
เช็กเหตุผลจำเป็น ช่องทางแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569
เกาะติดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.- ส.ก.2569 แจ้งเหตุไม่ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พร้อมเช็กช่องทางเหตุผลจำเป็นก่อนโดนตัดสิทธิ 2 ปีต้องทำอย่างไร
KEY
POINTS
- ผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ในวันที่ 28 มิ.ย. 69 จะถูกจำกัดสิทธิเป็นเวลา 2 ปี เว้นแต่จะแจ้งเหตุจำเป็น
- เหตุจำเป็นที่สามารถแจ้งได้ อาทิ การเจ็บป่วย, เดินทางไปพื้นที่ห่างไกลหรือต่างประเทศ, มีถิ่นที่อยู่ไกลจากหน่วยเลือกตั้งเกิน 100 กม. หรือติดภารกิจราชการ
- สามารถแจ้งเหตุผลได้ภายใน 7 วันก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น แจ้งด้วยตนเอง, ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือผ่านเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของ กกต. และสำนักบริหารการทะเบียน
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ซึ่งมีกำหนดเข้าคูหาหย่อนคะแนนบัตรเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.โดยการเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่มีกำหนดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและไม่มีการลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขต ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สมาชิก ส.ก. จึงต้องเตรียมความพร้อมกันก่อนล่วงหน้า
ทั้งนี้ กรณีไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกฎหมายกำหนดให้ถูกจำกัดสิทธิสำคัญ รวม 6 ประการเป็นเวลา 2 ปีนับตั้งแต่วันเลือกตั้งที่ไม่ไปใช้สิทธิ อาทิ สิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือ สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
สิทธิเข้าชื่อร้องขอถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และ สิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง เป็นต้น อย่างไรก็ดี กฎหมายเปิดช่องให้สามารถยื่นขอแจ้งเหตุจำเป็นไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ได้
"ฐานเศรษฐกิจ" รวบรวมไว้ให้แล้ว ทั้งเหตุจำเป็นพร้อมช่องทางแจ้งเหตุไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2569
ช่องทางตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. / ส.ก. 2569
1. ตรวจสอบรายชื่อจากเอกสารที่แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมายังเจ้าบ้าน
2. ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง
3. เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) www.ect.go.th หรือ แอปพลิเคชัน Smart Vote
4. เว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย www.bora.dopa.go.th
ก่อนการเลือกตั้งมากกว่าหรือไม่เกิน 10 วันโดยสามารถยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องถิ่นกรณีขอ "เพิ่มชื่อ" หากพบว่า ตนเองหรือผู้ที่มีอยู่ในทะเบียนบ้านของตนไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และกรณีการขอ "ถอนชื่อ" หากเจ้าบ้านพบว่า มีชื่อบุคคลอื่นอยู่ในทะเบียนบ้านของตนโดยไม่ได้อยู่อาศัยจริง
เหตุ "จำเป็น" ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งมีอะไรบ้าง
1. มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
2. เจ็บป่วยและไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
3. เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
4. เดินทางออกนอกราชอาณาจักรหรือเดินทางไปต่างประเทศ
5. มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
5. ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นที่คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด
ทั้งนี้ กรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้แจ้งเหตุไว้แล้วและเหตุดังกล่าวสิ้นสุดลงผู้มีสิทธิสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ตนเองมีสิทธิได้
ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. ต้องทำอย่างไร
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ให้แจ้งเหตุต่อนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้งหรือภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง
1. แจ้งนายทะเบียนท้องถิ่นด้วยตนเอง
2. มอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นชี้แจงเหตุแทน
3. จัดส่งหนังสือชี้แจงเหตุทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
4. แจ้งผ่านเว็บไซต์ www.ect.go.th ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือแอปพลิเคชัน App Smart vote
5. แจ้งผ่านเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย www.bora.dopa.go.th
คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2569
- มีสัญชาติไทยหรือแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง
- มีคุณสมบัติอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
ลักษณะต้องห้ามใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569
- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
- ต้องคุมขังอยู่โดยหมายศาลหรือโดยคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย
- วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด







