thansettakij
thansettakij
“ภูมิใจไทย” ฉับไว ร่างกฎหมายคุมปืน 100 มาตรา ชงสภาจัดระเบียบอาวุธทั้งระบบ

“ภูมิใจไทย”ฉับไว ร่างกฎหมายคุมปืน 100 มาตรา ชงสภาจัดระเบียบอาวุธทั้งระบบ

12 ส.ค. 69 | 08:24 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ส.ค. 69 | 08:27 น.

พรรคภูมิใจไทยร่างกฎหมายคุมปืน 100 มาตรา ชงสภา 24 หลักการ “อนุทิน”เดินหน้าจัดระเบียบปืนกว่า 10 ล้านกระบอก ย้ำ สส.-นักการเมืองห้ามพกต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง

KEY

POINTS

  • พรรคภูมิใจไทยได้จัดทำร่างกฎหมายควบคุมอาวุธปืนฉบับใหม่เสร็จสิ้นแล้ว มีเนื้อหาประมาณ 100 มาตรา และ 24 หลักการสำคัญ
  • ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกฎหมายเดิมที่ใช้มานานให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยี และสถานการณ์สังคมในปัจจุบัน
  • พรรคเตรียมเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน
  • การผลักดันกฎหมายนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการจัดระเบียบอาวุธปืนกว่า 10 ล้านกระบอกทั่วประเทศ

พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าแก้กฎหมายอาวุธปืนครั้งใหญ่ ร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ฉบับใหม่เสร็จแล้ว เตรียมเสนอเข้าสภาฯ สมัยประชุมนี้ วางหลักการ 24 ข้อ ครอบคลุมการควบคุมอาวุธให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและสภาพสังคมปัจจุบัน ด้าน “นายกฯอนุทิน” ย้ำรัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบปืนกว่า 10 ล้านกระบอก หลัง ครม. ยกเลิกการออกใบ ป.3 พร้อมเตือนบุคคลสาธารณะต้องเป็นแบบอย่างตามกฎหมาย

“ภูมิใจไทย”ร่างก.ม.คุมปืน 100 มาตรา ชงสภา 24 หลักการ

วันที่ 12 สิงหาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กเพจ Suphachai Jaismut ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยได้ร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีประมาณ 100 มาตรา แล้วเสร็จพร้อมยื่นในสมัยประชุมนี้แล้ว

ร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดหลักการสำคัญไว้ 24 ข้อ 

สำหรับเหตุผลของการแก้ไขกฎหมาย ระบุว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มีผลใช้บังคับมาเป็นเวลานาน โดยไม่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีเกี่ยวกับอาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ทำให้บทบัญญัติหลายมาตราอาจไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสร้างปัญหาในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

พรรคจึงเห็นว่า จำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย ครอบคลุมสถานการณ์ใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ร่างกฎหมายใหม่กำหนดให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                               “ภูมิใจไทย”ฉับไว ร่างกฎหมายคุมปืน 100 มาตรา ชงสภาจัดระเบียบอาวุธทั้งระบบ    “ภูมิใจไทย”ฉับไว ร่างกฎหมายคุมปืน 100 มาตรา ชงสภาจัดระเบียบอาวุธทั้งระบบ    “ภูมิใจไทย”ฉับไว ร่างกฎหมายคุมปืน 100 มาตรา ชงสภาจัดระเบียบอาวุธทั้งระบบ

 

“นายกฯอนุทิน”ลุยจัดระเบียบปืนกว่า 10 ล้านกระบอก

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีสั่งการในที่ ประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย ห้ามพกปืน ว่า ไม่ใช่แค่สั่ง สส. ตอนนี้ใครก็พกปืนไม่ได้ เพราะไม่มีใบพกอีกแล้วในประเทศไทย ใบพกทุกใบในประเทศไทย ณ ขณะนี้หมดอายุหมดแล้ว ฉะนั้นไม่สามารถพกปืนอีกได้ 

เมื่อถามว่าลูกพรรคหลายคนมีการสะสมอาวุธปืน นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา เพราะเขาก็ชี้แจงไปในบัญชีทรัพย์สิน จึงเน้นย้ำไปโดยเฉพาะผู้ที่มีตําแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่เฉพาะ สส. ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่จะมาลงเลือกตั้ง มีตำแหน่งทางการเมืองอะไรก็ตาม ถ้าเกิดมีเรื่องของอาวุธปืน มีการตรวจค้นแล้วพบว่ามีอาวุธปืนก็ผิดกฎหมาย และเมื่อผิดกฎหมายอาจจะต้องถูกตีความ เป็นเรื่องของจริยธรรม ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องยุ่ง 

“ในเมื่อกฎหมายบอกว่าห้ามพกปืน บุคคลที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยหรือเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นบุคคลที่ประชาชนเลือกมาก็ต้องทําเป็นตัวอย่าง มันก็ไม่มีอะไร เพราะทําตามกฎหมาย”

เมื่อถามว่ามติ ครม. เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ยกเลิกออกใบ ป.3 แสดงว่าใครก็ตามจะซื้อปืนไม่ได้อีกแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบ "ใช่ จนกว่าจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องจัดระเบียบปืนในเมืองไทย ตอนนี้มีเป็น 10 ล้านกระบอก มันไม่ไหว ประชากรมี 70 ล้านคน”

แจงยิงโจรในบ้านต้องพิสูจน์ในศาล

เมื่อถามว่ากรณีที่นายกฯ ระบุห้ามยิงโจรในบ้าน ตอนนี้กลายเป็นกระแสดราม่าจนเกิดความเข้าใจผิด นายกฯ ตอบว่า "ไม่มีการเข้าใจผิดหรอก หลักสําคัญคือ พยายามที่จะทําให้ทุกคนเห็นว่า อาวุธปืนไม่มีประโยชน์กับใคร ถ้าถูกใช้เมื่อไหร่ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุอะไรก็แล้วแต่ จะต้องไปพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยตัวเอง ไม่ได้พิสูจน์โดยตํารวจ เพราะหากมีเหตุเช่นนี้ขึ้นมีการยิง ไม่ว่าจะเป็นการยิงคนที่มาประสงค์ร้ายอะไรก็แล้วแต่ อย่างไรก็ต้องถูกตั้งข้อกล่าวหาก่อน แล้วก็ไปหลุดในศาล"

พร้อมระบุอีกว่า “ผมอาจจะสื่อสารสั้นไปนิดนึง แต่จุดประสงค์และเจตนารมณ์คือ ไม่อยากให้พวกเราอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะไม่เคยทําสิ่งที่ดีให้กับคนที่ถูกอาวุธปืนและคนที่ใช้อาวุธปืน เพราะคนที่ถูกอาวุธปืนอาจจะบาดเจ็บและเสียชีวิต คนที่ใช้อาวุธปืนก็ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล แล้วกว่าจะมีคําพิพากษาว่า สิ่งที่คุณทําเป็นการป้องกันตัวเอง มันควรแก่เหตุแล้ว คุณต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ไปประกันตัว ทําอะไรต่างๆ มากมาย ผมต้องการจะพูดแค่เตือนสติกันเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะมันมีกฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายไม่ได้ไปไหน กฎหมายไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง อย่าอยู่ใกล้ปืนดีที่สุด”