thansettakij
thansettakij
ศาล รธน.ตีตกปมร้อง กกต.ทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้เกิดบัตรเสีย

ศาล รธน.ตีตกปมร้อง กกต.ทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้เกิดบัตรเสีย

10 มิ.ย. 69 | 09:06 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 09:14 น.

ศาล รธน.มติเอกฉันท์ตีตกปมร้อง กกต.ทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ฝ่าฝืนระเบียบฯ ทำเกิดบัตรเสีย ซ้ำเก็บรวบรวมความเห็นการเมืองละเมิด กฎหมาย PDPA ชี้หากมองถูกละเมิดสามารถใช้สิทธิ์ร้องศาลอื่นได้

KEY

POINTS

  • ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง กรณี กกต. กำหนดให้มีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งถูกกล่าวหาว่า ทำให้เกิดบัตรเสีย
  • ผู้ร้องอ้างว่า การกระทำของ กกต. ละเมิดสิทธิเสรีภาพ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ศาลฯ ให้เหตุผลว่า ผู้ร้องสามารถใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย

วันนี้(10 มิ.ย. 69) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัยในคดีที่ นายรชต์เขตต์ โรจนมณเฑียร  ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่กำหนดรหัสแท่ง (barcode) ลงในบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีผลทำให้บัตรเลือกตั้งเป็นบัตรเสีย ฝ่าฝืนระเบียบ คณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 129 

และการกระทำ ของ กกต. ที่เก็บรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นทางการเมืองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มาตรา 26 ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้อง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคหนึ่ง มาตรา 26 มาตรา 27 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) และมาตรา 224วรรคหนึ่ง (2) 

โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบ หาก นายรชต์เขตต์ เห็นว่า เป็นการละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพ อาจใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม 

เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนด กระบวนการร้อง หรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47(2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา

 

ดังนั้น นายรชต์เขตต์ จึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213