thansettakij
thansettakij
เปิดชื่อพยาน 5 ปาก ศาล รธน.ไต่สวนคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 26 ส.ค.นี้

เปิดชื่อพยาน 5 ปาก ศาล รธน.ไต่สวนคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 26 ส.ค.นี้

13 ส.ค. 69 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 06:36 น.

เปิดชื่อพยาน 5 ปาก ศาล รธน.ไต่สวนคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 26 ส.ค.นี้ “เลขาฯ กกต.-ผอ.โรงพิมพ์” ร่วมให้ข้อมูล สั่งงดถ่ายทอดภาพ-เสียง

KEY

POINTS

  • ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล 5 ปาก ในวันที่ 26 ส.ค. 69 กรณีการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
  • พยานประกอบด้วยเลขาธิการ กกต., เจ้าหน้าที่ กกต. และผู้บริหารจากบริษัทเอกชนที่รับผิดชอบการพิมพ์บัตร
  • ประเด็นหลักคือ ข้อร้องเรียนว่า บาร์โค้ด และ QR Code อาจทำให้ตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนลับ
  • การไต่สวนจะไม่อนุญาตให้มีการถ่ายทอดสด โดยให้เฉพาะคู่กรณีและบุคคลที่ศาลเห็นสมควรเข้ารับฟังเท่านั้น

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งกำหนดไต่สวนพยานบุคคล 5 ปาก วันที่ 26 ส.ค. 2569 เวลา 10.30 น. ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องให้วินิจฉัยการออกแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส. เมื่อ 8 ก.พ. 2569 ที่มีบาร์โค้ดและ QR Code อาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิและผลการลงคะแนนได้ 

โดยมี “เลขาฯ กกต.-ผู้บริหารสำนักงาน กกต.-กรรมการบริษัทเอกชน” เข้าให้ข้อมูล ขณะที่พยานอีก 2 ปากไม่ต้องมาศาล หลังส่งบันทึกถ้อยคำครบตามประเด็น ศาลสั่งงดถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียง อนุญาตเฉพาะคู่กรณีและบุคคลที่ศาลเห็นสมควรเข้ารับฟัง

วันนี้ (13 ส.ค. 69) ศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง และได้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569

ประเด็นสำคัญของคำร้องอยู่ที่การกำหนดรูปแบบและการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีการใช้ “รหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด (Barcode)” และ “รหัสคิวอาร์ (QR Code)” บนบัตรเลือกตั้ง โดยผู้ร้องเห็นว่าลักษณะดังกล่าวอาจทำให้สามารถสืบทราบหรือตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวตนของผู้ลงคะแนน รวมถึงตรวจสอบผลการลงคะแนนได้

ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นไปตามหลักการลงคะแนนโดยอิสระและเป็นความลับ และอาจขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224

เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาคดี ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งกำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลตามกำหนดเดิม คือ วันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 เวลา 10.30 น. จำนวน 5 ปาก ประกอบด้วย

นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ สำนักงาน กกต.

นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.

นายภาคภูมิ ภูอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

สำหรับพยานบุคคลอีก 2 ปากที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยกำหนดไว้ ได้แก่ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการโรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และ จ่าสิบตรีสมพงษ์ ตันดี ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.นั้น

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นที่พยานทั้งสองได้ยื่นต่อศาล เป็นไปตามประเด็นที่ศาลกำหนดไว้แล้ว จึงมีคำสั่งไม่ต้องเดินทางมาศาลเพื่อทำการไต่สวนในวันและเวลาดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 65

ขณะเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้คู่กรณีตรวจดูและทำสำเนาพยานหลักฐานทุกรายการในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ อย่างไรก็ตาม หากเป็นพยานหลักฐานที่เป็นเอกสารและมีการกำหนดชั้นความลับ จะไม่อนุญาตให้คัดหรือทำสำเนา แต่อนุญาตให้คู่กรณีตรวจดูพยานหลักฐานดังกล่าวได้ ตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 30 และข้อ 36

สำหรับการไต่สวนพยานในวันที่ 26 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง งดการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงการไต่สวน โดยอนุญาตให้เฉพาะคู่กรณีและบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควรเข้าร่วมรับฟังการไต่สวน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง