thansettakij
thansettakij
“วิชา”ชี้“ฮั้วทางการเมือง”เลวร้าย ล็อกผลเลือก สว. ทำลายประชาธิปไตย

“วิชา”ชี้“ฮั้วทางการเมือง”เลวร้าย ล็อกผลเลือก สว. ทำลายประชาธิปไตย

30 ก.ย. 69 | 08:14 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ย. 69 | 08:42 น.

“วิชา มหาคุณ” ชี้ “ฮั้วทางการเมือง” เป็นพัฒนาการที่เลวร้าย คดีฮั้ว สว.สะท้อนช่องโหว่ระบบเลือกไขว้ เปิดทางกลุ่มการเมือง-กลุ่มทุนแทรกแซง เตือนบั่นทอนประชาธิปไตย

KEY

POINTS

  • ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ ชี้ว่า "การฮั้วทางการเมือง" เพื่อล็อกผลเลือกตั้ง สว. เป็นการกระทำที่เลวร้าย โดยกลุ่มทุนและพรรคการเมืองบางพรรครวมหัวกันเพื่อประโยชน์ของฝ่ายตนเอง
  • การฮั้วอาศัยช่องโหว่ของระบบที่ให้ผู้สมัครเลือกกันเอง และเลือกไขว้ เปิดทางให้เกิดการจ้างคนมาสมัครเพื่อลงคะแนนตามโพยที่จัดเตรียมไว้
  • การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตย ทำให้วุฒิสภาขาดความชอบธรรมและไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจได้

วันนี้ 30 กันยายน 2569 ราชบัณฑิตยสภาและสำนักงานราชบัณฑิตยสภา จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “คดีฮั้ว สว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้" 

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวตอนหนึ่งว่า เราไม่ค่อยได้ใช้ระบอบประชาธิปไตยเท่าไหร่นัก เพราะไม่ทันใจมีปัญหาเยอะแยะ มีการแสวงหาผลประโยชน์จากองค์กรทางการเมือง หรือผู้ที่ดํารงตําแหน่งทางการเมืองบางส่วน เราต้องช่วยกันประคับประคองระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนใช้สิทธิเสรีภาพอย่างสุจริตเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญต้องการ 

ฮั้วทางการเมืองเลวร้ายมาก

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา ให้ความความหมายของคําว่า "ฮั้ว" ที่จีน แปลว่ารวมหัวหรือร่วมมือกัน มีความหมายที่ดี ไม่ใช่ความหมายที่เลวเลย 

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา อธิบายถึงกระบวนการพิจารณาคดีของศาล โดยเฉพาะศาลฎีกา ซึ่งมีการวางหลักไว้ถึงการฮั้วประมูล แนวทางแรกได้วินิจฉัยว่า การตกลงกันเป็นความคิดอิสระ หรือการทําสัญญาโดยเจตนารมณ์เสรี หากตกลงกันได้จึงไม่ขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวเนื่องด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน 

ต่อมาเมื่อมีการฮั้วกันมากเข้า ยึดกุมอํานาจผู้รับเหมา จึงมีการวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานถึงปัจจุบันว่า การฮั้วประมูล เป็นการเสนอราคาที่ถือว่า ขัดต่อกฎหมาย อันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะในทันที 

จากนั้น มีการออกพระราชบัญญัติตามมา ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงในอํานาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โทษสูงสุดคือจําคุกตลอดชีวิต ร้ายแรงกว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 อีก  

"คนเราโดยมากเข้าใจผิด โดยเฉพาะผู้รับเหมาว่า ฮั้วกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นไร ติดคุกตลอดชีวิตนะครับ แต่ราชทัณฑ์จะเปลี่ยนเป็นอะไรก็อีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับศาล เพราะศาลถือว่ารุนแรงมาก เช่น คดีจํานําข้าวที่ผมเองเคยทํา เป็นการยึดกลุ่มอํานาจในการเสนอราคา ทําให้ได้ไปโดยปราศจากการมีคู่แข่งขัน" 

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา กล่าวถึงการฮั้วทางการเมืองว่า อาจเรียกเป็นพัฒนาการที่เลวร้ายมาก เพราะเป็นเรื่องกลุ่มบุคคลหรือนักการเมือง รวมกันวางแผนจัดตั้ง หรือเลือกตั้ง ล็อกผลลัพธ์ทางการเมือง เพื่อให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของฝ่ายตนเอง รวมหัวกันเพื่อเอาเปรียบคนอื่น ให้ตัวเองได้รับประโยชน์ 

ฮั้ว สว.ต้องส่งศาลฎีกาพิจารณา

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา ระบุว่า ตนเองยังคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งจําเป็น ไม่ควรปิดช่องทางเสียเลย เราสามารถทําไปพร้อมกันได้ หรือการนำเข้าศาลอื่น แม้บางอย่างจะหวังไม่ค่อยได้ หรือมีความหวังต่ำ หรือระดับปานกลาง แต่ดูแล้วไม่มีอะไรสูงเลย 

สำหรับการนำกระบวนการฮั้วเลือก สว. จะเข้าไปสู่กระบวนการที่อาจขัดหรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ภายใต้อํานาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้น อย่างไรเสีย สิ่งที่เราจะต้องพิจารณาคือ การไต่สวนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สุจริตและไม่เป็นธรรมหรือไม่ เพื่อให้การเลือกตั้งนั้นนําไปสู่การเรียกสํานวน เพื่อจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน คือ ให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เป็นผู้ดำเนินการ 

แต่การต้องถือสำนวนของ กกต.เป็นหลัก ก็ยังสามารถเรียกพยานหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนที่ยังสงสัยได้หมด เหมือนศาลอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และคดีทุจริต ซึ่งจะเป็นระบบไต่สวน ถือสำนวนของ ป.ป.ช.เป็นหลัก สามารถไต่สวนจนสิ้นสงสัย ไม่มีระบบสงสัย แล้วยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย เหมือนคดีอาญา 

"ถ้า กกต. ท่าน ใดชุดใด หรือศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งชุดใด ไปคิดว่า ตนเองจะต้องพิสูจน์จนกว่าจะสิ้นสงสัย และถ้าสงสัย แล้วให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจําเลย ผิดอย่างมหันต์ ผิดอย่างถอนรากถอนโคน มันเป็นไปไม่ได้ ในระบบการพิจารณาคดีทางการเมือง" ศาสตราจารย์พิเศษวิชา กล่าว

                                      “วิชา”ชี้“ฮั้วทางการเมือง”เลวร้าย ล็อกผลเลือก สว. ทำลายประชาธิปไตย

พร้อมเน้นย้ำว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีอาญา แต่เป็นการวางระบบทางการเมือง ที่ต้องสุจริตและเที่ยงธรรม ในการกลั่นกรองของ กกต. จึงไม่ได้ใช้หลักต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัย แต่ใช้การพิสูจน์ มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ซึ่งต้องส่งไปให้ศาลฎีกาพิจารณา ใช้ดุลยพินิจว่า จะให้เพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้งหรือไม่ 

"กฎหมายไทยเป็นระบบผสม หรือจะเรียกว่ายําใหญ่ก็ได้ เห็นอะไรของเขาดีก็เอามาหมด แล้วก็เอามาใช้กับกระบวนการที่ส่วนมากเราขี้เกียจจะพิสูจน์ จะพิสูจน์อะไรกัน วุ่นวาย ปวดหัว เพราะฉะนั้น จะมีผู้พิพากษาที่ขี้สงสัยมากๆ ยกฟ้องเยอะ" ศาสตราจารย์พิเศษวิชา ระบุ                               

ชี้ช่องโหว่ก่อให้เกิดฮั้ว สว.

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มองกระบวนการดําเนินการ ที่ต้องทําให้ศาลเข้าใจในจุดแรก ว่า คดีฮั้ว สว.เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งจะเป็นตัวหลักของระบบเลือกตั้งกลไกตามรัฐธรรมนูญ ว่าให้เลือกกันเอง และเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มอาชีพ คำนี้เป็นสิ่งที่แตกต่างจากการเลือก สส. ฟ้ากับเหว ไม่มีประชาชนทั่วไปมาลงคะแนน จึงเป็นช่องโหว่ที่ทําให้เกิดการฮั้ว เพราะมีการสมัครที่ไม่ลงคะแนนให้ตัวเอง ขัดต่อหลักการเลือกสมาชิกโดยสุจริต แต่นี่เข้าไปโดยไม่ต้องการให้เลือกใครเลย แต่ฉันจะเลือกคุณ และมีโพยไว้เรียบร้อยแล้ว มีข้อตกลงกันแล้ว

ดังนั้น จึงมีการจ้างสมัครบล็อกโหวต ผลประโยชน์ หรือการเกณฑ์คน เครือข่ายทางการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ เพื่อทําหน้าที่เป็นหัวคะแนน หรือมาลงคะแนนกับผู้สมัครที่ถูกวางตัวไว้ คนที่เป็นผู้สมัครไม่มีเจตนาจะเป็น สว.เลย ต้องการเข้ามาโหวตตามคําสั่ง 

นี่ต้องนํามาอยู่ในสํานวนให้ครบถ้วนบริบูรณ์ โดยเฉพาะโพยฮั้ว ที่ทําให้ผู้สมัครที่ตั้งใจเข้ามา ถูกตัดสิทธิ์ออกไป ถูกน็อคกลางอากาศ เข้าไปก็ได้เฉพาะคะแนนที่ตัวเองลงเท่านั้น เมื่อไม่มีคะแนนจัด ตั้งก็ไม่ได้คะแนนอะไรเลย และยังมีการจัดเลี้ยงและนัดแนะนอกรอบอีก

“ฮั้ว สว.”เกมของกลุ่มทุน-บางพรรค

"สิ่งเหล่านี้ทําลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ออกแบบระบบมาเพื่อให้ได้ สว. เป็นตัวแทนของกลุ่มอาชีพ ที่หลากหลาย และมีความบริสุทธิ์ใจ เป็นหัวใจของการออกแบบ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ฮั้วกันแบบนี้หรอก แต่เป็นช่องโหว่ ที่เกิดการแทรกแซง ทําการฮั้ว เป็นเกมของกลุ่มทุน และพรรคการเมืองบางพรรค ที่เข้ามากินรวบในสภาสูง เพราะเจตนารมณ์เขาต้องการให้มาเลือกคนในองค์กรอิสระ จึงทําให้อยู่ในมือ สว.จำนวนมาก แต่จะไม่พูดว่ากลุ่มของใคร เพราะท่านนายกฯ บอกว่าอย่าไปพูด ขอให้เข้าใจเอาเองแล้วกัน" ศาสตราจารย์พิเศษวิชา ระบุ

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา ชี้ว่า ขัดกับการคานอํานาจ เพราะวุฒิสภาควรทําหน้าที่เป็นสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ตรวจสอบการทํางานของสภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาล รวมถึงแต่งตั้งองค์กรอิสระ ถ้า สว. ได้มาเพราะการฮั้ว โดยเครือข่ายของกลุ่มการเมือง หรือพรรคการเมือง เท่ากับว่าพรรคการเมืองสามารถควบคุมกลไกการตรวจสอบทั้งหมดของประเทศไปโดยปริยาย 

สว.มาจากระบบกระซิบใช่ไหม

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา ระบุด้วยว่า ขาดความยึดโยง และความชอบธรรมต่อประชาชน เพราะ สว. ที่เข้ามาโดยวิธีนี้ จะไม่ใช่ผู้แทนของปวงชนชาวไทย แต่เป็นตัวแทนของคนที่อยู่เบื้องหลัง 

"มาจากระบบกระซิบใช่ไหมท่านนายกฯ" กลายเป็นผู้แทนจากอํานาจเงิน และอิทธิพล ที่กําหนดตัวแทน ส่งผลต่อกฎหมาย หรือการตัดสินใจต่าง ๆ ในอนาคต ที่ขาดความเชื่อถือ ขัดต่อหลักความศรัทธา เชื่อถือ และไว้วางใจต่อองค์กรแห่งรัฐ ที่จะถูกทําลายในทันที 

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา ระบุด้วยว่า เมื่อขาดความไว้วางใจแล้ว ก็จะขาดจริยธรรม ขององค์กร หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางการเมือง ถ้าไม่ได้รับความไว้วางใจ ต้องถูกทําให้พ้นจากตําแหน่งในทันที ทําให้มีกระบวนการมาตรฐานทางจริยธรรมเข้ามา โดย ป.ป.ช.ส่งศาลฎีกา 

จะสร้างความเหลื่อมล้ำ และทําลายระบบนิติรัฐ ปล่อยให้ผู้ทําผิดกฎหมาย ใช้อํานาจเงิน และอิทธิพล เข้าสู่กระบวนการอำนาจรัฐ บ่อนทําลายหลักนิติธรรมอย่างรุนแรงที่สุด ซึ่งควรจะต้องทําโดยปราศจากอําเภอใจใช้ดุลพินิจ ไม่ทําอะไรที่ใช้อํานาจบาตรใหญ่ ยึดกุมอํานาจรัฐ คนดีที่ตั้งใจเข้ามาด้วยความรู้ความสามารถกลับไม่มีโอกาสเลย ขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง ในระบอบประชาธิปไตย

"ถ้าเรายอมให้ระบอบอย่างนี้ ยังคงอยู่ ระบอบประชาธิปไตยจะถูกทําลาย และระบอบเผด็จการที่เราไม่ต้องการจะเข้ามา ต้องแก้ไข ท่านผู้ที่มีจิตใจเป็นธรรมทั้งหลาย ถ้าอยากให้ระบอบการปกครองประชาธิปไตยคงอยู่ เราต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด 6 เดือนก็ช้าไปแล้ว ต้องภายใน 3 เดือน" ศาสตราจารย์พิเศษวิชา ย้ำ