
งานวิจัยเผย ไทยอันดับ 13 โลก ครองปืน 10.4 ล้านกระบอก เสี่ยงซ้ำปัญหาอาชญากรรม
งานวิจัยเผย ประเทศไทยมีพลเรือนครอบครองปืนมากที่สุดในอาเซียนและเป็นอันดับ 13 ของโลก รวมกว่า 10 ล้านกระบอก เป็น "ปืนเถื่อน" กว่า 4 ล้านกระบอก มีสถิติอาชญากรรมจากปืนสูงเป็นอันดับ 15 ของโลก อันดับ 2 ในอาเซียน สะท้อนถึงช่องว่างเชิงระบบ กฎหมายที่บังคับใช้มานานเกือบ 80 ปี
KEY
POINTS
- ประเทศไทยมีพลเรือนครอบครองปืนมากที่สุดในอาเซียนและเป็นอันดับ 13 ของโลก โดยมีจำนวนปืนรวมกว่า 10 ล้านกระบอก
- ปืนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือ "ปืนเถื่อน" มีจำนวนมากกว่า 4 ล้านกระบอก และเป็นต้นตอของคดีอาชญากรรมมากกว่าปืนที่มีทะเบียนอย่างมีนัยสำคัญ
- ไทยมีสถิติอาชญากรรมจากปืนสูงเป็นอันดับ 15 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์
- ปัญหาอาวุธปืนสะท้อนถึงช่องว่างเชิงระบบ ตั้งแต่การขอใบอนุญาตไปจนถึงการควบคุมปืนนอกระบบ และกฎหมายที่บังคับใช้มานานเกือบ 80 ปี
ปัญหา "อาวุธปืน" ในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเหตุอาชญากรรมจากปืน แต่กำลังสะท้อนให้เห็นถึง “ช่องว่างเชิงระบบ” ตั้งแต่การขอใบอนุญาต การครอบครอง การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขออนุญาต ไปจนถึงการควบคุมอาวุธปืนที่หลุดออกจากระบบทะเบียน
ประเด็นดังกล่าวถูกสะท้อนผ่านงานวิจัยเรื่อง “ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการขออนุญาตมีปืนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490” โดย รองศาสตราจารย์สุเมธ จานประดับ อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะ
ตัวเลขสะท้อนปัญหา “ปืนในระบบ-นอกระบบ”
ข้อมูลที่ถูกนำมาอ้างในงานวิจัยระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปืนในครอบครองของพลเรือนมากที่สุดในอาเซียน และอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ GunPolicy ระบุว่า ไทยมีปืนของพลเรือนประมาณ 1.3 ล้านกระบอก หรือเฉลี่ยประมาณ 1 กระบอกต่อประชากร 7 คน นั่นหมายความว่า "เฉลี่ยทุก 7 คน จะพบผู้เดินบนถนนคนหนึ่งที่มีปืน"
ขณะเดียวกัน มีข้อมูลการขึ้นทะเบียนอาวุธปืนประมาณ 6.22 ล้านกระบอก โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นอาวุธปืนสั้นประมาณ 3.74 ล้านกระบอก ขณะที่ยังมีปืนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือ “ปืนเถื่อน” มากกว่า 4 ล้านกระบอก
ความแตกต่างของตัวเลขจากแต่ละแหล่งข้อมูลเองก็สะท้อนอีกหนึ่งโจทย์สำคัญ คือ ฐานข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและสถานะของอาวุธปืนในประเทศไทยยังมีความซับซ้อน และการประเมินจำนวนปืนที่อยู่ในมือประชาชนทำได้ยาก โดยเฉพาะอาวุธปืนที่อยู่นอกระบบทะเบียน
ปืนเถื่อนต้นตอคดีอาญา ทะลุ 9 หมื่นคดี
เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของอาวุธปืนต่ออาชญากรรม ข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค 1-9 ในช่วงปี 2559-2562 พบว่า คดีอาญาที่รัฐเป็นผู้เสียหายและเกี่ยวข้องกับปืนเถื่อนมีจำนวนถึง 91,376 คดี ขณะที่คดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่มีทะเบียนอยู่ที่ 25,034 คดี
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่เฉพาะที่การอนุญาตให้ประชาชนมีปืนอย่างถูกกฎหมายเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ อาวุธปืนที่อยู่นอกระบบ ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาอาชญากรรม
ไทยติดอันดับโลก “อาชญากรรมจากปืน”
ข้อมูลจาก Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME) ปี 2019 ยังระบุว่า ประเทศไทยมีอาชญากรรมจากปืนอยู่ในระดับสูง โดยอยู่ที่ อันดับ 15 ของโลก และอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์
นอกจากปืนจะส่งผลต่ออาชญากรรมแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับอัตราการฆ่าตัวตายในประเทศไทยด้วย โดยข้อมูลจากวารสารวิชาการทางอาชญาวิทยา และนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่าการลั่นไกปลิดชีวิตตัวเองเป็นวิธีฆ่าตัวตายที่นิยมมากที่สุด อันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากการผูกคอตาย และกินยาพิษ
ขณะที่ข้อมูลปี 2565 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืน 2,804 คน หรือคิดเป็นประมาณ 3.91 คนต่อประชากร 100,000 คน และอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลก
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ “การเข้าถึงปืน” กลายเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณามากกว่ามิติของสิทธิในการครอบครอง เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุนทางสังคม ทั้งอาชญากรรม การเสียชีวิต และความปลอดภัยของประชาชน
แม้ประเทศไทยจะมีพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 แต่ก็เป็นกติกาที่ออกแบบขึ้นในสังคมเมื่อเกือบ 80 ปีก่อน คำถามสำคัญคือ ยเพียงพอสำหรับบริบทความปลอดภัยของประเทศไทยในวันนี้หรือไม่
เพราะในท้ายที่สุด ปัญหาอาวุธปืนของไทยอาจไม่ได้อยู่เพียงว่า “ประเทศไทยมีปืนมากแค่ไหน” แต่เป็นคำถามว่า “รัฐรู้หรือไม่ว่าปืนอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร และบุคคลนั้นมีความพร้อมและความเหมาะสมเพียงใดที่จะถืออาวุธที่สามารถปลิดชีวิตคนได้”





