thansettakij
thansettakij
ส่องนโยบาย 7 แคนดิเดตผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ล้างบางคอร์รัปชัน

ส่องนโยบาย 7 แคนดิเดตผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ล้างบางคอร์รัปชัน

17 มิ.ย. 69 | 09:03 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มิ.ย. 69 | 09:03 น.

เดือด สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โค้งสุดท้าย อัปเดตนโยบาย 7 แคนดิเดตผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ปราบโกง ล้างบางคอร์รัปชัน ทำได้จริงแค่ไหน คนกรุงต้องรู้ก่อนเข้าคูหา 28 มิ.ย.นี้

KEY

POINTS

  • ผู้สมัครส่วนใหญ่ชูนโยบายนำเทคโนโลยี เช่น AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล มาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน
  • เน้นการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณ และสัมปทาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
  • มุ่งเป้าแก้ปัญหาการทุจริตในกระบวนการที่เฉพาะเจาะจง เช่น การขอใบอนุญาตก่อสร้าง และการขจัดระบบส่วยใต้โต๊ะ

ปัญหาทุจริตคอรัปชัน นับเป็นโจทย์สำคัญที่คนกรุงเทพฯ อยากเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาจากผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ก่อนตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เพื่อกำหนดและเลือกอนาคตของเมืองว่าจะไปในทิศทางไหนในอีก 4 ปีข้างหน้าในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้

"ฐานเศรษฐกิจ" รวบรวมนโยบายของ 7 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ที่ได้ประกาศเป็นวิสัยทัศน์เอาไว้มาใช้หาเสียงช่วงที่ผ่านมา

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (หม่อมกร) ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 1 

หม่อมกร นำเสนอนโยบายภายใต้แนวคิด "SAVE BKK – BKK SAFE" โดยเน้นการสร้างเมืองที่ปลอดภัยในทุกมิติ โดยมีนโยบายที่สำคัญ คือ การสร้าง Safety Zone ทั่วกรุงเทพฯ ด้วยเทคโนโลยี AI และระบบ Face Recognition เพื่อป้องกันอาชญากรรม ควบคู่กับโครงการ BKK Cyber Shield ที่มุ่งป้องกันภัยไซเบอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5

นำเสนอแนวคิด "กรุงเทพ เป็นได้มากกว่านี้" (เมืองฟ้าอมร… and more) โดยมุ่งยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่สะดวกขึ้น สะอาดขึ้น สบายขึ้น มีรายได้มากขึ้นและตรวจสอบได้มากขึ้น ผ่าน 5 นโยบายหลัก ได้แก่ การคมนาคมเชื่อมต่อไร้รอยต่อ การจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม การดูแลคุณภาพชีวิตรองรับสังคมสูงวัย การเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และการตรวจสอบความโปร่งใสด้วยการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและสัมปทาน พร้อมใช้แอปพลิเคชัน "ส่องรัฐ" ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 9 

เน้นต่อยอดภายใต้แนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองสร้างโอกาส" ขยายผลจากโครงการเดิมและพัฒนาเมืองด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นำเสนอชุดนโยบายกว่า 250 ข้อที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลและนวัตกรรมในการแก้ปัญหาเมืองควบคู่กับการบริหารงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมต่อยอดเส้นเลือดฝอยที่ได้ทำไปแล้วตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครพรรคประชาชน หมายเลข 10 

นำเสนอนโยบาย "กรุงเทพง่าย ๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน" เรื่องการแก้ปัญหาคอรัปชั่นชูแคมเปญ "กรุงเทพโปร่งใส เอไอจับโกง" นำเทคโนโลยีเอไอ (AI) มาใช้ตรวจสอบการทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำงบประมาณ การสืบราคากลาง การกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) และการประมูล เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเรื้อรัง ชัยวัฒน์ ประกาศชัดเจนว่าจะยุติระบบส่วยและใต้โต๊ะในการค้าขายและการขออนุญาตต่าง ๆ 

นายประยูร  ครองยศ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 11

นำเสนอแนวคิด "กรุงเทพฯ ต้องดีกว่านี้" ชูจุดเด่นนโยบาย ดิจิทัลกรุงเทพฯ โดยใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล กทม. เพื่อให้บริการง่าย โปร่งใสและตรวจสอบได้

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจ หมายเลข 12

นำเสนอนโยบาย "สร้างชีวิตดี ชีวิตคุณภาพ" โดยจะนำประสบการณ์ด้านงานตำรวจมาเป็นจุดเด่น ผลักดันมาตรการรักษาความปลอดภัยและการปราบปรามอาชญากรรมในเมือง ประเด็นการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ประกาศเดินหน้าล้างบางการทุจริตในกระบวนการอนุญาตก่อสร้างและงานบริการต่าง ๆ ของ กทม. โดยเน้นระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 14

นำเสนอนโยบาย "Human Innovation" มุ่งพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีควบคู่กับความเข้าใจประชาชน เป็นเมืองที่น่าอยู่ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม พร้อมชูวิสัยทัศน์ กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดคอร์รัปชัน โดยจะไม่ปล่อยให้งบประมาณของประชาชนรั่วไหลไปกับระบบที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทุกโครงการต้องเปิดเผย ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง