
iLaw เดินกดดัน กกต. ส่งฟ้อง 229 ราย คดีฮั้ว สว. ลั่นไม่ฟ้องใคร เปิดสำนวนคนนั้น
“iLaw – ณัฐพงษ์” เดินขบวนกดดัน กกต. ส่งฟ้อง 229 ผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว. ต่อศาลฎีกา “ยิ่งชีพ” ลั่นไม่ฟ้องใคร เปิดสำนวนคนนั้น
KEY
POINTS
- กลุ่ม iLaw พร้อมภาคประชาชนและพรรคประชาชน เดินขบวนกดดันให้ กกต. ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. ทั้ง 229 คน ให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย
- ผู้จัดกิจกรรมแสดงความกังวลต่อความเป็นอิสระของ กกต. เนื่องจากกรรมการส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้งของ สว. ชุดปัจจุบัน จึงต้องการให้องค์กรที่เป็นกลางอย่างศาลเป็นผู้ตัดสิน
- iLaw ประกาศว่า หาก กกต. ตัดสินใจไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหารายใด จะเปิดเผยเอกสารหลักฐานในสำนวนของบุคคลนั้นต่อสาธารณะทันที
กลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw นำโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw จัดกิจกรรมแสดงพลังเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการคดีผู้ถูกร้องเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยเรียกร้องให้ กกต พิจารณาส่งรายชื่อผู้ถูกร้องทั้ง 229 คน ไปยังศาลฎีกา เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยต่อไป ในการประชุม กกต.วันที่ 14 ก.ย. 2569
กิจกรรมดังกล่าวมีการเดินรณรงค์จากบริเวณปากซอยลาดพร้าว 25 ไปยังบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน โดยมีแกนนำพรรคประชาชนเข้าร่วม ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน รวมถึงประชาชนและเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม
“ยิ่งชีพ”จี้กกต.ส่งฟ้อง 229 รายให้ศาลชี้ขาด
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า วันที่ 14 ก.ย. กกต.จะมีการลงมติว่าจะดำเนินการส่งคดีผู้ถูกร้องในคดี ฮั้ว สว. ไปยังศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งเป็นคดีที่มีที่มาและกระบวนการที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเครือข่ายบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว.
“ถ้าวันนี้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทุกอย่างเดินไปตามปกติ เราไม่ต้องจัดกิจกรรม เราก็รอว่าองค์กรอิสระจะวินิจฉัยอย่างไร แต่ปัจจุบัน กกต. ไม่อิสระ” นายยิ่งชีพ กล่าว
พร้อมระบุว่า ประเด็นที่ประชาชนตั้งคำถาม คือ องค์ประกอบของ กกต. ในปัจจุบัน โดยเห็นว่า กรรมการ กกต. 4 จาก 7 คน มีที่มาจากการเลือกของ สว. ชุดปัจจุบัน จึงทำให้ประชาชนไม่สามารถนิ่งเฉยและรอผลการพิจารณาได้ แต่จำเป็นต้องออกมาแสดงความเห็นและเรียกร้องให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าอย่างโปร่งใส
“ข้อเรียกร้องของเราชัดเจน คือ ต้องการให้ส่งคดีนี้ไปถึงมือศาลฎีกาฯ ทั้ง 229 คน เราไม่ได้บอกว่าใครทำความผิด แต่เราต้องการให้องค์กรที่เป็นกลางเป็นผู้วินิจฉัย” นายยิ่งชีพ กล่าว
จัดกิจกรรมหลายจังหวัดจับตา 14 ก.ย.วันชี้ชะตา
นายยิ่งชีพ กล่าวด้วยว่า กิจกรรมในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่มีการจัดกิจกรรมในหลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ยะลา ปัตตานี ภูเก็ต และ พิษณุโลก ขณะที่ในกรุงเทพฯ จะมีกิจกรรมบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในเวลา 16.00 น.
ทั้งนี้ มองว่า การแสดงพลังของประชาชนก่อนวันที่ กกต. จะลงมติเป็นการส่งเสียงเรียกร้องให้กระบวนการพิจารณาคดีดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมา และเปิดโอกาสให้ศาลซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจพิจารณาคดีได้ทำหน้าที่วินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า หาก กกต. มีมติไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกร้องบางราย หรือไม่ส่งเรื่องไปยังศาล ประชาชนจะไม่สามารถย้อนกลับมาทวงถามกระบวนการได้อีก ดังนั้น จึงต้องการให้ กกต.พิจารณาคดีด้วยความรอบคอบและเปิดทางให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไป
ลั่นไม่ฟ้องใคร เปิดสำนวนคนนั้น
นายยิ่งชีพ ยังกล่าวถึงเอกสารและพยานหลักฐานในคดีว่า iLaw มีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีอยู่เป็นจำนวนมาก และพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณะ หาก กกต.มีมติไม่ดำเนินการกับผู้ถูกร้องรายใด
“ถ้าไม่ฟ้อง เรามีเอกสารในคดีนี้จำนวนมาก ถ้าไม่ฟ้องคนไหน เราจะนำหลักฐานของคนนั้นมาเปิดเผย หากไม่ฟ้องทั้งหมดก็จะเปิดเอกสารทั้งหมด” นายยิ่งชีพ กล่าว
“ณัฐพงษ์”ย้ำต้องให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้มาในฐานะประชาชนเช่นเดียวกับทุกคน และเห็นว่า ประเด็นสำคัญคือ การร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการกับคดีอย่างตรงไปตรงมา
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวอาจถือเป็นหนึ่งในกรณีที่มีความสำคัญอย่างมากต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะมีข้อกล่าวหาว่าอาจเกี่ยวข้องกับการจัดกระบวนการ หรือ การแทรกแซงการเลือก สว. ในวงกว้าง จึงไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ หรือ ไม่มีการตรวจสอบอย่างถึงที่สุด
“จะนิ่งเฉย ไม่มีใครออกมารับผิดชอบไม่ได้” นายณัฐพงษ์กล่าว พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการทุกอย่างด้วยความตรงไปตรงมา
หัวหน้าพรรคประชาชนชี้ว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การตัดสินล่วงหน้าว่าผู้ถูกร้องรายใดกระทำผิดหรือไม่ แต่ควรเปิดโอกาสให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ โดยเห็นว่า ศาลเป็นองค์กรที่เหมาะสมในการพิจารณาชี้ขาดข้อกล่าวหา
“องค์กรเดียวที่จะทำหน้าที่ชี้ขาดได้ คือ ศาลฯ ไม่ใช่ กกต.” นายณัฐพงษ์ กล่าว






