ล้านบาท ภายในปี 2569

นอกจากนี้ยังเดินหน้าพัฒนาแนวคิด Sansiri Community เพื่อสร้างชุมชนการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ โดยมี T77 Community เป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงการในรูปแบบดังกล่าว

สำหรับไฮไลต์สำคัญในช่วงต้นปี บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการ “LOVE Charoen Nakhon” คอนโดมิเนียมใหม่ในย่านเจริญนคร ซึ่งออกแบบอาคารแบบหน้ากว้าง (Wide-frontage) เพื่อเปิดมุมมองแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา พร้อมวิวฝั่งเอเชียทีค โดยโครงการดังกล่าวเป็นคอนโดมิเนียมที่รองรับการเลี้ยงสัตว์ (Pets Welcome)

โครงการมีราคาขายเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท สำหรับห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 26 ตารางเมตร และ 3.39 ล้านบาทสำหรับห้องวิวแม่น้ำ โดยเตรียมเปิดพรีเซลล์ในวันที่ 14-15 มีนาคม

ทั้งนี้ ตลาดคอนโดมิเนียมในย่านเจริญนคร-คลองสานมีแนวโน้มราคาปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยโครงการใหม่ในพื้นที่มีราคาประมาณ 180,000 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่ราคาที่ดินบนถนนเจริญนครปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 400,000-800,000 บาทต่อตารางวา และที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาบางแปลงมีราคาสูงกว่า 1,000,000 บาทต่อตารางวา

บริษัทจึงมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสามารถแข่งขันได้ในตลาด พร้อมรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ

นายองอาจ กล่าวเน้นย้ำว่า ด้วยจำนวนคอนโดมิเนียมที่พร้อมโอนในพอร์ตของบริษัทที่มีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ประกอบกับศักยภาพขององค์กรและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาการเติบโตและตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดคอนโดมิเนียมของไทยต่อไป