thansettakij
thansettakij
“พล.ต.อ.วัชรพล-สุภา”ได้ประกันตัวอุทธรณ์คดี ศาลห้ามออกนอกประเทศ

“พล.ต.อ.วัชรพล-สุภา”ได้ประกันตัวอุทธรณ์คดี ศาลห้ามออกนอกประเทศ

27 พ.ค. 69 | 06:19 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ค. 69 | 06:31 น.

“พล.ต.อ.วัชรพล-สุภา” วางหลักทรัพย์คนละ 4 แสนบาท ศาลอนุญาตประกันตัว อุทธรณ์คดี ห้ามออกนอกประเทศ หลังศาลสั่งจำคุก 3 ปี คดีปกปิดข้อมูลนาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม”

KEY

POINTS

  • ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ คนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีไม่เปิดเผยข้อมูลคดีนาฬิกาหรู
  • จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์
  • ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยตีราคาประกันคนละ 400,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาต

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 (จังหวัดสระบุรี) ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท.95/2567 และคดีหมายเลขแดงที่ อท.60/2569 ซึ่งเป็นคดีระหว่าง นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (โจทก์) ยื่นฟ้อง นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. (จำเลยที่ 1) พร้อมพวกรวม 12 คน ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

โดยศาลมีคำพิพากษาตัดสินให้ จำเลยที่ 3 คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานกรรมการ ป.ป.ช. และ จำเลยที่ 7 คือ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่เหลือศาลได้ยกฟ้อง เนื่องจากบางรายครบวาระไปก่อนเกิดเหตุ หรือบางรายโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องไปก่อนหน้านี้

ฝ่าฝืนคำสั่งศาล-เอาสีดำคาดปกปิดข้อมูล 

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีที่ นายวีระ สมความคิด ในฐานะผู้เสียหายโดยตรงและเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ได้ยื่นคำร้องขอให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลสารในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง (คดียืมนาฬิกาหรูและแหวนเพชร) ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ และศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดสั่งให้ ป.ป.ช. ต้องเปิดเผยเอกสาร 3 รายการ แก่โจทก์ ได้แก่:

1.รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด

2.ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบ

3.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

แต่ จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 7 กลับร่วมกันลงมติฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด จนศาลปกครองกลางต้องออกคำบังคับและสั่งปรับเงิน ป.ป.ช. รายละ 5,000 บาท 

และแม้ในท้ายที่สุด ป.ป.ช.จะส่งหนังสือให้โจทก์มารับเอกสาร แต่กลับพบว่า ส่งมอบเอกสารให้ไม่ครบถ้วนตามคำสั่งศาล และมีการนำแถบสีดำมาคาดทับตัวอักษร เพื่อปกปิดข้อความสำคัญหลายส่วน ศาลจึงชี้ว่าพฤติการณ์เป็นการกระทำกรรมเดียวที่มีเจตนาเด่นชัดในการมิให้โจทก์ได้รับข้อมูลข่าวสารมาตั้งแต่ต้น

รอดคุก-ศาลให้ประกันตัว-ห้ามบินนอก

ภายหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุกคนละ 3 ปี ทางด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ ได้ตกเป็นผู้ต้องขังและยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ทันทีเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการต่อสู้คดีชั้นอุทธรณ์  

ล่าสุด ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกันวงเงินคนละ 400,000 บาท พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขเด็ดขาด ห้ามจำเลยทั้งสองเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลเป็นกรณีไป ทำให้ทั้งคู่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวและรอดพ้นจากการเข้าเรือนจำในวันนี้