
"อนุทิน" จ่อรื้อกฎหมายกระจายอำนาจ แบล็กลิสต์คนโกงสอบท้องถิ่นตลอดชีพ
"นายกฯอนุทิน"สั่งล้างขบวนการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ย้ำนักการเมือง-ข้าราชการ เอี่ยวโดนโทษหนัก 3 เท่า เตรียมแก้กฎหมายกระจายอำนาจเพื่ออุดช่องโหว่ พร้อมขึ้นแบลคลิสต์ใน TOR ห้ามสอบราชการตลอดชีพ
KEY
POINTS
- นายกฯอนุทิน เรียกประชุม ก กลาง 23 ก.ค. เตรียมเสนอเพิกถอนสถานะข้าราชการ 5,814 ราย หลังพบความผิดปกติของคะแนนสอบท้องถิ่น
- เตรียมผลักดันการแก้ไขกฎหมายกระจายอำนาจ เพื่อเพิ่มอำนาจให้กระทรวงมหาดไทยสามารถจัดการปัญหาทุจริตได้โดยตรง
- สั่งเพิ่มเงื่อนไขในการสอบครั้งต่อไป ให้ขึ้นบัญชีดำ ผู้ทุจริต ห้ามสมัครสอบราชการตลอดชีวิต
- เตือนนักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจะได้รับโทษหนักกว่าปกติ 2-3 เท่า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงจุดยืนเด็ดขาดต่อกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 หลังพบความผิดปกติของคะแนนสอบกว่า 5,814 ราย. โดยส่งสัญญาณเตรียมผลักดันการแก้ไขกฎหมายกระจายอำนาจเพื่อเพิ่มอำนาจการตรวจสอบ และสั่งบรรจุเงื่อนไขการขึ้นบัญชีดำ ผู้ทุจริตไว้ใน TOR การสอบครั้งต่อไป เพื่อตัดวงจรการทุจริตในระบบราชการอย่างถาวร
ล้างบางทุจริต 5,814 ราย จ่อเพิกถอนสถานะข้าราชการ
จากการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่กองบังคับการกองปราบปราม นายอนุทิน เปิดเผยว่าได้รับรายงานมติจากคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่เสนอให้เพิกถอนสถานะข้าราชการจำนวน 5,814 คน หลังตรวจสอบพบคะแนนในกระดาษคำตอบไม่ตรงกับการประกาศผล
กลุ่มผู้กระทำผิดแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่คะแนนถูกอัพขึ้นชัดเจนกว่า 3,000 คน กลุ่มที่มีคะแนนดีอยู่แล้วแต่ถูกเพิ่มคะแนนอีกกว่า 1,000 คน และกลุ่มที่มีคะแนนห่างกันเพียงเล็กน้อย
โดยเรื่องนี้จะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ซึ่งนายอนุทินจะนั่งเป็นประธานการประชุมด้วยตนเองเพื่อพิจารณามติขั้นสุดท้าย
สั่งแก้กฎหมายกระจายอำนาจ อุดช่องโหว่เอื้อทุจริต
นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมายประกอบใน พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 เนื่องจากโครงสร้างกฎหมายปัจจุบันกำหนดให้มีคณะกรรมการหลายชั้น ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจจำกัดในการสั่งการโดยตรง และมีเสียงโหวตในคณะกรรมการเพียงเสียงเดียว
"มันไม่ได้มีอำนาจ ถ้ามีอำนาจก็เรียบร้อยไปแล้ว ไม่ใช่แค่ทักแต่ผมบอกแล้วว่าให้ชะลอ แต่ต้องใช้มติของคณะกรรมการก กลาง กฎหมายเขียนไว้ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร่าง เราก็ต้องมานั่งดูด้วย ว่าทำไมกฎหมายถึงออกมาเช่นนี้ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2-3 ชั้น รมว.มหาดไทยคือประธานกรรมการแค่ชุดเดียว คือชุดกลาง ถ้าจะโหวตก็มีแค่เสียงเดียว ในกระทรวงมหาดไทยน่าจะมีไม่เกิน 3 เสียง คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่เหลือเป็น กรรมการจากหน่วยงานอื่นๆ ใช้อำนาจไม่ได้ ถ้าใช้อำนาจได้ก็ไม่ต้องมากวนผบ.ตร." นายกฯ กล่าว
นายอนุทินระบุ พร้อมย้ำว่าหากมีการทุจริตขนาดใหญ่เช่นนี้ กระทรวงมหาดไทยจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้รัดกุมยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซาก
ขึ้นบัญชีดำ ใน TOR ตัดสิทธิ์สอบราชการตลอดชีวิต
หนึ่งในมาตรการเชิงรุกที่นายอนุทินสั่งการคือ การกำหนดเงื่อนไขการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ไว้ในขอบเขตงานหรือ TOR สำหรับการจัดสอบแข่งขันครั้งต่อๆ ไป
มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อห้ามไม่ให้ผู้ที่มีประวัติทุจริต หรือผู้ที่พบว่ามีคะแนนผิดปกติจากการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน สามารถกลับเข้ามาสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับราชการได้อีก โดยผู้สมัครกลุ่มที่มีปัญหาทั้ง 5,814 ราย จะต้องถูกเรียกมาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เตือน "นักการเมือง-ขรก." เอี่ยวโดนโทษ 3 เท่า ลั่นไม่มีฮีโร่ลอยนวล
นายอนุทินส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงไปยังข้าราชการและนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ โดยย้ำว่าผู้ที่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานหรือนักการเมืองจะต้องรับโทษหนักกว่าปกติ 2 ถึง 3 เท่าตามกฎหมาย
พร้อมทั้งกล่าวถึงกลุ่มบุคคลที่พยายามทำตัวเป็น "ฮีโร่" บังหน้า แต่เบื้องหลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตว่า "คนไหนทำเป็นฮีโร่ แต่ความจริงมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มส้นเท้า ก็จะถูกขยายผลออกมาเรื่อยๆ ซึ่งการดำเนินการมาจนถึงระดับนี้ ก็มาจากการขยายผล"







