
ลากไส้ฮั้ว สว. เดิมพันศรัทธา กกต. ส.ค.ชี้ชะตาส่งศาล-ยกคำร้อง
ลากไส้ฮั้ว สว. เดิมพันศรัทธา กกต. ส.ค.ชี้ชะตาส่งศาล-ยกคำร้อง : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4222
KEY
POINTS
- กกต.เตรียมชี้ขาดคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. 2567 ภายในเดือนสิงหาคม ว่าจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือยกคำร้อง
- ฝ่ายค้านและภาคประชาชนเดินหน้าเปิดเผยหลักฐานเพื่อกดดัน กกต. โดยกล่าวหาว่า มีกระบวนการจัดตั้งและฮั้วเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ
- การตัดสินใจของ กกต. ในคดีนี้ถูกจับตามองอย่างหนัก และถือเป็นบททดสอบสำคัญต่อศรัทธาและความน่าเชื่อถือขององค์กร
คดีการได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ซึ่งถูกกล่าวหาว่า มีการจัดตั้งและทุจริตเลือกกันเอง กลับมาร้อนแรงอีกครั้งในช่วงก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเข้าสู่การพิจารณาขั้นสุดท้าย โดยมีการกำหนดไว้ว่า เดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ กกต.จะมีมติว่าจะส่งเรื่องเข้าสู่ศาลฎีกา หรือ ยุติคำร้องในบางส่วนหรือทั้งหมด
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศทางการเมืองถูกขับเคลื่อนด้วยการเคลื่อนไหวของทั้งภาคประชาชน และ ฝ่ายค้าน ซึ่งทยอยเปิดเผยข้อมูล หลักฐาน และ คำให้การของพยานอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาก็ออกมาตอบโต้ พร้อมใช้สิทธิ์ตามกฎหมายดำเนินคดีกับผู้ที่พาดพิงถึงบุคคลและพรรคการเมือง
คดีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทเรื่องการเลือก สว. หากแต่กลายเป็นบททดสอบสำคัญขององค์กรอิสระ (กกต.) และอาจส่งผลสะเทือนต่ออำนาจทางการเมืองในระยะยาว
ฝ่ายค้านเปิดเกมบี้กกต.ก่อนชี้ขาดฮั้ว สว.
ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน (ปชน.) ใช้เวทีเสวนา "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว." เป็นพื้นที่นำเสนอข้อมูลและข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวน ฮั้ว สว. โดยมี พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก
เวที“ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ ได้ฉายภาพ 5 ฉากสำคัญ ได้แก่
1.วางแผนแบ่งทีมยึดวุฒิสภา ก่อนเดือน พ.ค. 2567 โดยได้รับจากพยานบุคคลหลายส่วน เน้นไปที่จังหวัดขนาดเล็ก มีอำเภอไม่มาก เพื่อใช้จำนวนผู้สมัครไม่มาก
2.ให้แต่ละทีมจัดตั้ง จัดจ้างคนสมัครระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เกิดเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2567 ซึ่งมีข้อมูลจากพยาน และไอลอว์ที่ทำให้เห็นว่า มีกระบวนการจ้างคนมาสมัคร เช่น กรณีของ นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. เป็นต้น
3..รวมพลเก็บตัวตามศูนย์ทำโพยก่อนเลือกระดับประเทศ 24-25 ก.ค. 2567 ตามจังหวัดต่างๆ เช่น โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จ.อยุธยา ที่มีพยานพบเห็นว่ามีนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ที่โรงแรม จ.ปทุมธานี ที่มีนักการเมืองที่ถูกพูดถึง
4.เลือกตามโพยใบสั่ง และผลที่ปรากฏตามโพย
และ 5. การปฐมนิเทศก่อนการทำหน้าที่ สว. ช่วง ก.ค. 2567
เรียกร้อง กกต.ส่งเรื่องฮั้ว สว.สู่ศาล
นายพริษฐ์ ยอมรับว่า บางเรื่องเป็นข้อกล่าวหา แต่พยานบุคคลที่พูดสอดรับกับเชื่อว่ามีมูล สิ่งที่จะคลายข้อสงสัย คือ การชี้แจง ฝากไปยังผู้ที่ถูกพาดพิง ให้ชี้แจงในข้อกล่าวหาต่อการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตเลือก สว. หรือไม่ เพราะมีพยานรู้เห็นต่อการปรากฏตัวในสถานที่ต่างๆ ที่มีการประชุมเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการทุจริตเลือก สว.”
ฝ่ายค้านระบุว่า ข้อมูลที่นำเสนอมีทั้งคำให้การของพยาน เอกสาร โพย คลิปวิดีโอ และ ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเห็นว่ามีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้ กกต.ส่งเรื่องเข้าสู่ศาลเพื่อให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
ภาคประชาชนเพิ่มแรงกดดัน
คู่ขนานกับฝ่ายค้าน คือ การทำงานของภาคประชาชน โดยเฉพาะโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ได้เปิดเผยข้อมูลหลายชุด พร้อมเชื่อมโยงบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง
การเปิดเผยดังกล่าวนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทจากบุคคลหลายรายในพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง นายยิ่งชีพ เรียกร้องให้รวมฟ้องเป็นคดีเดียว เพื่อไม่ให้เกิดภาระในการเดินทางต่อสู้คดีหลายพื้นที่ แต่ฝ่ายฟ้องร้องเมินกับข้อเรียกร้องดังกล่าว
ภท.โต้กลับ-ปัดทุกข้อกล่าวหา
อีกด้านหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยยืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดฮั้วเลือก สว.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหาว่า เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายของแต่ละบุคคล พร้อมตอบสั้น ๆ ต่อกรณีที่มีการระบุว่าจะเปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติมว่า "เอาเลย"
ขณะที่แกนนำและ สส.ของพรรคหลายคนออกมายืนยันว่า พรรคไม่มีนโยบายเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. และเห็นว่าทุกข้อกล่าวหาควรได้รับการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรตัดสินผ่านกระแสสังคม
พร้อมกันนั้น ยังมีการตั้งคำถามย้อนกลับไปยังพรรคประชาชน กรณีอดีตผู้สมัคร สว.ของพรรคเคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการ "ดีล" และ "หักหลัง" ระหว่างการเลือก สว. โดยเรียกร้องให้ฝ่ายค้านอธิบายข้อสงสัยดังกล่าวเช่นเดียวกัน
กกต.เผชิญแรงกดดัน
ท่ามกลางการเผชิญหน้าทางการเมือง กกต.กลายเป็นองค์กรที่ถูกจับตาหนักที่สุด
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า หน้าที่ของสำนักงานคือการรวบรวมข้อเท็จจริงและพิสูจน์พยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เปิดเผยผ่านเวทีเสวนาหรือข้อมูลที่อยู่ในสำนวนเดิม
หากผู้ที่มาเปิดเผยข้อมูลเป็นพยานในสำนวน กกต.ก็ต้องตรวจสอบว่าคำให้การที่แถลงต่อสาธารณะสอดคล้องกับคำให้การในสำนวนหรือไม่
นายแสวง ยืนยันว่า กกต.ทำหน้าที่ตามแนวทางที่ศาลฎีกาวางไว้ และไม่ได้มองว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านเป็นเกมการเมือง แต่ถือว่าทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเอง
ปม"2อนุกรรมการ"จุดตัดคดี
ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุด คือ ความเห็นที่แตกต่างกันของคณะอนุกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณาคดี
อนุกรรมการชุดหนึ่งเห็นว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาหลายร้อยราย ขณะที่อีกชุดเสนอให้ยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ
หาก กกต.ยึดแนวทางแรก คดีจะถูกส่งเข้าสู่ศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยต่อไป
แต่หากยึดแนวทางหลัง ก็อาจทำให้ผู้ถูกร้องจำนวน 229 ราย พ้นจากข้อกล่าวหา และอาจนำไปสู่คำถามจากสังคมที่มีต่อ กกต.
3ทางเลือกที่กกต.ต้องตัดสิน
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ประเมินว่า การตัดสินใจของ กกต.มีความเป็นไปได้ 3 แนวทาง
แนวทางแรก คือ ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ซึ่งจะเปิดทางให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยข้อเท็จจริง
แนวทางที่สอง คือ ยกคำร้องทั้งหมด หากเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ
ส่วนแนวทางที่สาม คือ ส่งฟ้องเฉพาะบางส่วน โดยตัดเฉพาะผู้ที่มีพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งแม้จะเป็นทางสายกลาง แต่ก็อาจถูกวิจารณ์ว่า ดำเนินการไม่ครบถ้วน หากยังมีผู้ถูกกล่าวหาอีกจำนวนมากไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล
คดี “ฮั้ว สว.” หาก กกต.มีมติส่งเรื่องเข้าสู่ศาลฎีกา จะทำให้ข้อกล่าวหาทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการไต่สวนตามกฎหมาย และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายนำพยานหลักฐานมาต่อสู้กันอย่างเป็นทางการ
แต่หาก กกต.มีมติไม่ส่งฟ้อง หรือ ส่งเพียงบางส่วน ก็อาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อองค์กร กกต. และนำไปสู่ข้อถกเถียงทางการเมืองรอบใหม่
ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา คดีนี้ได้กลายเป็นสนามปะทะของหลายฝ่าย ทั้ง ฝ่ายค้าน ภาคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และ กกต. ซึ่งต่างยืนยันว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทของตน
อย่างไรก็ตาม บทสรุปสุดท้ายจะไม่ได้วัดเพียงว่า ผู้ใดถูก หรือ ผิด หากแต่จะเป็นบททดสอบสำคัญต่อความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้ง ระบบตรวจสอบ และ หลักนิติธรรมของประเทศ
เดือน “สิงหาคม” จึงไม่ใช่เพียงเส้นตายของการพิจารณาสำนวน หากแต่เป็นช่วงเวลาที่จะกำหนดทิศทางของคดี ซึ่งอาจส่งผลสะเทือนต่อการเมืองไทยในระยะต่อไปหรือไม่...
รายงานพิเศษ หนังสือฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4222







