

KEY
POINTS
ทำงานมาทั้งชีวิต อยากมีบ้านเป็นของตนเอง ต้องทำอย่างไร การมีบ้านเป็นของตนเองคือหนึ่งในความฝันสำคัญของคนไทยหลายคนเพราะบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยแต่คือความมั่นคงของชีวิตและครอบครัว อย่างไรก็ตาม ราคาบ้านที่ปรับตัวสูงขึ้นรวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้หลายคนรู้สึกว่าความฝันนี้ดูไกลเกินเอื้อม
“บ้านชาวไทย” ความหวังความฝันของคนรุ่นใหม่ที่อยากมีบ้านเป็นของตนเอง ภายใต้บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมราคาประหยัดเริ่มต้นเพียง 1 ล้านกว่าบาท หรือเริ่มประมาณ 1.6-1.89 ล้านบาทเน้นทำเลใกล้รถไฟฟ้าและแหล่งงาน
เพื่อช่วยคนรุ่นใหม่และวัยทำงานเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ผ่อนสบายเท่าค่าเช่า ประมาณ 6,000-7,000 บาท/เดือนโดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ และกู้ได้ 100% ภายใต้ความร่วมมือของพันธมิตร อย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ที่นอกจาก ได้ดอกเบี้ยอัตราต่ำพิเศษแล้ว ราคาขายยังต่ำกว่าท้องตลาด25-30% ไม่ต้องวางเงินก้อนใหญ่ เพื่อดาวน์ มีเฟอร์นิเจอร์พร้อม เพียงหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที
สะท้อนความจริงแล้วการมีบ้านไม่ใช่เรื่องยากเกินไปหากเรารู้จักวางแผนทางการเงินอย่างถูกต้อง และเข้าใจ “เทคนิคการเข้าถึงสินเชื่อ” อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเครดิต การเลือกประเภทสินเชื่อที่เหมาะกับรายได้ การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย หรือการบริหารค่างวดให้ผ่อนสบายในระยะยาว
“ฐานเศรษฐกิจ”พาไปทำความเข้าใจเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คุณกู้ผ่านง่ายขึ้นผ่อนบ้านได้แบบไม่หนักเกินกำลังและก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านในแบบที่มั่นคงและยั่งยืน
สำหรับเทคนิคการเข้าถึงสินเชื่อหรือกู้เงินกับธนาคารเพื่อผ่อนบ้านชาวไทย อันดับแรก
1.ต้องดูรายได้ ให้สอดคล้องกับที่อยู่อาศัยที่จะซื้อ
การซื้อบ้านราคา 1.6 ล้านบาท ควรมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 15,000 - 20,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาระหนี้สินอื่นๆ และระยะเวลาการกู้ หากไม่มีหนี้เลย เงินเดือน 15,000 บาทอาจเพียงพอ แต่หากมีภาระหนี้ควรมีรายได้สูงกว่านี้ เพื่อให้ยอดผ่อนต่อเดือน (ประมาณ 7,500 - 10,000 บาท) ไม่เกิน 50-60% ของรายได้
ข้อมูลสำคัญสำหรับการคำนวณ
หมายเหตุ: ผลการกู้จริงขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร และคุณสมบัติของผู้กู้ เช่น อายุงาน, ประวัติทางการเงิน, และอาชีพ
ลดภาระหนี้ให้หมดไปหรือน้อยที่สุด
สำหรับการผ่อนบ้านต้องมีความพร้อม และ ก่อนที่จะยื่นกู้กับธนาคาร ต้องตรวจสอบภาระหนี้สิน ว่ามีมากน้อยแค่ไหน เช่นบัตรเครดิต หนี้เครดิตบูโร หนี้จากการผ่อนชำระสินค้า เช่นโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เพราะไม่เช่นนั้น การพิจารณาให้กู้ของธนาคารอาจน้อยลงหรือได้วงเงินกู้น้อยลง ทางออกต้องกำหนดเวลาชำระหนี้ให้หมดโดยเร็วหรือให้เหลือน้อยที่สุดทั้งนี้ระยะเวลาขึ้นอยู่กับภาระหนี้ว่ามากหรือน้อย
ขอคำปรึกษาพูดคุยกับทางธนาคารและโครงการ
นอกจากนี้หากต้องการที่อยู่อาศัยจริง สามารถ ขอคำปรึกษากับทางธนาคาร และโครงการเพื่อหาทางช่วยเหลือให้ได้บ้านและเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะ หากรายได้น้อย และมีภาระหนี้ สามารถเข้าโรงเรียนการเงินธอส.เพื่อ เข้ากระบวนการผ่อนกับทางธอส.จัดตั้งขึ้น
เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อบ้านทั่วไปได้ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า หรือผู้ไม่มีสลิปเงินเดือน ให้สามารถเก็บออมเงินต่อเนื่อง 12-24 เดือน เพื่อสร้างหลักฐานรายการทางการเงิน (Statement) และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อบ้านสูงสุด 3 ล้านบาท
ในขณะเดียวกันสามารถยืดระยะเวลาการผ่อนกับธอส.ออกไปได้ 40 –70ปี เป็นต้นส่วนทางโครงการอาจใช้วิธีเช่า-ออม ระยะยาวหรือผ่อนกับทางโครงการ2-3ปีแล้ว จึงผ่อนกับธนาคารเป็นต้น
รายละเอียดโครงการ "บ้านชาวไทย"
การลงทะเบียน: เปิดให้ลงทะเบียนแสดงความสนใจผ่านเว็บไซต์ {Link: www.baan-chaothai.com https://www.baan-chaothai.com/} โดย จะปิดการลงทะเบียน สิทธิ ภายใน วันที่20 กุมภาพันธ์ 2569ที่จะถึงนี้ ที่สำคัญผู้ซื้อต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน