thansettakij
สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชง'รัฐบาลอนุทิน' ดัน มาตรการเร่งด่วน ต่อลมหายใจ รับเหมา

สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชง'รัฐบาลอนุทิน' ดัน มาตรการเร่งด่วน ต่อลมหายใจ รับเหมา

16 ก.พ. 2569 | 06:43 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 2569 | 06:54 น.

สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชงรัฐบาลอนุทิน ดัน มาตรการเร่งด่วนต่อลมหายใจ รับเหมา เร่งเบิกจ่ายค่าK 8,000ล้านบาท - หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ยืดลมหายใจ แก้ทิ้งงาน ปัญหาขาดแคลนแรงงาน แก้คอร์รัปชัน

KEY

POINTS

  • สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ เสนอ 6 มาตรการเร่งด่วนถึงรัฐบาลใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาโดยเฉพาะรายย่อยที่กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องและลดปัญหาการทิ้งงาน
  • เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดสรรงบประมาณจ่ายชดเชยค่า K ที่ยังค้างอยู่ราว 7,000-8,000 ล้านบาท และจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้ผู้ประกอบการ
  • เสนอให้เร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน พร้อมทบทวนราคากลางที่ไม่ได้ปรับปรุงมานานกว่า 20 ปี และเร่งรัดการเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจกต์

สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชงรัฐบาลอนุทิน ดัน 6 มาตรการเร่งด่วนต่อลมหายใจ รับเหมา

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจในภาพรวม อุตสหากรรมก่อสร้างไทยหนึ่งในเฟืองจักรสำคัญตัวแปรขับเคลื่อนเศรษฐกิจลงสู่ระบบฐานราก

ปัญหาใหญ่การเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการรายกลางรายเล็กเป็นไปด้วยความยากลำบาก มีผลต่องานที่ล้าช้าและอาจนำไปสู่การทิ้งงานทำให้ภาครัฐเสียหาย เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ล่าสุด  

เมื่อรัฐบาลใหม่กำลังเข้ามาบริหารประเทศ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  จะเสนอมาตรการเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการต่อไป    

นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เสนอให้รัฐบาลใหม่ เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้รับเหมา โดยเฉพาะ ผู้รับเหมารายเล็ก ให้มีสภาพคล่องหมุนเวียนต่อเนื่อง ลดปัญหาการทิ้งงาน

โดยให้รัฐบาลจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อให้งานขับเคลื่อนได้ทั้งระบบ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ที่สำคัญลดปัญหาการสูญเสียทางเศรษฐกิจภาครัฐและประชาชนต่อการใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้าหรือปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานและถูกขึ้นบัญชีดำ  

 พร้อม เร่งจัดสรรงบประมาณจ่ายชดเชยค่า K  ( ค่าEscalation Factor)  หรือตัวเลขดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างานก่อสร้างที่คำนวณจากราคาวัสดุและค่าแรงที่เปลี่ยนไปจากวันที่ยื่นซองประกวดราคา เทียบกับวันที่ส่งมอบงาน ใช้สำหรับสัญญาแบบปรับราคาได้ ซึ่งเป็นสัญญาแบบK ประเมินว่ายังสะสมอยู่ 7,000-8,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันต้องการให้ช่วยเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะจัดหาแรงงานทดแทนแรงงานชาวกัมพูชาต้องกลับประเทศทั้งหมด โดยเสนอให้แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันแบบบูรณาการ ที่มีทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นคณะกรรมการ  

น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า การที่พรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง สมาคมมีความคาดหวังจะช่วยผลักดันมาตรการควิกวิน 6 ข้อเสนอที่สมาคมเคยยื่นต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไปก่อนหน้านี้ประกอบด้วย

1.การเร่งจัดสรรงบประมาณจ่ายชดเชยค่า K ยังสะสมอยู่ 7,000-8,000 ล้านบาท

2.การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

3.ขอซอฟต์โลนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดปัญหาการทิ้งงาน

4.ออกระเบียบกำหนดระยะเวลาการบริหารสัญญาชัดเจน

5.การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการต่างชาติที่ใช้นอมินีและยกระดับมาตรฐานงานและความปลอดภัย

6.การให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมให้ความเห็น แก้ไขปัญหาตรงจุด รวดเร็ว และใช้ได้จริง

“อยากให้รัฐบาลชุดใหม่หันมาดูปัญหาของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โดยเฉพาะราคากลางที่ปัจจุบันถือว่าต่ำมาก เนื่องจากไม่ได้ปรับมา 20 ปีแล้ว พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานผู้รับเหมาให้เป็นมืออาชีพ และเร่งเปิดประมูลเมกะโปรเจ็กต์ของคมนาคม ซึ่งภาคการก่อสร้างถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศไทย” น.ส.ลิซ่ากล่าว