
“สุริยะ” สั่งเฝ้าระวังลุ่มน้ำสายหลัก จับตาน้ำยมตอนล่าง - ป่าสัก น้ำเพิ่มขึ้นสูงขึ้น
“สุริยะ” สั่งเฝ้าระวังลุ่มน้ำสายหลัก จับตาน้ำยมตอนล่าง - ป่าสัก น้ำเพิ่มขึ้นสูงขึ้น
KEY
POINTS
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สั่งการให้กรมชลประทานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสายหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำยม น่าน และป่าสัก หลังมีฝนตกสะสม
- ให้จับตาสถานการณ์ในแม่น้ำยมตอนล่างและแม่น้ำป่าสักบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นพิเศษ เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
- กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เขตเมืองสุโขทัย
- สถานการณ์ในแม่น้ำน่านมีแนวโน้มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ หลังมวลน้ำได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
วันนี้ (23 สิงหาคม 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังได้รับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ว่า ยังคงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำในลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำน่าน และลุ่มน้ำป่าสักอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่ายังมีฝนสะสมในหลายพื้นที่ ในขณะที่ภาพรวมระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักยังต่ำกว่าตลิ่ง
สำหรับ แม่น้ำยม ที่สถานี Y.36 อ.ปง จ.พะเยา ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.66 เมตร, สถานี Y.20 อ.สอง จ.แพร่ ต่ำกว่าตลิ่ง 6.29 เมตร, สถานี Y.1C อ.เมือง จ.แพร่ ต่ำกว่าตลิ่ง 5.48 เมตร, สถานี Y.37 อ.วังชิ้น จ.แพร่ ต่ำกว่าตลิ่ง 4.68 เมตร และสถานี Y.14B อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ต่ำกว่าตลิ่ง 6.09 เมตร ผ่านจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 22 ส.ค.69 เวลา 23.00 น. กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำผ่าน ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ และแบ่งน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองหกบาท เพื่อลดผลกระทบต่อเขตเมืองสุโขทัย
ส่วน แม่น้ำน่าน ที่สถานี N.1 อ.เมืองน่าน จ.น่าน ต่ำกว่าตลิ่ง 3.62 เมตร, และสถานี N.13A อ.เวียงสา จ.น่าน ต่ำกว่าตลิ่ง 2.28 เมตร มวลน้ำได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ทำให้สถานการณ์บริเวณเมืองน่านและ อ.เวียงสา มีแนวโน้มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้
ขณะที่ แม่น้ำป่าสักบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้านเหนือของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สถานการณ์อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง โดยสถานี S.33 อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ต่ำกว่าตลิ่ง 5.20 เมตร, สถานี S.3 อ.หล่มเก่า ต่ำกว่าตลิ่ง 1.61 เมตร, สถานี S.4B อ.เมืองเพชรบูรณ์ ต่ำกว่าตลิ่ง 1.31 เมตร และสถานี S.42 อ.วิเชียรบุรี ต่ำกว่าตลิ่ง 3.12 เมตร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมชลประทาน เฝ้าระวังพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและฝนสะสม รวมถึงติดตามปริมาณน้ำในลำน้ำสายหลักอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างทันท่วงที











