thansettakij
thansettakij
ล้อมคอก “กราดยิง” นายกฯสั่งร่าง พ.ร.บ.ปืนใหม่ เปิดทางคืนปืนเถื่อน เว้นโทษ

ล้อมคอก “กราดยิง” นายกฯสั่งร่าง พ.ร.บ.ปืนใหม่ เปิดทางคืนปืนเถื่อน เว้นโทษ

11 ส.ค. 69 | 08:33 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ส.ค. 69 | 08:59 น.

ล้อมคอก “กราดยิง” นายกฯอนุทินสั่งร่าง พ.ร.บ.ปืนใหม่ คุมเข้ม “ครอบครอง-พกพา-กระสุน” เล็งเปิดทางคืนปืนเถื่อน เว้นโทษ นักกีฬายิงปืนต้องฝากอาวุธที่สนาม

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรีสั่งเร่งยกร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนฉบับใหม่ เพื่อยกระดับการควบคุมการครอบครอง การซื้อขาย และการพกพา พร้อมเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงขึ้น
  • มาตรการใหม่จะห้ามพกพาปืนออกจากบ้านโดยเด็ดขาด แม้จะเป็นปืนที่ถูกกฎหมายก็ตาม ยกเว้นเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • รัฐบาลเตรียมเปิดช่องทางให้นำปืนเถื่อนหรือปืนที่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ มาคืนแก่รัฐภายในเวลาที่กำหนด โดยจะได้รับการยกเว้นโทษ

“นายกฯ อนุทิน” ยกระดับมาตรการคุมอาวุธปืน สั่งกลางวง ครม. “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เร่งยกร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนฉบับใหม่ หวังคุมตั้งแต่การครอบครอง การซื้อขาย กระสุน ไปจนถึงการพกพา พร้อมเพิ่มบทลงโทษรุนแรงและเด็ดขาด 

ย้ำปืนถูกกฎหมายก็ห้ามพกออกจากบ้าน หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เตรียมเปิดช่องให้ผู้มีปืนเถื่อน-ปืนที่โอนไม่ได้ นำมาคืนรัฐภายในเวลาที่กำหนดโดยเว้นโทษ ขณะที่มหาดไทย-ตำรวจชะลอการดำเนินการใบอนุญาต ป.3-ป.4 

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาลว่า ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เร่งจัดทำร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืนฉบับใหม่ เพื่อยกระดับการควบคุมอาวุธปืนและเพิ่มความเข้มงวดของบทลงโทษให้เด็ดขาดมากขึ้น

นายอนุทิน ระบุว่า ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน โดยเฉพาะ ป.3 และ ป.4 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อและการครอบครอง ให้ชะลอการดำเนินการในช่วงนี้ จนกว่าจะมีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น
ส่วนใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน หรือ ป.12 นายอนุทินย้ำว่า ไม่มีแล้ว และแนวนโยบายต่อจากนี้จะมุ่งไปที่การควบคุมการพกพาอย่างเข้มงวด

ห้ามพกออกบ้าน“ปืนถูกกฎหมาย”ก็ผิด

นายกรัฐมนตรีประกาศหลักการสำคัญของมาตรการใหม่ว่า แม้เป็นปืนที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ก็ไม่สามารถพกพาออกจากบ้านได้ หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่

“ปืนต่อให้ถูกกฎหมายก็ไม่สามารถพกพาออกจากบ้านได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ คุณไม่มีใบพก เอาออกจากบ้านก็ผิดกฎหมาย ติดคุก ทำผิดกฎหมายตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว ตรงนี้ห้าม 100%”

นายอนุทิน ชี้ว่า กฎหมายฉบับใหม่จะต้องมีทั้งมาตรการควบคุมและบทลงโทษที่รุนแรงและเด็ดขาดกว่าเดิม โดยจะไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวอาวุธปืน แต่จะครอบคลุมถึง เครื่องกระสุนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนทั้งหมด

เปิดทาง“คืนปืนเถื่อน”แลกเว้นโทษ

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลกำลังศึกษาวิธีการออกกฎหมายเพื่อให้ผู้ที่มีปืนเถื่อน หรือ ปืนที่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมาย นำอาวุธมาคืนภายในกรอบเวลาที่กำหนด โดยหากนำมามอบตามเงื่อนไขก็จะไม่มีโทษ

มาตรการดังกล่าวยังรวมถึงกรณีปืนที่ตกทอดเป็นมรดก แต่ผู้รับมรดกไม่อยู่ในสภาวะหรือเงื่อนไขที่จะสามารถรับโอนอาวุธปืนได้ตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเรื่องระยะเวลา เงื่อนไข และกระบวนการรับมอบ จะต้องรอการจัดทำกฎหมายและหารือในฝ่ายรัฐบาลต่อไป

คุมเข้ม“ซื้อขายปืน”ออนไลน์

สำหรับปัญหาการซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ นายอนุทิน ระบุว่า หากไม่มีใบอนุญาต การครอบครองและซื้อขายก็ถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว และแนวทางใหม่จะเพิ่มความเข้มข้นของบทลงโทษ

“ในเมื่อใบอนุญาตมันไม่มี อย่าบอกว่าควบคุมยากหรือง่าย มันมีไม่ได้ ถ้ามีผิดกฎหมาย กฎหมายรุนแรง คุกอย่างเดียว”

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ก่อนผลักดันกฎหมายใหม่ รัฐบาลจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอัยการและศาล เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันว่า เรื่องอาวุธปืนเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ และขอให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด รวมถึงการคัดค้านการประกันตัวในขั้นตอนที่เหมาะสมตามกฎหมาย

ตั้งด่านทั่วประเทศสกัดปืน-ยาเสพติด

นอกจากการแก้กฎหมาย นายอนุทิน กล่าวว่า ในช่วงนี้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเพิ่มความเข้มข้นในการตั้งด่านตรวจค้น โดยเน้นไปที่ อาวุธปืนและยาเสพติด

จากการตรวจค้นที่ผ่านมา พบผู้พกพาอาวุธปืนหลายราย และผู้ต้องหาคดีลักษณะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวนตามความเหมาะสมของคดี

นายอนุทิน ยังเตือนประชาชนว่า ไม่ควรพกปืนออกจากบ้าน โดยเฉพาะการพกโดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการป้องกันตัว เพราะในมุมของรัฐบาล การมีอาวุธอยู่กับตัวนอกบ้านเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุรุนแรง

“อย่าไปเชื่อใครที่พูดต้องมีไว้ป้องกันตัว ส่วนใหญ่คนที่พกอาวุธปืนเหล่านี้จะทำร้ายตัวเอง เพราะเป็นของร้อน”

นักกีฬายิงปืนก็ไม่เว้นต้องฝากปืนที่สนาม

มาตรการใหม่ยังครอบคลุมถึงผู้ที่มีเหตุจำเป็นต้องใช้อาวุธปืน เช่น นักกีฬายิงปืน โดยนายอนุทิน ย้ำว่า จะไม่มีการผ่อนปรน โดยต้องมีระบบตรวจสอบทั้ง จำนวนกระสุน ปืนที่ใช้ และการใช้สนามยิงปืน

แนวทางที่รัฐบาลกำลังมองคือ หากนำปืนไปใช้ที่สนามยิงปืน ต้องฝากอาวุธไว้ที่สนาม และมีการลงทะเบียนอย่างชัดเจน ส่วนการซื้อกระสุนสำหรับการฝึกซ้อมจะต้องระบุจำนวนให้ตรงกับการใช้งาน

เมื่อซ้อมเสร็จแล้วไม่ควรนำปืนกลับออกจากสนามโดยอ้างว่าเป็นปืนที่ใช้สำหรับการฝึกซ้อม เป้าหมายคือ ปิดช่องการอ้างว่า “นำปืนไปซ้อมยิง” เพื่อเป็นเหตุผลในการนำอาวุธออกนอกสถานที่โดยไม่มีระบบตรวจสอบ

บ้านต้องเป็นพื้นที่เก็บปืนไม่ใช่พื้นที่พกพา

นายอนุทิน ย้ำด้วยว่า แนวคิดของรัฐบาลคือ หากประชาชนมีปืนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องเก็บไว้ที่บ้านและไม่พกออกไป

ส่วนกรณีผู้ครอบครองมีพฤติกรรมน่าสงสัย ข่มขู่ หรือ มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย คนในครอบครัวควรช่วยกันสังเกตและแจ้งเจ้าหน้าที่ เนื่องจากการมีอาวุธปืนอยู่ใกล้ตัว อาจกลายเป็นปัจจัยเพิ่มความรุนแรงเมื่อเกิดความโกรธหรือบันดาลโทสะ

นายกรัฐมนตรีเสนอให้ประชาชนที่มีปืนแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เก็บอาวุธให้ปลอดภัย แยกกระสุนออกจากตัวปืน แยกแม็กกาซีน และ จัดเก็บไว้ในภาชนะหรือกล่องที่เหมาะสม 

สั่งเช็ก“ปืนทำเนียบ”ใครไม่ใช่ตำรวจยึดตามก.ม.

นายกฯ ระบุด้วยว่า กำลังจะมีคำสั่งตรวจสอบเรื่องการพกพาอาวุธปืนของบุคคลที่เข้ามาปฏิบัติงาน หรืออยู่ใกล้ชิดบุคคลสำคัญภายในทำเนียบรัฐบาล โดยหากเป็นผู้ติดตามหรือบุคคลใกล้ชิดที่พกปืน แต่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมีอาวุธปืนหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ส่วนตัวไม่มี เคยมีแต่ปืนหาย และได้แจ้งความไว้แล้ว

ส่วนกรณีภรรยามีการแจ้งรายการอาวุธปืนไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบและไม่เคยไปตรวจสอบ พร้อมย้ำว่า ปืนดังกล่าวต้องเก็บไว้และไม่สามารถนำออกไปไหนได้

จาก“เหตุกราดยิง”สู่การรื้อกฎหมายปืน

การเร่งจัดทำกฎหมายอาวุธปืนฉบับใหม่ เกิดขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนหลายกรณี รวมถึงล่าสุดคดีฆาตกรรม พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งทำให้รัฐบาลกลับมาเน้นประเด็นการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มข้น

นายอนุ ทินยืนยันว่า มาตรการครั้งนี้จะไม่ปล่อยให้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว และเมื่อกฎหมายมีผล เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองจะต้องมีหน้าที่กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด