
“โคทม”แนะ กกต.ยึดมติอนุฯ ชุด 26 ส่งศาลวินิจฉัย“ฮั้ว สว.”หวั่นบานปลาย
“โคทม อารียา”อดีต กกต. อยากเห็น กกต.ปกป้องความถูกต้องคดี“ฮั้ว สว.” แนะยึดความเห็นอนุฯ ชุดที่ 26 ส่งศาลฎีกาวินิจฉัย หวั่นเรื่องบานปลาย “มุนินทร์ พงศาปาน”แนะลบข้อครหาส่งศาลทั้งหมด
KEY
POINTS
- นายโคทม อารียา อดีต กกต. เรียกร้องให้ กกต.ส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. หรือคดี "ฮั้ว สว." ให้ศาลฎีกาวินิจฉัยตามมติของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26
- เตือนหาก กกต.ไม่ส่งเรื่องให้ศาล อาจทำให้สถานการณ์บานปลาย และทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม
- นักวิชาการและนักการเมืองที่ร่วมเวทีเสวนาเห็นตรงกันว่า กกต.ควรส่งเรื่องให้ศาลเพื่อพิสูจน์ความจริง และขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลหากไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด
เวทีเสวนารัฐสภาจับตาคดี ฮั้ว สว. “โคทม อารียา” เรียกร้อง กกต.ปกป้องความถูกต้อง ส่งศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยข้อเท็จจริงและความผิด หากไม่ส่งเรื่องอาจบานปลาย “มุนินทร์ พงศาปาน” เตือนการดึงเวลาจะทำให้ความเคลือบแคลงเพิ่มขึ้น ด้าน “ชยพล สะท้อนดี” ลั่นหากไม่ส่งทั้ง 229 คน พร้อมเปิดข้อมูลต่อสาธารณะ
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร จัดเสวนาในหัวข้อ “วิกฤตศรัทธา (สภา) สูง: โอกาสและความท้าทายในการเมืองไทย” โดยมีนักวิชาการ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง และผู้แทนฝ่ายการเมืองเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ท่ามกลางประเด็นที่ถูกจับตาคือ คดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ คดี “ฮั้ว สว.” ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดนัดลงมติ ในวันที่ 14 กันยายนนี้ว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อกรณีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน
“โคทม”อยากเห็นกกต.ปกป้องความถูกต้อง
นายโคทม อารียา อดีต กกต. กล่าวว่า แม้ว่าตนจะมีบางอย่างที่ข้องใจกับ กกต. แต่ตอนนี้อยากเห็นเจตนารณ์ปกป้องความถูกต้อง ต้องส่งสำนวนไต่สวนเท่าที่เห็นว่าเรียบร้อย อาจไม่ใช่ส่งฟ้องทั้ง 229 คน ต่อศาลฏีกา เพราะการพิจารณาประเด็นที่ควรเชื่อได้ว่า ไม่ใช่อำนาจของ กกต.ที่จะวินิจฉัย
ทั้งนี้กฎหมายกำหนดว่า ผู้สมัคร หรือผู้ใดที่ทำให้กระบวนการเลือก สว. ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ผู้ใดนั้นอาจเป็นผู้ช่วย สส. ที่โอนเงิน หากเชื่ออย่างนั้นควรส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัย ซึ่งผู้ใดนั้น ผมมองว่า รวมถึงนักการเมืองด้วย เพราะเป็นบุคคล
"ผมเดาความรู้สึก กกต. ว่า วันที่ 14 กันยายนนี้ จะเลือกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคุ้มครอง หรือ ให้ประชาชนคุ้มครอง ซึ่งช้างตายทั้งตัวจะเอาใบบัวปิดมิดหรือไม่ หากประชาชนรู้สึกว่าเรื่องที่สาหัสยังอยู่ได้ ก่อนหน้านี้มี รัฐประหาร แต่ปัจจุบันคือ ค่อยรับประทาน เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ซึ่งผมหวังว่าไม่ควรออกมาทางนี้
และทางที่ควรออกคือ นำสำนวนของอนุกรรมการที่ 26 หากเชื่อได้เพียง 10% ขอให้ส่งศาล หากไม่ส่งเรื่องอาจบานปลาย สังคมควรผ่อนหนักผ่อนเบา อย่ากินรวบอำนาจ เพราะทุกคนอยากมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศแบบเสมอภาคกัน” นายโคทม กล่าว
แนะกกต.ลบข้อครหาส่งศาลทั้ง 229 ราย
นายมุนินทร์ พงศาปาน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กระบวนการตรวจสอบการสุจริต เที่ยงธรรม การได้มาของ สว. เป็นหน้าที่ศาลฎีกา ส่วน กกต.เป็นผู้ประเมินพยานหลักฐานทั่วไป ดังนั้น การพิสูจน์ว่ากระทำผิดหรือไม่ อยู่ในชั้นของศาลฏีกา ส่วนกรณีที่มีสังคมมองว่า มีกระบวนการที่ กกต. ไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 229 ในคดีฮั้ว สว. ยิ่งน่าสงสัยว่า พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นนั้นเป็นจริง
“มีคนพยายามตีความผิดจากกฎหมาย หรือ ปกป้องการทำงานที่ไม่โปร่งใสของ กกต. ยิ่งทำให้คนคิด หรือเชื่อว่า พยานหลักฐานน่าจะจริง หากไม่จริงต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ ความพยายามดึงเวลายิ่งสงสัยพยานหลักฐานจากที่เคยสงสัย 70% จะกลายเป็น 100% แต่ไม่ว่าจะสงสัยระดับใด ต้องเข้าสู่การพิสูจน์ของศาลแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้คนที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ตัวเอง” นายมุนินทร์ กล่าว
นายมุนินทร์ กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ที่พบว่า กกต.ได้วางกรอบตีความกฎหมาย เพื่อจำกัดนิยามคำว่า ควรเชื่อ เพื่อทำให้คนไม่เชื่อ ชัดเจนว่าเป็นการทำงานที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย ดังนั้น กกต. ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง และทำงานภายใต้ความรับผิดชอบ หากไม่ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะเท่ากับทำละเมิดกฎหมาย เกิดความเคลือบแคลงต่อการทำงานของ กกต.
“ผมมองว่า คดีที่เกิดขึ้น คนที่ตัดสินคือ ศาล ส่วนในวันที่ 14 กันยายน ผมวิเคราะห์ หากกกต.ไม่ส่งเรื่อง หรือ ส่งบางส่วน อาจมีคนยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อทบทวนมติของ กกต.”
กกต.ไม่ส่งฟ้องศาลทั้งหมดเจอแฉยาว
ขณะที่ นายชยพล สะท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า ในคดีฮั้ว สว. ที่ กกต.เตรียมวินิจฉัย 14 กันยายนนี้ว่าจะส่งศาลหรือไม่ ตนรู้สึกว่า กกต.จะไม่ส่งเลย ทั้ง 229 คน หากเป็นเช่นนั้นข้อมูลที่ตนมีพร้อมจเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยข้อมูลมีเป็นจำนวนมากที่สามารถจับมาเล่น และสร้างความสนใจในสังคมได้เป็นปี







