thansettakij
thansettakij
“ฮั้ว สว.”เขย่าภูมิใจไทย ลุ้น 14 ก.ย. ชี้ชะตา 229 ราย สะเทือนถึงรัฐบาล?

“ฮั้ว สว.”เขย่าภูมิใจไทย ลุ้น 14 ก.ย. ชี้ชะตา 229 ราย สะเทือนถึงรัฐบาล?

13 ก.ย. 69 | 08:35 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ย. 69 | 08:58 น.

“ฮั้ว สว.”เขย่าภูมิใจไทย ลุ้น 14 ก.ย.ชี้ชะตา 229 ราย สะเทือนถึงรัฐบาล? : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • กกต.นัดลงมติคดี "ฮั้ว สว." ในวันที่ 14 ก.ย. แถลงผล 15.00 น. เพื่อชี้ชะตาผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ซึ่งมีทั้ง สว. และ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยรวมอยู่ด้วย
  • ผลการตัดสินอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อพรรคภูมิใจไทย ในหลายมิติ ตั้งแต่ภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ ไปจนถึงอนาคตของพรรค
  • คดีนี้อาจสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแกนนำ และหากมีผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญถูกดำเนินคดีจำนวนมากจะกระทบความชอบธรรมของรัฐบาล

คดี "ฮั้ว สว." ถือเป็นระเบิดเวลาทางการเมือง ของ "พรรคภูมิใจไทย" เพราะในสำนวนคณะอนุฯ ชุดที่ 26 สรุปมีผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย แบ่งเป็น สว. 138 ราย และบุคคลอีก 91 ราย ซึ่งรวมกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย สส. สมาชิก และเครือข่ายพรรคด้วย

โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติวันที่ 14 ก.ย. 2569 และแถลงผลมติ ในเวลา 15.00 น.

 

คดีนี้เบื้องต้นจะส่งผลต่อภูมิใจไทย ใน 4 ระดับ

1. กระทบภาพลักษณ์พรรค

เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว แม้ยังไม่มีมติส่งฟ้อง เพราะชื่อของผู้บริหารและนักการเมืองภูมิใจไทย ปรากฏอยู่ในสำนวนคดีจำนวนมาก

ดังนั้น หาก กกต.มีมติส่งฟ้องบางส่วน หรือ ทั้งหมด จะกลายเป็นประเด็นให้ถูกขยายผลจากคดี “ฮั้ว สว.” ไปสู่คำถามว่า พรรคภูมิใจไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการได้มาซึ่ง สว.หรือไม่

2. ถ้าถูกส่งฟ้องศาลจำนวนมาก จะเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายของรัฐบาล

ปัจจุบัน “ภูมิใจไทย” เป็นแกนนำรัฐบาล ดังนั้น หากบุคคลระดับรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรค หรือ แกนนำพรรค ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการศาลพร้อมกันจำนวนมาก จะทำให้ฝ่ายค้าน เครือข่ายฝ่ายค้าน มีช่องโจมตีเรื่อง ความชอบธรรมของรัฐบาล

โดยเฉพาะถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง เข้าไปเกี่ยวข้องหลายคน ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวบุคคล แต่จะลามไปถึง รัฐบาล พรรคภูมิใจไทย รวมถึงเสถียรภาพทางการเมือง

3.ผลกระทบเสียงในสภา

หากคดีลุกลามจนกระทบต่อสถานะของ สว.จำนวนมาก จะกระทบต่อองค์ประกอบและดุลอำนาจของวุฒิสภา เพราะในสำนวนคณะอนุฯ ชุดที่ 26 มี สว.ปัจจุบันอยู่ถึง 138 คน จากผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย

ดังนั้น หากจำนวน สว.ที่ถูกกระทบมีมากพอ เกมการเมืองระดับประเทศอาจเปลี่ยนสมการได้

                                         “ฮั้ว สว.”เขย่าภูมิใจไทย ลุ้น 14 ก.ย. ชี้ชะตา 229 ราย สะเทือนถึงรัฐบาล?

4. 14 ก.ย. เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่บทสรุป 

สำหรับการตัดสินของ กกต. ในวันที่ 14 ก.ย. มีทางเลือก 3 แนวทาง คือ

1.ส่งฟ้องทั้ง  229 ราย จะมีแรงกดดันเกิดขึ้นกับ สว.น้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย และ รัฐบาล

2.ส่งฟ้องบางส่วน  ต้องจับตาว่าใครถูกส่งฟ้องบ้าง 

3.ยกคำร้องทั้งหมด เป็นผลดีต่อ สว.ที่ถูกกล่าวหา และพรรคภูมิใจไทย แต่ กกต.จะเผชิญแรงกดดันเรื่องความโปร่งใส ความเป็นอิสระ และ เหตุผลของคำวินิจฉัย

คดี “ฮั้ว สว.” คณะอนุฯ ชุดที่ 26 กับ คณะชุดที่ 36 ให้ความเห็นสวนทางกันอย่างชัดเจน โดยคณะที่ 26 เสนอให้ดำเนินคดี 229 ราย ส่วนคณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ยกคำร้อง

คดี "ฮั้ว สว." คือ โจทย์ที่อาจกระทบพรรคภูมิใจไทย 3 ชั้น คือ

1.ความน่าเชื่อถือของพรรค

2.เสถียรภาพของรัฐบาล

3.อนาคตของพรรค 

หากคดีไปถึงขั้น กกต.ส่งฟ้อง และ ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นความผิด จะเข้าสู่องค์ประกอบตามกฎหมายพรรคการเมือง

ดังนั้น วันที่ 14 ก.ย. 2569 มีความสำคัญไม่ใช่แค่ว่า กกต. จะสั่งฟ้อง 229 คนหรือไม่ แต่ชวนจับตาว่า “ใครถูกส่งฟ้อง-ใครรอด-เหตุผลอะไร และ ผลนั้นจะกระทบกับพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ อย่างไร”

เพราะถ้ามีผู้ถูกกล่าวหากลุ่มใหญ่ที่เชื่อมโยงกับ “ภูมิใจไทย” ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการศาลพร้อมกัน คดีนี้จะแปรเปลี่ยนจาก “ฮั้ว สว.” เป็นคดีที่กำหนดเสถียรภาพทางการเมืองของภูมิใจไทย และ รัฐบาล ได้เลยทีเดียว...

หมายเหตุ: ผู้ถูกกล่าวหา หรือ พรรคการเมืองที่ถูกพาดพิง ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล

รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง ฐานเศรษฐกิจออนไลน์