

KEY
POINTS
สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชงรัฐบาลอนุทิน ดัน 6 มาตรการเร่งด่วนต่อลมหายใจ รับเหมา
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจในภาพรวม อุตสหากรรมก่อสร้างไทยหนึ่งในเฟืองจักรสำคัญตัวแปรขับเคลื่อนเศรษฐกิจลงสู่ระบบฐานราก
ปัญหาใหญ่การเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการรายกลางรายเล็กเป็นไปด้วยความยากลำบาก มีผลต่องานที่ล้าช้าและอาจนำไปสู่การทิ้งงานทำให้ภาครัฐเสียหาย เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ล่าสุด
เมื่อรัฐบาลใหม่กำลังเข้ามาบริหารประเทศ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จะเสนอมาตรการเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการต่อไป
นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เสนอให้รัฐบาลใหม่ เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้รับเหมา โดยเฉพาะ ผู้รับเหมารายเล็ก ให้มีสภาพคล่องหมุนเวียนต่อเนื่อง ลดปัญหาการทิ้งงาน
โดยให้รัฐบาลจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อให้งานขับเคลื่อนได้ทั้งระบบ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ที่สำคัญลดปัญหาการสูญเสียทางเศรษฐกิจภาครัฐและประชาชนต่อการใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้าหรือปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานและถูกขึ้นบัญชีดำ
พร้อม เร่งจัดสรรงบประมาณจ่ายชดเชยค่า K ( ค่าEscalation Factor) หรือตัวเลขดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างานก่อสร้างที่คำนวณจากราคาวัสดุและค่าแรงที่เปลี่ยนไปจากวันที่ยื่นซองประกวดราคา เทียบกับวันที่ส่งมอบงาน ใช้สำหรับสัญญาแบบปรับราคาได้ ซึ่งเป็นสัญญาแบบK ประเมินว่ายังสะสมอยู่ 7,000-8,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันต้องการให้ช่วยเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะจัดหาแรงงานทดแทนแรงงานชาวกัมพูชาต้องกลับประเทศทั้งหมด โดยเสนอให้แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันแบบบูรณาการ ที่มีทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นคณะกรรมการ
น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า การที่พรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง สมาคมมีความคาดหวังจะช่วยผลักดันมาตรการควิกวิน 6 ข้อเสนอที่สมาคมเคยยื่นต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไปก่อนหน้านี้ประกอบด้วย
1.การเร่งจัดสรรงบประมาณจ่ายชดเชยค่า K ยังสะสมอยู่ 7,000-8,000 ล้านบาท
2.การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
3.ขอซอฟต์โลนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดปัญหาการทิ้งงาน
4.ออกระเบียบกำหนดระยะเวลาการบริหารสัญญาชัดเจน
5.การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการต่างชาติที่ใช้นอมินีและยกระดับมาตรฐานงานและความปลอดภัย
6.การให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมให้ความเห็น แก้ไขปัญหาตรงจุด รวดเร็ว และใช้ได้จริง
“อยากให้รัฐบาลชุดใหม่หันมาดูปัญหาของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โดยเฉพาะราคากลางที่ปัจจุบันถือว่าต่ำมาก เนื่องจากไม่ได้ปรับมา 20 ปีแล้ว พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานผู้รับเหมาให้เป็นมืออาชีพ และเร่งเปิดประมูลเมกะโปรเจ็กต์ของคมนาคม ซึ่งภาคการก่อสร้างถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศไทย” น.ส.ลิซ่ากล่าว