
ตลาดบิวตี้เปลี่ยนทิศ คนไทยลดเห่อตามอินฟลูฯ เน้นคุณภาพ-ผลลัพธ์จากคนใช้จริง
ชี้พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยน ลดเห่อตามอินฟลูฯ หันเจาะลึกข้อมูล ผลลัพธ์จริงบนโลกดิจิทัล ดันตลาดเวชสำอางปรับตัว “สกินโนวา” ชูจุดขายงานวิจัย จับมือแบรนด์ดังเปิดตัวสินค้าใหม่
KEY
POINTS
- พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนไป โดยลดการตัดสินใจซื้อตามกระแสหรืออินฟลูเอนเซอร์ และหันมาศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพื่อเลือกผลิตภัณฑ์จากคุณภาพและผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้
- ความต้องการผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องแข่งขันกันด้วยประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
- แบรนด์ปรับกลยุทธ์การตลาดโดยเน้นสร้างความน่าเชื่อถือผ่านช่องทางผู้เชี่ยวชาญ เช่น การจำหน่ายในคลินิกความงามและโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์
Fortune Business Insights วิเคราะห์ถึงตลาดเวชสำอางในอาเซียน ซึ่งมีมูลค่ากว่า 9.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 36.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 15.80% ไว้อย่างน่าสนใจ โดยพบว่า กลุ่มสกินแคร์ยังครองสัดส่วนสูงสุดของตลาด จากแนวโน้มปัญหาผิวหนังที่เพิ่มขึ้นและความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีงานวิจัยรองรับ
ขณะที่ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญและมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในอาเซียนปี 2025 สะท้อนศักยภาพของไทยต่ออุตสาหกรรมเวชสำอางระดับภูมิภาค ทำให้ตลาดเวชสำอางในเมืองไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยที่ใส่ใจและให้ความสำคัญมากขึ้นส่งผลให้การแข่งขันสูงขึ้น จากแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาและการรุกทำตลาดแบรนด์เดิมที่มีอยู่ทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์
โดยล่าสุดพบว่า บริษัท สกินโนวา จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เวชสำอางชั้นนำจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา ร่วมกับ Cantabria Labs ประเทศสเปน เปิดตัว “Heliocare Oral Capsules” ชู Fernblock® Technology เพื่อรุกทำตลาดเวชศาสตร์ความงามในอาเซียน
ภญ.สิริมาส ศรีวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกินโนวา จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เวชสำอางชั้นนำจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา เล่าให้ฟังว่า พฤติกรรมผู้บริโภคไทยในตลาดความงามเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสและอินฟลูเอนเซอร์ สู่ยุคที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ส่งผลให้ต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพและผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้
สำหรับสกินโนวา ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 มุ่งเน้นการคัดสรรและนำเข้าผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีงานวิจัยรองรับ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยเริ่มทำตลาด
ในประเทศไทยด้วยแบรนด์ Miami Peel และ Q-Skinscience จากสหรัฐอเมริกา ก่อนขยายพอร์ตโฟลิโอสู่แบรนด์ชั้นนำจากยุโรป ได้แก่ Heliocare, Endocare, Neoretin และ Biretix
โดยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บริษัทเติบโตเฉลี่ย 30-50% จากการตอบรับที่ดีในกลุ่มแพทย์ผิวหนังและคลินิกความงาม ปัจจุบันมีช่องทางจำหน่ายหลักผ่านคลินิกความงามและโรงพยาบาลชั้นนำ (B2B) สำหรับกลุ่ม Exclusive for Clinic & Hospital และช่องทางร้านวัตสัน (B2C) ในกลุ่ม Consumer Line ประมาณ 10% ของยอดขาย
ทั้งนี้บริษัทได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Heliocare ในประเทศไทย จาก Cantabria Labs ผู้ผลิตเวชสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชั้นนำระดับโลกจากประเทศสเปน Cantabria Labs เริ่มต้นจากการทำตลาดด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด Heliocare ชนิดทา ก่อนต่อยอดสู่ “Heliocare Oral Capsules” นวัตกรรมเสริมการปกป้องผิวจากแสงแดดชนิดรับประทาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในระยะเริ่มต้นจำหน่ายเฉพาะในโรงพยาบาลและคลินิกภายใต้การดูแลของแพทย์
โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายในงาน The Official Launch: Royal Radiance – The Art & Science of Inside-Out Photoprotection ณ พระราชวังพญาไท กรุงเทพฯ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ความงามเข้าร่วมกว่า 170 ราย





