thansettakij
thansettakij
“จรัญ”ผ่าทางตันเลือก สว. ชูช่องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญ

"จรัญ"ผ่าทางตัน ฮั้ว สว. ชูช่องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาล รธน. วินิจฉัย

30 ก.ย. 69 | 07:30 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ย. 69 | 07:48 น.

“จรัญ ภักดีธนากุล”ผ่าทางตันเลือก สว. ชูช่องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ชี้ระบบต้องมีคำตอบใน 6 เดือน–1 ปี

KEY

POINTS

  • นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสนอทางออกปัญหาการเลือก สว. โดยให้ยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกระบวนการเลือกตั้ง
  • ชี้ว่าแนวทางอื่น เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ หรือการใช้กระบวนการศาลปกติ มีข้อจำกัดด้านเวลาและอาจไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงระบบในภาพรวมได้ 
  • คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาวินิจฉัยประมาณ 6 เดือน - 1 ปี ซึ่งหากพบว่า กระบวนการขัดรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้

อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ “จรัญ ภักดีธนากุล” เสนอทางออกปมกระบวนการเลือก สว. หลังเห็นข้อจำกัดทั้งการแก้รัฐธรรมนูญและกระบวนการศาลปกติ ชี้ช่องใช้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นทางผ่านส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของระบบเลือก สว. พร้อมเสนอ 3 ขั้นตอน ตั้งแต่รวบรวมหลักฐานเชิงลึก ตรวจเส้นทางการเงิน-ข้อมูลสื่อสาร จนถึงส่งศาลรัฐธรรมนูญ เชื่ออาจใช้เวลา 6 เดือน-1 ปี พร้อมค้านการระดมมวลชนขับไล่ กกต.

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวในการเสวนาวิชาการหัวข้อ “คดีฮั้ว สว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” จัดโดยราชบัณฑิตยสภาและสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ถึงแนวทางผ่าทางตันปัญหากระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยเสนอให้ใช้กลไก ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นช่องทางนำประเด็นเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

นายจรัญ กล่าวว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่ง สว. สะท้อนว่า มีข้อกังวลต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในขั้นตอนการตรวจสอบภายหลัง แต่มีรากมาจากโครงสร้างของระบบเลือก สว. และมาตรการรองรับของ กกต. ที่อาจยังไม่รัดกุมเพียงพอ

ชี้ช่องโหว่เปิดทาง“คนชำนาญ”ได้เปรียบ

นายจรัญ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญเกิดขึ้นตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างระบบเลือก สว. ซึ่งมีความซับซ้อน และการวางมาตรการรองรับของ กกต.ชุดใหม่ ที่อาจยังขาดความรอบคอบ ส่งผลให้เกิดช่องว่างที่ผู้ที่มีความชำนาญ หรือ สามารถบริหารจัดการกระบวนการเลือกตั้งได้ดีกว่า สามารถใช้ประโยชน์จากช่องว่างดังกล่าวได้

นายจรัญ เห็นว่า หากพิจารณาเฉพาะผู้กระทำผิดเป็นรายบุคคล อาจไม่สามารถตอบโจทย์ว่าระบบการเลือก สว. ทั้งระบบมีปัญหาหรือไม่ และหากพบว่า กระบวนการในภาพรวมมีปัญหาทางกฎหมายหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็จำเป็นต้องมีกลไกที่สามารถวินิจฉัยปัญหาในระดับระบบได้

แก้รัฐธรรมนูญใช้เวลานาน ศาลปกติอาจไม่ทันการณ์

อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า แม้เมื่อเห็นปัญหาแล้ว แนวทางหนึ่งคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลานาน และอาจมีอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะหากต้องใช้เวลาหลายปี กว่าจะเห็นผลในทางปฏิบัติ

ขณะที่การพึ่งพากระบวนการศาลปกติ เช่น การดำเนินคดีในศาลฎีกา หรือคดีอาญา ก็มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา

สำหรับการดำเนินคดีในศาลฎีกา นายจรัญ ประเมินว่า อาจใช้เวลาประมาณ 1–3 ปี และหากพิจารณาเป็นรายบุคคล ผลที่เกิดขึ้นอาจอยู่ในรูปการถอดถอนผู้กระทำผิด แล้วให้ผู้สมัครสำรองขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ไข หรือยกเลิกปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระบวนการเลือกตั้งในภาพรวมได้
ส่วนคดีอาญาก็อาจต้องใช้เวลานานหลายปี จึงอาจไม่ตอบโจทย์หากเป้าหมาย คือ การหาคำตอบต่อความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของระบบเลือก สว. ในภาพรวม

ชู“ศาลรัฐธรรมนูญ”ชี้ขาดปัญหาระบบ

นายจรัญ กล่าวว่า ฉะนั้นไปสุดท้ายคือ ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นศาลเดียวที่มีอำนาจตรวจสอบอำนาจการเลือกตั้งว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าขัดแย้งก็ต้องเลือกใหม่ล่มทั้งสภา เอาระบบนี้ใช้กับระบบเลือกสว. ด้วย

"ก็อย่างคดีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดยังไปถึงศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ผมก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ไม่ถึงขนาดเป็นเรื่องไม่ลับหรอก ไม่มีประเทศใดที่ล่มการเลือก สส. เพราะเหตุใช้เครื่องหมายคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ถ้าคดีฮั้ว สว. เดินแนวทางเดียวกันกับคดีนี้ ที่ใช้เวลา 9 เดือนก็ตัดสินได้แล้ว

ฉะนั้นถ้าเราจะไปนำเรื่องคดี ฮั้วสว.ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเหมือนคดีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ต้องไปร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อนำส่งไปยังศาลธรรมนูญ โดยเรื่องคดีฮั้วสว.เราเห็นหลักฐานว่ามีจริงตั้งแต่ประกาศผล ฉะนั้นผู้ตรวจการจึงไม่อาจตีตกเรื่องนี้ได้

ส่วนคดีศาลฎีกาทีแรกบอกว่าไม่มีน้ำยา แต่ต้องบอกว่าตอนนี้มีน้ำยา เพราะศาลฎีกาท่านใช้อำนาจเรียกพยานหลักฐานเยอะแยะที่เห็นว่าคนข้างนอกไม่เห็น หนึ่งคือเส้นทางเงินที่กกต. ตีตกตั้งแต่มติ 4 ต่อ3 ไม่รับมาใช้ จนต้องสงสัยท่านเอาเหตุผลอะไรตัดสินในคดีรวมหัวกันทุจริตรายใหญ่ เพราะถ้าท่านไม่รับหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางเงิน นั้นก็จบ ฉะนั้นตนถือเป็นจุดอ่อนของกกต.ชุดนี้ แต่ศาลฎีกาตนมั่นใจว่าศาลฎีกาท่านเรียกมาแน่

นายจรัญ กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ มั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถไม่รับคำร้องได้ เพราะพยานหลักฐานพร้อมอยู่แล้ว เพราะเชื่อว่าศาลท่านเข้าใจว่าบ้านเมืองรอไม่ได้ อาจจะมีการวินิจฉัยภายใน 1 ปี หรือ 6 เดือน

ส่วนท่านจะวินิจฉัยขัดหรือไม่ขัด ตนขออ้างจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 เป็นเรื่องหน้าที่ ของกกต. ในการจัดการเลือกตั้ง สส. และเลือก สว. ต้องสุจริตและเที่ยงธรรม และนี่คือ เป็นหลักฐานว่าไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ทำให้มาตรา 107 ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรา 215 วรรคหนึ่ง วรรคสอง คือ กกต. และองค์กรอิสระต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระ อยู่ใต้อาณัติหรือใบสั่งใคร หรือเกรงใจใคร หรือไปตอบแทนใคร และมาตรา 224(1)(2) ถ้าขัดกันทั้งหมดการเลือกตั้งสว.ครั้งนั้นใช้ไม่ได้เลย จนตกงานทั้ง 200 คน

ชี้เเลือก สว. กกต.ประมาทเลินเล่อร้ายแรง

อย่างไรก็ตาม เท่าที่เราฟังมาการเลือก สว. กกต. เข้าลักษณะประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง บรรทัดฐานสากล และศาลฎีกาไทยมั่นคงมา 23 - 30 ปี ถือว่าไม่สุจริต ฉะนั้น นี่ถือเป็นเส้นทางที่ควรจะไป และอย่าไปกังวลการเล่นงาน กกต. ในคดีอาญา และอยากปลุกระดมมวลชนลงถนน เพราะไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย เพราะม็อบไม่ใช่ประชาธิปไตย ฉะนั้น ตนไม่เห็นด้วยกับการปลุกระดมมวลชนเป็นม็อบ