
ตลาดความงามโตแรง สกินแคร์สัญชาติไทย ชูกลยุทธ์ Celebrity Marketing ท้าชนแบรนด์อินเตอร์
ตลาดความงามไทย 4 แสนล้านโตแรง “ดิเอลฟ์” สกินแคร์สัญชาติไทย ชูกลยุทธ์ "Celebrity Marketing- Self-Love" คว้าตัวแม่ "อั้ม พัชราภา" นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ NANO WHITE DOSE
KEY
POINTS
- ตลาดความงามและสกินแคร์ของไทยมีแนวโน้มเติบโตสูง สร้างโอกาสให้แบรนด์ไทยเข้ามาแข่งขันกับแบรนด์ต่างชาติ
- แบรนด์สกินแคร์ไทย "ดิ เอลฟ์" (The Elf) ใช้กลยุทธ์ Celebrity Marketing โดยดึงซุปเปอร์สตาร์ "อั้ม พัชราภา" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์
- เป้าหมายของกลยุทธ์นี้คือเพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์สู่ระดับพรีเมียม สร้างความน่าเชื่อถือ และขยายฐานผู้บริโภคในวงกว้าง
ปัจจุบันอุตสาหกรรมความงามของประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ข้อมูลจากสมาคม Thai Cosmetics Cluster Trade Association ระบุว่า มูลค่าตลาดความงามของไทยในปี 2025 ถูกประเมินว่าจะแตะระดับ 4 แสนล้านบาท ขณะที่กลุ่มเครื่องสำอางและสกินแคร์ยังคงมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 10–11% ต่อปี
สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณและภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่อง โดยที่ "สกินแคร์" ยังคงเป็นเซกเมนต์หลักที่ทรงอิทธิพลที่สุด จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพผิวและการเสริมสร้างความมั่นใจในระยะยาว จึงเป็นโอกาสของแบรนด์ใหม่ที่จะรุกทำตลาด
นางสาวสุดารัตน์ เป็งเส้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิเอลฟ์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า แม้อุตสาหกรรมความงามจะมีการแข่งขันที่รุนแรงแต่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ทำให้ดิ เอลฟ์ (The Elf) แบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทยต่างเร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด โดยใช้กลยุทธ์ "Celebrity Marketing”
ด้วยการดึงซุปเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของประเทศอย่าง "อั้ม - พัชราภา ไชยเชื้อ" มานั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ พร้อมเปิดตัวโฉมใหม่ของผลิตภัณฑ์เรือธง "The Elf NANO WHITE DOSE Premium White Plus+" ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Image) และขยายฐานผู้บริโภคเข้าสู่เซกเมนต์สกินแคร์ระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัว
"หนึ่งในกลยุทธ์ที่นักการตลาดจับตามองคือการเลือกใช้ "อั้ม พัชราภา" ไอคอนความงามระดับตำนานที่มีอิทธิพลสูง (High Influence) ต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานและฐานแฟนคลับบนโลกออนไลน์ที่หนาแน่น การร่วมงานกับพรีเซ็นเตอร์ระดับประเทศในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในวงกว้าง และสร้างความน่าเชื่อถือ (Credibility) และความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมากในตลาด"
“แผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทเตรียมใช้กลยุทธ์ที่ผสมผสานได้แก่ Celebrity Marketing: ใช้พลังของพรีเซ็นเตอร์สร้างภาพจำที่แข็งแกร่ง Digital & Influencer Marketing: เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านคอนเทนต์คุณภาพ และ Live Commerce: กระตุ้นยอดขายแบบ Real-time บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ”
นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ แบรนด์ยังเดินเกมการตลาดผ่าน "Live Commerce" ที่กำลังเป็นเทรนด์หลักของไทย โดยเตรียมสร้างเซอร์ไพรส์เปิดขายขวด "Limited Edition" จำนวน 2 หมื่นขวด ผ่านกิจกรรมไลฟ์สดที่พรีเซ็นเตอร์จะมาร่วมสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรงซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) และกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ











