
นายกฯอนุทิน แจง ดราม่า ’ยิงโจรในบ้านก็ผิด‘ รับสื่อสารสั้นไป ย้ำห้ามพกปืน
นายกฯอนุทิน แจง ดราม่า ’ยิงโจรในบ้านก็ผิด‘ รับสื่อสารสั้นไป เผยยิงคนโจร ก็ต้องถูกตั้งข้อหาก่อน ต้องไปพิสูจน์ตัวเองในศาล เจตนาไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน ห้ามพกปืนทุกคน ย้ำใบอนุญาตพกปืนหมดอายุแล้ว
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทิน ชี้แจงกรณีดราม่า "ยิงโจรในบ้านก็ผิด" ว่าเจตนาคือต้องการสื่อว่าแม้เป็นการป้องกันตัว ผู้ยิงก็จะถูกตั้งข้อหาก่อนและต้องไปพิสูจน์ตัวเองในชั้นศาลซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก
- ยอมรับว่าการสื่อสารในประเด็นดังกล่าวอาจสั้นเกินไป แต่ยืนยันเจตนาเดิมคือไม่ต้องการให้ประชาชนเข้าใกล้อาวุธปืน เพราะนำมาซึ่งปัญหาทางกฎหมายเสมอ
- ย้ำคำสั่งห้ามพกพาอาวุธปืนสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่ สส. เนื่องจากใบอนุญาตพกปืนทั่วประเทศหมดอายุแล้ว และยังระงับการออกใบอนุญาตซื้อปืน (ป.3) ใหม่ด้วย
วันนี้(วันที่ 12 สิงหาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการสั่งการประชุม สส. พรรคภูมิใจไทย ห้ามพกพาอาวุธปืน ว่า เมื่อวานตนได้กำชับไปแล้ว ก็ตามนั้น ไม่ได้สั่งการแค่ สส. แต่กำชับทุกคน ขณะนี้ไม่ว่าใครไม่สามารถพกพาปืนได้ เพราะไม่มีใบอนุญาตพกปืนอีกแล้วในประเทศไทย พกปืนทุกใบในประเทศขณะนี้หมดอายุไปแล้ว ฉะนั้นไม่สามารถพกปืนได้แล้ว
เมื่อถามว่าลูกพรรคภูมิใจไทยหลายคนมีการสะสมปืนจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เขาก็ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน และตนเองก็ได้เน้นย้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่แค่เฉพาะ สส. แต่รวมถึงใครก็ตามที่คิดจะลงเลือกตั้ง มีตำแหน่งทางการเมือง
ถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องการพกอาวุธปืนขึ้นมาก็ผิดกฎหมาย และก็อาจถูกตีความเรื่องจริยธรรม คราวนี้ยุ่งกันไปอีก และก็จะยุ่งไปถึงอนาคตของพวกเขาเลย เพราะเราไม่รู้ว่าเรื่องจริยธรรมจะถูกห้ามลงรับสมัครเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่
ดังนั้นคือดีที่สุดคือทำเป็นตัวอย่างให้กับประชาชน ในเมื่อกฎหมายห้ามพกปืน บุคคลที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย บุคคลที่ประชาชนเลือกมา ก็ต้องเป็นตัวอย่างแค่นั้น
เมื่อถามว่ามติของคณะรัฐมนตรียกเลิกใบอนุญาตซื้อปืนหรือ ป.3 ซื้อไม่ได้อีก ไม่ว่าใครก็ตามใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ครับ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ต้องจัดระเบียบ ปืนเมืองไทยขณะนี้มีสิบล้านกระบอก แบบนี้ไม่ไหว ประชากรมี 70 ล้านคนเอง”
เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้มีดราม่ากรณีพูดว่านายกรัฐมนตรีระบุว่า ยิงโจรในบ้านก็มีความผิด จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่มีการเข้าใจผิดหรอกครับ
หลักที่สำคัญคือพยายามที่จะให้ทุกคนคิดว่าอาวุธปืนไม่มีประโยชน์ต่อใคร หากถูกใช้เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุก็แล้วแต่ ต้องไปพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยตัวเอง หรือไม่ได้พิสูจน์โดยตำรวจ หากมีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้น ยิงคนที่มาประสงค์ร้าย ก็ต้องถูกตั้งข้อหาก่อน และต้องไปพิสูจน์ตัวเองในศาล
เมื่อวานตนเองอาจจะสื่อสารสั้นไป แต่จุดประสงค์และเจตนารมณ์ของตนคือไม่อยากให้ทุกคนอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะไม่เคยทำสิ่งที่ดีให้กับผู้ใช้อาวุธปืนและผู้ถูกอาวุธปืนเลย คนที่ถูกอาวุธปืนก็บาดเจ็บ คนที่ใช้อาวุธปืนก็ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล
ดังนั้นกว่าจะหลุด กว่าจะมีคำพิพากษาว่าป้องกันตัวเอง หรือควรแก่เหตุแล้ว ต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ประกันตัว ต่างๆ มากมาย ตนเองก็ได้แต่เตือนสติเท่านั้น ไม่ใช่ว่า ใครต้องเชื่อหรือไม่เชื่อ
เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายไม่ได้ไปไหน และไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง ดังนั้นอย่าเข้าใกล้ดีที่สุด







