
ป.ป.ช.แจงย้ายบิ๊กล็อต ล้างบางนั่งยาว 4 ปี สกัดอิทธิพลครอบงำ
ป.ป.ช.เปิด 3 เหตุผลโยกย้ายครั้งใหญ่ ยึดหลักหมุนเวียนตำแหน่งไม่เกิน 4 ปี ป้องกันอิทธิพล-ความสัมพันธ์เชิงลบ เร่งล้างคดีค้างกว่า 3,000 คดี ท่ามกลางเสียงวิจารณ์แทรกแซงแต่งตั้งภายในองค์กร
KEY
POINTS
- ป.ป.ช. ชี้แจงการโยกย้ายบุคลากรครั้งใหญ่ โดยใช้ระเบียบใหม่ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ดำรงตำแหน่งเดิมได้ไม่เกิน 4 ปี เพื่อเพิ่มความโปร่งใส
- มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการถูกครอบงำจากอิทธิพลในพื้นที่ และป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวในทางที่มิชอบ
- เป็นการแก้ปัญหาบุคลากรบางส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน ซึ่งอาจสร้างเครือข่ายและทำให้การตรวจสอบขาดประสิทธิภาพ
จากกรณีที่มีกระแสข่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมปรับโครงสร้างภายในและการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรสำนักงาน ป.ป.ช. หลายตำแหน่ง โดยอาศัยแนวปฏิบัติของศาล อัยการ โดยกำหนดไม่ให้พนักงาน ป.ป.ช. อยู่ในตำแหน่งเดิมไม่เกิน 4 ปี ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าบุคลากรบางคนที่เป็นอนุกรรมการของกรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่ง แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม
รายงานข่าวจาก ป.ป.ช. แจ้งว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2 โดยเป็นระเบียบที่ลงนามโดยประธานกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคนให้สอดคล้องกับโครงสร้างองค์กรแบบใหม่
เนื่องจากระเบียบว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลฉบับที่ 5 ได้กำหนดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน โดยระบุว่าข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหากทำงานในหน้าที่เดิมติดต่อกันครบ 3 ปี หรือข้าราชการที่เป็นผู้อำนวยการกลุ่มและผู้อำนวยการศูนย์หากทำงานครบ 4 ปี เลขาธิการ ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่นทันที แม้จะมีข้อยกเว้นในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่ามีเหตุจำเป็นที่ยังไม่ควรย้าย แต่ต้องแจ้งให้ทาง กปปช.
ขณะเดียวกันสำนักงาน ป.ป.ช. มีความจำเป็นที่ต้องเคร่งครัดข้อกำหนดให้พนักงาน ป.ป.ช. อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 4 ปี ดังนี้ 1.ป้องกันบุคลากรของ ป.ป.ช. และครอบครัวที่ทำงานในจังหวัด ภาค ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไม่ให้ถูกอิทธิพลข่มขู่ในการทำหน้าที่ 2.ป้องกันไม่ให้บุคลากรของ ป.ป.ช. ใช้อำนาจหน้าที่ ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลในเชิงลบในภารกิจ พื้นที่ที่ตนปฏิบัติในช่วงดำรงตำแหน่ง
3.รัฐธรรมนูญ 2540 และ รัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้มีองค์กรอิสระเกิดขึ้น โดย ป.ป.ช. คือหนึ่งในนั้น รากฐานของ ป.ป.ช. คือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการประพฤติมิชอบในวงราชการ (สำนักงานปปป.) และตอนที่ ป.ป.ช. แยกออกมาเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนั้น พบว่ามีการโอนย้ายช้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. มาด้วย และบางส่วนยังรับราชการใน ป.ป.ช. จนถึงวันนี้ พบว่าบางรายยังทำงานในกลุ่มงาน ภารกิจ พื้นที่เดิม (ปปช.จังหวัด/ปปช.ภาค/ปปช.ส่วนกลาง) แต่ขยับตำแหน่งขึ้นในสำนักเดิมโดยไม่ได้โยกย้ายไปไหน ดังนั้นสมควรต้องปรับปรุง
“ในอดีตนั้นสำนวนคดีคงค้างในสำนักงาน ป.ป.ช. กว่า 3,000 คดี และบางคดีสำคัญขาดอายุความไปเเล้ว แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้เร่งรัดดำเนินการจนคดีคงค้างเหลือไม่กี่ร้อยคดี และจะสั่งพิจารณาได้ทันก่อนขาดอายุความ บวกกับสำนวนคดีใหม่ๆที่ปรากฏ สำนักงาน ป.ป.ช. วางแนวปฏิบัติว่า สำนวนคดีต้องยุติใน 2 ปี และขยายเวลาได้ 1 ปีเท่านั้น”
เเหล่งข่าว กล่าวว่า ตอนนี้บุคลากรของ ป.ป.ช. มีกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ และภายใน 2 ปีข้างหน้าจะเพิ่มบุคลากรอีก 1,500 คน เพื่อรองรับการทำงานเชิงรุกตามแนวคิดของสำนักงาน ป.ป.ช. นั้น เพราะการทุจริตมีหลายระดับจนประเทศเสียหายหลายแสนล้านบาทต่อปี หากดำเนินการล่าช้า และดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ประจำปี 2568 ประเทศไทยได้คะแนน 33 จาก 100 คะแนน ทำให้อันดับร่วงลงมาอยู่ที่ 116 ของโลก และเป็นอันดับ 7 ในอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง
“ดังนั้นการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรใน ป.ป.ช. ครั้งนี้ได้ดำเนินการ โดยมีองค์คณะกรรมการจากหลายฝ่ายใน ป.ป.ช. ดำเนินการเเบบโปร่งใส เเต่อาจมีบางรายไม่พอใจการดำเนินการนี้ และขอใช้สิทธิทางกฎหมาย ดังนั้นหากมีการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน สำนักงานปปช.กำลังพิจารณากรณีว่าจะใช้สิทธิทางกฎหมายหรือไม่“
///






