thansettakij
thansettakij
ระทึก กกต.นัดแถลงผลมติ บ่าย 3 โมง 14 ก.ย. ชี้ชะตา 229 ราย คดีฮั้ว สว.

ระทึก กกต.นัดแถลงผลมติ บ่าย 3 โมง 14 ก.ย. ชี้ชะตา 229 ราย คดีฮั้ว สว.

13 ก.ย. 69 | 01:41 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ย. 69 | 01:59 น.

กกต.นัดแถลงมติคดี “ฮั้ว สว.” 14 ก.ย. ในเวลา 15.00 น. ชี้ชะตาผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ครอบคลุม สว.ปัจจุบัน 138 คน นักการเมือง–กก.บห.พรรคภูมิใจไทย-เครือข่าย

KEY

POINTS

  • กกต.นัดแถลงผลการลงมติคดีฮั้ว สว. ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ เวลา 15.00 น. หลังกรรมการทั้ง 7 คน เริ่มประชุมลงมติในเวลา 10.00 น.
  • การลงมติครั้งนี้จะชี้ชะตาผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ซึ่งรวมถึง สว. ปัจจุบัน 138 คน และ กลุ่มนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย
  • ผลการพิจารณาจะตัดสินว่าจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งวินิจฉัยต่อหรือไม่
  • คาดว่าการแถลงข่าวจะไม่เปิดเผยรายชื่อผู้ที่ถูกส่งฟ้องศาล และคะแนนเสียงของกรรมการ กกต.แต่ละคน

กกต. 7 คน นัดลงมติคดี “ฮั้ว สว.” 14 ก.ย. เริ่ม 10.00 น. พิจารณาผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ครอบคลุม สว.ปัจจุบัน 138 คน นักการเมือง–กรรมการบริหารภูมิใจไทย–เครือข่าย และผู้สมัคร สว. ก่อนเปิดแถลงผล 15.00 น. จับตาไม่เปิดคะแนนเสียงกรรมการ และไม่เปิดรายชื่อผู้ถูกส่งศาลฎีกา ระบุเพียงจำนวน 

วันนี้(13 ก.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เชิญสื่อมวลชนที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการแถลงข่าว "ผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)  ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 

ในการนี้ ขอให้สื่อมวลชนที่สนใจ ลงทะเบียนภายในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. หากลงทะเบียนหลังจากเวลาดังกล่าว ถือว่า "สละสิทธิ์" ในการเข้าร่วมการแถลงข่าว

7 กกต.ลงมติชี้ชะตา 229 ราย เริ่ม 10 โมง

สำหรับกระบวนการพิจารณาคดี “ฮั้ว สว.” ในวันที่ 14 กันยายน กกต.ทั้ง 7 คนจะประชุมร่วมกันตั้งแต่เวลา 10.00 น. เพื่อดำเนินการลงมติ หลังจากก่อนหน้านี้สำนักงาน กกต. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงในสำนวนการไต่สวนครบถ้วนแล้ว และสิ้นสุดกระบวนการรับฟังข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569

เมื่อเริ่มการประชุม กกต.แต่ละคนจะส่ง ใบลงมติของตนเอง ซึ่งจัดทำไว้ล่วงหน้า โดยครอบคลุมผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย และพิจารณาตาม 7 ข้อกล่าวหา ที่อยู่ในสำนวนคดี

จากนั้น เจ้าหน้าที่สำนักการประชุมจะรวบรวมใบลงมติของกรรมการแต่ละคน ก่อนดำเนินการขานผลมติว่า ในแต่ละประเด็นและแต่ละผู้ถูกกล่าวหา กกต.มีความเห็นอย่างไร

ทั้งนี้ กกต.ได้ประชุมทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการลงมติดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อให้การประชุมวันที่ 14 กันยายนเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด

                                    ระทึก กกต.นัดแถลงผลมติ บ่าย 3 โมง 14 ก.ย. ชี้ชะตา 229 ราย คดีฮั้ว สว.

เปิดโผ 229 ราย แบ่ง 4 กลุ่ม

สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนคดี “ฮั้ว สว.” จำนวน 229 ราย แบ่งออกเป็นกลุ่มสำคัญ ได้แก่

  • สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน
  • รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน
  • เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย 20 คน
  • สว.สำรอง และผู้สมัคร สว. 50 คน

ทำให้ผลการลงมติของ กกต.ครั้งนี้ ถูกจับตาอย่างมาก เพราะนอกจากเกี่ยวข้องกับสถานะของ สว.ชุดปัจจุบันแล้ว ยังอาจเชื่อมโยงไปถึงบุคคลทางการเมืองและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. ปี 2567

ลุ้นส่งศาลฎีกาหรือไม่

หลัง กกต.ทั้ง 7 คนลงมติแล้ว กระบวนการจะเข้าสู่ขั้นตอนของสำนักงาน กกต. โดยจะต้องรวบรวมความเห็นของกรรมการแต่ละคน เพื่อนำไปจัดทำเป็นคำวินิจฉัยตามขั้นตอนกฎหมาย

กรณีที่ กกต.มีมติให้ดำเนินการต่อและส่งเรื่องให้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณา สำนักงาน กกต.จะต้องจัดทำคำร้องและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยกรอบเวลาการจัดทำคำวินิจฉัยและคำร้องอยู่ที่ 60 วัน 

จับตาแถลง 3 โมง ไม่เปิดคะแนน-ไม่เปิดชื่อ

อีกประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมาก คือ รูปแบบการแถลงข่าวของสำนักงาน กกต.ในเวลา 15.00 น.

มีความเป็นไปได้สูงว่า กกต.อาจไม่เปิดเผยรายละเอียดคะแนนเสียงของกรรมการ ทั้ง 7 คน ว่าใครลงมติอย่างไร รวมถึงไม่เปิดเผยว่าในแต่ละประเด็นมีเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยจำนวนเท่าใด

ขณะเดียวกัน หาก กกต.มีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาฯ ก็มีแนวโน้มว่า ในการแถลงข่าวจะยังไม่เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล แต่จะระบุเพียงจำนวนผู้ที่ กกต.มีมติให้ดำเนินการส่งศาล

กกต.ผวาม็อบ-เตรียมตำรวจ 1 กองร้อยรับมือ

ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.ยังประเมินว่า วันที่ 14 กันยายน อาจมีกลุ่มมวลชนหลายกลุ่มเดินทางมาเกาะติดการลงมติ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์บริเวณสำนักงาน กกต.ตั้งแต่ช่วงเช้า
จึงได้ประสาน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย จำนวน 1 กองร้อย

พร้อมกันนี้ มีการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยและกำหนดพื้นที่สำหรับสื่อมวลชนและประชาชน โดยเบื้องต้นจะให้ติดตามสถานการณ์อยู่บริเวณภายนอกสำนักงาน กกต. จนกว่าจะถึงช่วงเวลาใกล้การแถลงข่าว

จากนั้นจึงจะเปิดพื้นที่ให้ เฉพาะสื่อมวลชน เข้าไปภายในเพื่อรับฟังการแถลงผลการพิจารณาของ กกต.ในเวลา 15.00 น.