
ปชป.ตั้งทีมเกาะติดคดีฮั้ว สว. จ่อเอาผิด “กกต.-ดีเอสไอ” หากไม่เดินหน้าคดี
ปชป.ตั้งทีมกฎหมายเกาะติดคดีฮั้ว สว. จ่อเอาผิด “กกต.-ดีเอสไอ” หากไม่เดินหน้าคดี เตรียมรื้อหลักฐานสอบพรรคการเมือง-นักการเมืองเอี่ยวจัดตั้ง-แลกคะแนน
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์ตั้งทีมกฎหมายติดตามคดีฮั้ว สว. และเตรียมดำเนินคดีอาญาและทุจริตกับ กกต. หากมีมติไม่ส่งเรื่องฟ้องศาลฎีกา
- จับตาการทำงานของดีเอสไอ ที่เปลี่ยนท่าทีโดยจะรอ กกต. สรุปคดี ทั้งที่มีอำนาจดำเนินการเอง และจะเอาผิดหากพบความไม่ปกติ
- ตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดพรรคการเมือง หรือนักการเมืองที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดตั้ง ควบคุม หรือแลกคะแนนเสียงในการเลือก สว.
พรรคประชาธิปัตย์ตั้งทีมกฎหมายติดตามคดี ฮั้ว สว. จับตา กกต. พิจารณาส่งคดีขึ้นศาลฎีกาหรือไม่ หากมีมติไม่ส่งคดี เตรียมยื่นดำเนินคดีทั้งอาญาและทุจริต พร้อมตรวจสอบพฤติการณ์พรรคการเมือง-นักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น หากพบมีส่วนจัดตั้ง ควบคุม ครอบงำ หรือแลกคะแนนเลือก สว. ชี้เข้าข่ายขัดกฎหมาย
ด้านดีเอสไอถูกจับตาหลังเปลี่ยนท่าทีรอ กกต. สรุปคดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 8 ราย ขณะที่ ปชป. เตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามเส้นทางการเงินผ่าน ปปง. เชื่อหากตรวจสอบจริงจังอาจเชื่อมโยงถึงผู้เกี่ยวข้องได้
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ได้ตั้งทีมกฎหมายเพื่อติดตามกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาคดีฮั้ว สว. ว่าจะส่งศาลฏีกาหรือไม่ ทั้งนี้หากพบว่า กกต.ไม่ส่งคดีไปยังศาล จะส่งคำร้องเพื่อเอาผิด กกต. ทั้งคดีอาญาและการทุจริตต่อไป
นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการตรวจสอบกรณี ฮั้ว สว. ที่มีลักษณะพบว่า พรรคการเมือง นักการเมือง หรือ มีการกระทำที่เป็นลักษณะขององค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งหรือแลกคะแนนเลือกสว. หรือไม่ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเขาข่ายผิดกฎหมาย
ทั้งยังรวมถึงการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ล่าสุดพบว่า ท่าทีต่อการเอาจริงเอาจังในคดีฮั้ว สว.เปลี่ยนไป โดยจะรอให้ กกต. สรุปเรื่องก่อน ทั้งที่ ดีเอสไอสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง เพราะก่อนหน้านั้น ดีเอสไอเคยสั่งฟ้อง 8 คนที่เกี่ยวกับคดี จึงถือว่ามีอำนาจตามกฎหมายคดีพิเศษ เข้าความผิดมูลฐาน ทั้งนี้หากพบความผิดปกติ จะดำเนินการต่อดีเอสไอเช่นกัน
“พรรคได้เตรียมรวบรวม ข้อมูล ร่างหนังสือ พร้อมหลักฐานเพื่อเตรียมส่งให้ดำเนินการกับพรรคการเมือง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง สว. เพราะตามกฎหมายกำหนดเจตนาให้ สว. มีความอิสรระ มีความคิดเป็นของตนเอง เพื่อเข้าไปทำหน้าที่คัดกรอง เสนอแนะกฎหมายต่อสังคม หากพรรคใดควบคุม ครอบงำ ถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน โดยขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการ”
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันพบคำครหาว่า กกต. ถูกครอบงำ หากไม่สั่งฟ้องทั้งที่มีหลักฐานตามที่พรรคประชาชน ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์นำเสนอ ทั้งนี้ในหลักฐานที่เกี่ยวกับพรรค หรือนักการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ซึ่งกฎหมายเขียนไว้เป็นความผิด จะดำเนินการแน่นอน โดยเฉพาะพรรคการเมือง
ดังนั้นสิ่งที่ทำ มี 3 ประเด็น คือ ร่างคำร้องหาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง และพร้อมยื่นเอาผิด นอกจากนั้น หากมีหลักฐานมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง
ส่วนกรณีของเส้นทางการเงิน จากการตรวจสอบของ กรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ที่ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ. พบว่า การตรวจสอบเรื่องดังกล่าว สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องรอให้ สำนักงานคณะกรรมการรป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ส่งเรื่องก่อนถึงดำเนินการได้
“ผมเชื่อว่าหากสุดท้ายดำเนินการได้ เส้นเงินจะไปถึง เพราะสิ่งที่พรรคประชาชนเปิดเผยข้อมูล และมีเบาะแสที่ภาครัฐยังไม่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับเส้นเงินจริงจัง หาก ปปง. ทำได้จะมัดตัวได้” นายพงศกร กล่าว






