
“แสวง”แจงเอาผิด “ฮั้ว สว.” ต้องครบ 3 เงื่อนไขตัวผู้สมัครทุจริต-รู้เห็น-มีหลักฐานไม่สุจริต
”แสวง” เลขาฯ กกต. แจง ม.226 เอาผิดคดี ฮั้ว สว. ต้องครบ 3 เงื่อนไขถึงตัวผู้สมัคร ทั้งทุจริต-รู้เห็น-มีหลักฐานเลือกไม่สุจริตถึงส่งศาลฎีกาได้
KEY
POINTS
- นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ชี้แจงเงื่อนไขการเอาผิดผู้สมัคร สว. ที่ทุจริตการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226
- การจะยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อเอาผิดได้ต้องครบ 3 องค์ประกอบ คือ 1. ผู้สมัครเป็นผู้กระทำหรือรู้เห็น 2. เป็นการกระทำที่ทุจริต และ 3. มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ
- ผู้สมัครต้องเป็นผู้กระทำการทุจริตด้วยตนเอง หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำของผู้อื่น เช่น การจ้างลงคะแนน หรือการสมยอมกัน
วันนี้ (23 ส.ค.2569 ) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชนเรียกร้องให้ กกต. ยื่นศาลฎีกาเอาผิดผู้ที่กระทำผิดในคดีเลือก สว. ทั้ง 229 คน เนื่องจากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ากระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 ว่า
ขอให้ข้อมูลองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ เรื่องให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิผู้ได้รับการคัดเลือกหลังประกาศผลการเลือก สว.ไปแล้ว มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
1. ต้องเป็นการกระทำของ “ผู้สมัครรับเลือก” เท่านั้น ที่กระทำการทุจริตในการเลือก หรือผู้สมัครรับเลือกรู้เห็นการกระทำของผู้อื่น
“หากผู้สมัครรับเลือกไม่ได้กระทำการทุจริต หรือไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำของบุคลอื่นก็มีประเด็นว่า อยู่ในบังคับมาตรา 226 หรือไม่ เรื่องนี้อยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้”
2. การกระทำที่ “ทุจริต” อาทิ จ้างลงสมัคร จ้างลงคะแนน สมยอม แลกคะแนน หรือให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อให้เลือกตนเอง เป็นต้น
3. มี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ” การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
“ถ้าครบองค์ประกอบความผิดทั้ง 3 องค์ประกอบความผิดดังกล่าว กกต. ต้องส่งให้ศาลฎีกา ตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ” นายแสวง ระบุ







