thansettakij
thansettakij
เทียบฟอร์ม 4 ตัวเต็งแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ประกาศสู้ศึกเลือกตั้ง 2569

เทียบฟอร์ม 4 ตัวเต็งแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ประกาศสู้ศึกเลือกตั้ง 2569

21 พ.ค. 69 | 05:35 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ค. 69 | 05:41 น.

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ชวนส่องโปรไฟล์ 4 แคนดิเดตประกาศชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. 'หน้าเก่า-หน้าใหม่' สเปกไหน คนใดตอบโจทย์คนเมือง

KEY

POINTS

  • เปิดตัว 4 ผู้สมัครตัวเต็งชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในศึกเลือกตั้งปี 2569 ได้แก่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ), ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน), อนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ)
  • ผู้สมัครแต่ละคนมีภูมิหลังที่โดดเด่นและหลากหลาย ครอบคลุมทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิทัล การเงิน และมีประสบการณ์ทางการเมือง
  • แต่ละคนชูนโยบายหาเสียงที่แตกต่างกัน เช่น การสานต่อนโยบายเดิม, การนำเทคโนโลยี AI มาใช้แก้ปัญหา, การพัฒนาคุณภาพชีวิต 3 ด้าน (สะดวก สะอาด สบาย) และแคมเปญด้านความปลอดภัย

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ทวีความคึกคักมากขึ้นตามลำดับ หลังจากที่ปรากฎรายชื่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เปิดตัวพร้อมท้าชิงเก้าอี้พ่อเมืองคนใหม่แทน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งประกาศไขก๊อกยื่นใบลาออกก่อนครบวาระไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อไปไล่เรียงรายชื่อที่ปรากฎโฉมออกมาตลอดหลายเดือนนี้ มีตัวเต็งหลายคนที่ถูกจับตามองในสนามแข่งขันนี้

"ฐานเศรษฐกิจ" รวบรวมประวัติ พร้อมผลงาน ความสามารถของแต่ละคนมานำเสนอ 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  

ชื่อของ นายชัชชาติ ร้อนแรงติดโผถูกจับตามองก่อนครบวาระ เป็นอีกหนึ่งชื่อของ ผู้ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ที่ได้รับความสนใจจากผลงานที่ผ่านมา หากย้อนกลับไปนายชัชชาติ เจ้าของฉายา รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ผ่านมาเมื่อปี 2565 นายชัชชาติได้รับคะแนนเสียงแบบถล่มทลายกว่า 1.3 ล้านคะแนน ในครั้งนี้ยังคงยึดแนวคิดลงสมัครในนามอิสระเพื่อทำงานสารต่อนโยบายที่ได้ทำไว้ 

นายชัชชาติ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมโยธา เกียรตินิยมอันดับ 1 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้านวิศวกรรมโครงสร้างจาก University of Illinois at Urbana-Champaign สหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเป็นผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชน

ตลอดระยะเวลาของการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เขาเน้นทำงานลงพื้นที่จริง พร้อมนำระบบ Traffy Fondue มาใช้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และมุ่งเน้นนโยบายปรับปรุงทางเท้า การจัดการขยะและการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพมหานคร 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทมฯ ก่อนครบวาระ เพื่อลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร  

นายชัยวัฒน์ หรือ ดร.โจ เป็น สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. เสนอนโยบาย กรุงเทพฯ ง่าย ๆ  "เลี้ยงครอบครัวง่าย-ค้าขายง่าย-เดินทางง่าย-ใช้ชีวิตง่าย" ล่าสุดเปิดตัวแถลงนโยบายพร้อมนำเอไอมาใช้ในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในกทม. 

ชัยวัฒน์ จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จบปริญญาตรีวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านวิทยาการสารสนเทศ (Information Science) จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศญี่ปุ่น (JAIST)

ประสบการณ์การทำงาน ดร.โจ อดีตนักวิจัยอาวุโสทำงานที่ NEC Corporation ประเทศญี่ปุ่นและที่ปรึกษา (Advisor) ให้กับสถาบันเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements - BIS) Innovation Hub ทั้งยังเคยทำงานที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กว่า 10 ปี ตำแหน่งสุดท้าย คือ การเป็น รองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เปิดตัวลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ชู นโยบาย กรุงเทพฯ ง่าย ๆ

มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสกุลเงินดิจิทัลและยุทธศาสตร์ข้อมูลของประเทศ ก่อนจะตัดสินใจลาออกจาก ธปท. เมื่อปี 2566 เข้าสู่ถนนการเมืองกับพรรคก้าวไกล และแจ้งเกิดในฐานะของ ขุนพลเศรษฐกิจดิจิทัล ในครั้งนี้เขาประกาศพร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านการจัดการข้อมูลระดับโลกมาปรับใช้กับการบริหาร กทม.เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองผ่านระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย 

 

 

นายอนุชา บูรพชัยศรี  

นายอนุชา บูรพชัยศรี  เปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more" เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุง 3 ด้านหลัก คือ ความสะดวก ความสะอาด และความสบาย นายอนุชา กล่าวถึงแรงขับเคลื่อนของการตัดสินใจลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้เพราะตนเชื่อมั่นว่า กรุงเทพมหานครยังสามารถที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้มากกว่านี้ 

นายอนุชา สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนอัสสัมชัญ รุ่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากวิทยาลัยเซเครทฮาร์ท ประเทศออสเตรเลีย จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยอเดเลด

จบปริญญาโท จากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาการพลังงานและการเผาไหม้ มหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ และคณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงินและการตลาด จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 63 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย

เริ่มต้นเข้าสู่การเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกให้เป็น สส.กทม.ในการเลือกตั้งแบบเรียงเบอร์ ร่วมกับ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายสมเกียรติ ฉันทวานิช จากนั้นได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ในปี 2554 ต่อมาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2562 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง กระทั่งได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์  มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้ง ปี 2566 ได้ย้ายมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายอนุชาจึงได้รับการเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อ

นายอนุชา บูรพชัยศรี  เปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์

ในการเลือกตั้งปี 2569 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยกับกลุ่มของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเพื่อมาลงชิงเก้าอี้ผู้ว่า กทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์จากการทาบทามของ นายสกลธี ภัททิยกุล  รองหัวหน้าพรรค ที่กำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร  

นายอนุชา เคยได้รับแต่งตั้งเป็น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นอกจากนี้ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายอนุชาได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ต่อมาได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมืองเพื่อเปิดทางให้ นายธนกร วังบุญคงชนะ เข้ามาทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลแทน 

ดร.มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี  

ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือ หม่อมกร รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ร่วมกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประกาศถอนตัวจากตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ในการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้ หม่อมกร เลือกลงสมัครในนามอิสระ เนื่องจากมองว่า จะทำให้การทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ซึ่งจะมาจากหลายสี หลายสังกัดทำได้ง่ายสามารถพูดคุยกันได้กับทุกฝ่าย เตรียมประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.นี้ ภายใต้แคมเปญ "SAVE BKK - BKK SAFE"

หม่อมกร เป็นบุตรชายคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 3 คน ของ ม.ร.ว.เกษมศิริพันธ์ กับ วิภาณี เกษมศรี ณ อยุธยา สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (การเงิน) จาก California State University ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนคว้าปริญญาโทอีกใบในสาขาเศรษฐศาสตร์การเมืองจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  สำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต ด้านรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ จากมหาวิทยาลัยรังสิต 

ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี

เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นวิศวกรวางท่อน้ำมันในอ่าวไทย ก่อนผันตัวเข้าสู่ภาคการเงิน ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้จัดการกองทุนให้กับสถาบันการเงินขนาดใหญ่หลายแห่ง รวมถึงการเป็นนักวิชาการอิสระด้านพลังงานและแกนนำเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ทั้งยังเคยทำหน้าที่เป็น เลขานุการอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา 

ที่มา : ภาพ คุยกับหม่อมกร