
คดี“ฮั้ว สว.” ลุ้นชะตา 229 รายวันนี้ กกต.ลงมติ 10 โมง แถลงบ่าย 3
วันนี้ ลุ้น กกต.ลงมติคดี “ฮั้ว สว.” ในเวลา 10.00 น. นัดแถลงผลเวลา 15.00 น. ชี้ชะตาผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ครอบคลุม สว. 138 คน นักการเมือง–กก.บห.พรรคภูมิใจไทย-เครือข่าย 91 คน
KEY
POINTS
- กกต.นัดประชุมลงมติชี้ชะตาผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ในวันนี้ (14 ก.ย.)
- กำหนดการลงมติจะมีขึ้นในเวลา 10.00 น. และจะมีการแถลงผลอย่างเป็นทางการในเวลา 15.00 น.
- ผู้ถูกกล่าวหาประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน, กลุ่มนักการเมืองและเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร สว. อื่นๆ อีก 91 คน
- หาก กกต.มีมติส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จะจัดทำคำวินิจฉัยและคำร้องภายใน 60 วัน
วันนี้ (14 ก.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ที่มี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน มีกำหนดนัดประชุมเพื่อลงมติในสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในเวลา 10.00 น. และเตรียมแถลงมติ ในเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กกต. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงในสำนวนการไต่สวนครบถ้วนแล้ว และสิ้นสุดกระบวนการรับฟังข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569
โดยในวันนี้ เมื่อเริ่มการประชุม กกต.แต่ละคนจะส่ง ใบลงมติของตนเอง ซึ่งจัดทำไว้ล่วงหน้า ที่ครอบคลุมผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย และพิจารณาตาม 7 ข้อกล่าวหา ที่อยู่ในสำนวนคดี
จากนั้น เจ้าหน้าที่สำนักการประชุม จะรวบรวมใบลงมติของกรรมการแต่ละคน ก่อนดำเนินการขานผลมติว่า ในแต่ละประเด็นและแต่ละผู้ถูกกล่าวหา กกต.มีความเห็นอย่างไร
ทั้งนี้ กกต.ได้ประชุมทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการลงมติดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อให้การประชุมวันที่ 14 กันยายน เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด
229 รายถูกกล่าวหาฮั้ว สว. แบ่ง 4 กลุ่ม
สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนคดี “ฮั้ว สว.” จำนวน 229 ราย แบ่งออกเป็นกลุ่มสำคัญ ได้แก่
1.สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน
2.รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน
3.เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย 20 คน
4.สว.สำรอง และผู้สมัคร สว. 50 คน
ผลการลงมติของ กกต.ครั้งนี้ นอกจากเกี่ยวข้องกับสถานะของ สว.ชุดปัจจุบันแล้ว ยังอาจเชื่อมโยงไปถึงบุคคลทางการเมืองและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. ปี 2567
หลัง กกต.ทั้ง 7 คนลงมติแล้ว กระบวนการจะเข้าสู่ขั้นตอนของสำนักงาน กกต. โดยจะต้องรวบรวมความเห็นของกรรมการแต่ละคน เพื่อนำไปจัดทำเป็นคำวินิจฉัยตามขั้นตอนกฎหมาย
กรณีที่ กกต.มีมติให้ดำเนินการต่อและส่งเรื่องให้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณา
สำนักงาน กกต.จะต้องจัดทำคำร้องและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยกรอบเวลาการจัดทำคำวินิจฉัยและคำร้องอยู่ที่ 60 วัน
จับตาไม่เปิดคะแนน-ไม่เปิดชื่อ
อีกประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมาก คือ รูปแบบการแถลงข่าวของสำนักงาน กกต.ในเวลา 15.00 น.
มีความเป็นไปได้สูงว่า กกต.อาจไม่เปิดเผยรายละเอียดคะแนนเสียงของกรรมการ ทั้ง 7 คน ว่าใครลงมติอย่างไร รวมถึงไม่เปิดเผยว่าในแต่ละประเด็นมีเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อยจำนวนเท่าใด
ขณะเดียวกัน หาก กกต.มีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาฯ ก็มีแนวโน้มว่า ในการแถลงข่าวจะยังไม่เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล แต่จะระบุเพียงจำนวนผู้ที่ กกต.มีมติให้ดำเนินการส่งศาล
จัดตำรวจ 1 กองร้อยรับมือม็อบ
ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.ประเมินว่า อาจมีกลุ่มมวลชนหลายกลุ่มเดินทางมาเกาะติดการลงมติ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์บริเวณสำนักงาน กกต.ตั้งแต่ช่วงเช้า
จึงได้ประสาน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย จำนวน 1 กองร้อย
พร้อมกันนี้ มีการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยและกำหนดพื้นที่สำหรับสื่อมวลชนและประชาชน โดยเบื้องต้นจะให้ติดตามสถานการณ์อยู่บริเวณภายนอกสำนักงาน กกต. จนกว่าจะถึงช่วงเวลาใกล้การแถลงข่าว
จากนั้นจึงจะเปิดพื้นที่ให้ เฉพาะสื่อมวลชน เข้าไปภายในเพื่อรับฟังการแถลงผลการพิจารณาของ กกต.ในเวลา 15.00 น.







