
โกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่“ตัวเล็ก” ต้องสาวถึงผู้สั่งการใหญ่
โกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่“ตัวเล็ก” ต้องสาวถึง“ผู้สั่งการใหญ่” : รายงานพิเศษ โดย...ธวัชชัย อินทรประดิษฐ์ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4219
KEY
POINTS
- เกิดขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นครั้งใหญ่ โดยพบว่าคะแนนดิบของผู้เข้าสอบไม่ตรงกับคะแนนที่ประกาศผล ทำให้มีผู้ได้รับการบรรจุอย่างผิดปกติหลายพันราย
- สังคมเรียกร้องให้การสืบสวนสาวไปให้ถึง "ตัวการใหญ่" หรือผู้มีอำนาจสั่งการที่อยู่เบื้องหลังการแก้ไขคะแนน ไม่ใช่แค่ลงโทษผู้เข้าสอบที่ได้รับประโยชน์
- กระทรวงมหาดไทยได้เริ่มเพิกถอนการบรรจุผู้ที่มีคะแนนผิดปกติแล้ว 5,924 ราย
และเห็นให้เพิกถอนบัญชีเดิมทั้งฉบับ จัดทำบัญชีใหม่ จากผลคะแนนที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าถูกต้อง
แม้กระทรวงมหาดไทยจะเริ่มเดินหน้า "ล้างบางขบวนการโกงสอบท้องถิ่น” ด้วยการเตรียมเพิกถอนผู้ได้รับการบรรจุที่มีคะแนนผิดปกติหลายพันราย แต่สิ่งที่สังคมจับตาไม่ใช่เพียงการลงโทษผู้สอบที่ได้ประโยชน์ หากคือ คำตอบว่า "ใคร" เป็นผู้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงคะแนนสอบ และจะมีผู้บงการระดับสูงอยู่เบื้องหลังหรือไม่
คดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้าเป็นข้าราชการ หรือ พนักงานส่วนท้องถิ่น กำลังกลายเป็นหนึ่งในคดีทุจริตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะไม่ใช่เพียงการทุจริตของบุคคลบางคน แต่เป็น “ขบวนการใหญ่” ที่สะท้อนถึงความผิดปกติ ตั้งแต่การจัดสอบ การเก็บรักษาข้อมูล การประมวลผลคะแนน ไปจนถึงการประกาศผลสอบ
ตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบยิ่งสะท้อนขนาดของปัญหา เมื่อกระทรวงมหาดไทย (มท.) ตรวจพบผู้มีคะแนนผิดปกติถึง 5,814 ราย จากผู้ได้รับการบรรจุเกือบ 15,000 คน หรือ คิดเป็นเกือบ 40% ของผู้ได้รับการบรรจุทั้งหมด
ปริศนาคะแนนสอบไม่ตรงกัน
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่จำนวนผู้เกี่ยวข้อง แต่คือ ข้อเท็จจริงที่เริ่มปรากฏจากหลายเวทีตรวจสอบว่า "คะแนนดิบ" กับ "คะแนนประกาศผล" ไม่ตรงกัน
ข้อมูลที่คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้รับจากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบข้อพิรุธสำคัญหลายประเด็น
โดยเฉพาะข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ซึ่งเป็นผู้รับจ้างดำเนินการตรวจข้อสอบ ระบุว่า แฟลชไดรฟ์ที่บันทึกภาพกระดาษคำตอบและคะแนนดิบ ที่ส่งมอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีข้อมูลไม่ตรงกับไฟล์ที่ใช้ประกาศผลสอบ
นั่นหมายความว่า คะแนนที่ปรากฏในประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ไม่ใช่คะแนนเดียวกับที่ปรากฏในข้อมูลต้นทาง
เมื่อเกิดข้อแตกต่างเช่นนี้ คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า "มีการโกงหรือไม่" แต่คือ "การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้กระทำ"
ช่องว่าง"ตู้เซฟ"กับ"ประกาศผล"
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทยประธานกรรมาธิการปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร ระบุชัดว่า ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังให้คำอธิบายไม่ตรงกัน
ลำดับขั้นตอนตามที่ปรากฏต่อ กมธ. คือ ผู้รับจ้างตรวจข้อสอบดำเนินการประมวลผลคะแนน บันทึกข้อมูลลงแฟลชไดรฟ์ และส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.)
จากนั้นแฟลชไดรฟ์ดังกล่าวถูกเก็บไว้ในตู้เซฟ ก่อนจะถูกนำออกมาและส่งกลับไปยังมหาวิทยาลัย เพื่อประทับตรารับรอง ทั้งที่ขั้นตอนดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในเงื่อนไขการจัดจ้าง (TOR)
คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า ระหว่างช่วงเวลาที่ข้อมูลอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานรัฐ มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือไม่ หากมี การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่จุดใด และที่สำคัญที่สุด ใครเป็นผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว
หากแก้ไฟล์ย่อมทิ้งร่องรอย
ประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ คือ การชี้แจงของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ระบุว่า การแก้ไขไฟล์ดิจิทัลทุกครั้งจะมี Digital Signature หรือ ข้อมูลร่องรอยทางอิเล็กทรอนิกส์กำกับไว้
หมายความว่า หากมีการแก้ไขคะแนนจริง ย่อมสามารถตรวจสอบได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด ใช้เครื่องใด และ บัญชีผู้ใช้งานใดเป็นผู้ดำเนินการ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายฝ่ายเชื่อว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งอายัดแฟลชไดรฟ์ และ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไว้แล้ว น่าจะสามารถคลี่คลายปริศนานี้ได้ หากกระบวนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลดำเนินไปอย่างครบถ้วน
กสถ.เพิกถอนบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 5,924 ราย
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการกรณีตรวจพบความผิดปกติในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น
ภายหลังการประชุม นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติยกเลิกประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เดิมทั้งหมด หลังตรวจสอบพบข้อมูลชัดเจนว่า มีการแก้ไขคะแนนสอบผิดปกติ จำนวน 5,924 ราย ส่งผลให้บัญชีรายชื่อเดิมไม่สามารถใช้เป็นฐานในการบรรจุแต่งตั้งได้อีกต่อไป
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การตรวจสอบครอบคลุมข้อมูลคะแนนของผู้เข้าสอบทั้งหมดกว่า 270,000 คน จากผู้สมัครประมาณ 400,000 คน โดยพบว่า มีผู้ที่มีคะแนนสอบผิดปกติรวม 5,924 ราย ซึ่งคณะกรรมการได้รับทราบรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงคะแนน และเห็นชอบให้ดำเนินการเพิกถอนบัญชีเดิมทั้งฉบับ และจะมีการจัดทำบัญชีใหม่ จากผลคะแนนที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่า เป็นคะแนนที่ถูกต้อง โดยจะเรียงลำดับผู้สอบผ่านใหม่ทั้งหมด
จี้ฟันตัวการใหญ่สูงกว่าอธิบดี
แม้มาตรการเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น จะช่วยคืนความเป็นธรรมให้ผู้สอบด้วยความสุจริตกว่า 9,000 คน แต่คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ คือ การลงโทษจะหยุดอยู่เพียงผู้สอบหรือไม่
เพราะในทางปฏิบัติ “ผู้เข้าสอบ” ไม่สามารถแก้ไขฐานข้อมูลคะแนนกลางได้ด้วยตนเอง การเปลี่ยนแปลงข้อมูลจำเป็นต้องอาศัยบุคคลที่เข้าถึงระบบ มีอำนาจจัดการข้อมูล หรือ สามารถสั่งการผู้ที่เกี่ยวข้องได้
ดังนั้น หากผลสอบถูกเปลี่ยนจริง ย่อมต้องมีผู้ร่วมกระทำในระดับผู้ปฏิบัติ ผู้ควบคุมระบบ หรือ อาจรวมถึงผู้มีอำนาจสั่งการ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ประธาน กมธ.ปราบโกง สภาผู้แทนราษฎร ประกาศชัดว่า ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ หรือผู้บริหารระดับสูงกว่าอธิบดี หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด
จุดเปลี่ยนสอบราชการไทย?
คดี “โกงสอบท้องถิ่น” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของระบบสอบแข่งขันภาครัฐทั้งประเทศ เพราะหากระบบที่ควรเป็นมาตรฐานสูงสุดในการคัดเลือกบุคลากรของรัฐ ยังสามารถถูกแทรกแซงได้ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบคุณธรรม จะถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ในทางกลับกัน หากสามารถสาวถึง “ผู้บงการตัวจริง” ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีที่โปร่งใสมาใช้ในการสอบแข่งขันครั้งต่อไป คดีนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบสอบราชการครั้งสำคัญ
การตรวจข้อสอบใหม่ การเพิกถอนผู้ได้รับการบรรจุ และการจัดอันดับใหม่ เป็นเพียงการเยียวยาผลลัพธ์ปลายทาง แต่สิ่งที่สังคมรอคอยคือ การเปิดเผยว่า ใครอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงคะแนนสอบ และใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากเครือข่ายทุจริตดังกล่าว
“โกงสอบท้องถิ่น” สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงการ "รีเซ็ตคะแนนสอบ" หากแต่คือ การล้างบางเครือข่ายทุจริตที่บ่อนทำลายระบบคุณธรรมของภาครัฐ
บทพิสูจน์จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเพิกถอนผู้สอบได้กี่พันคน แต่อยู่ที่ว่าจะสามารถนำตัว "ผู้เปลี่ยนคะแนน" และ "ผู้บงการ" เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้หรือไม่
ถ้าไม่สามารถลากคอ "ตัวการใหญ่” มารับโทษได้ “คดีโกงสอบท้องถิ่น 2569” ก็จะเป็นเพียงแค่แฟ้มคดีทุจริตคดีหนึ่ง ที่รอวันวนลูปกลับมาใหม่ในอนาคตเท่านั้นเอง
++++++++++
นายกฯลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แสดงเจตจำนงในการเอาผิดต่อขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า
“ขอให้มีความมั่นใจในระบบการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและมั่นใจในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะไม่มีการช่วยเหลืออำนวยความสะดวก หรือไปเบียดบังคดีความต่างๆ ไม่ได้เป็นอันขาด และยิ่งกรณีนี้อุกอาจมาก ทุจริตตั้งแต่การสอบรับข้าราชการ
ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า จะไม่มีการบิดเบือนคดีเป็นอื่นเป็นอันขาด ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่กำลังสืบหาอยู่ คดีนี้ไม่มีบรรเทา ไม่มีการยืดหยุ่น ทุกอย่างจะต้องถูกดำเนินการไปตามหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่มีกฎหมายใดๆหรือกฎเกณฑ์ใดๆ ที่จะต้องไปตอบแทนหรือ เกรงกลัวใดๆ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้
ดังนั้น ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านได้เห็นมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาในกรณีนี้ ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เคยมีตำแหน่งราชการใดๆ ก็ตาม การดำเนินคดีมีคำสั่งทางวินัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปหลายคน แต่เรายังไม่สามารถพูดได้ว่าใครผิด ใครถูก เพราะกว่าจะถึงจุดนั้น ทุกอย่างจะต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและยืนยันหลักฐานให้ชัดเจน”







