
“วัชระ”เปิดชื่อเต็ม-ยื่นสอบ 4 คน ป.ป.ช. ปมโยกย้าย-ล้วงคดีทุจริต
“วัชระ เพชรทอง”เปิดชื่อเต็ม หน้าห้องประธาน ป.ป.ช. ยื่นสอบ 4 บุคคลใกล้ชิด“สุชาติ” ปมแทรกแซงโยกย้าย-ล้วงสำนวนคดีทุจริตสภาฯ
KEY
POINTS
- นายวัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. ขอให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงบุคคลใกล้ชิด 4 ราย
- ข้อกล่าวหาครอบคลุมการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และการเข้าล้วงลูกสำนวนคดีทุจริตสำคัญ
- มีการเปิดเผยชื่อและนามสกุลเต็มของบุคคลทั้ง 4 คน ซึ่งประกอบด้วยที่ปรึกษา เลขานุการประธาน ป.ป.ช. และรองเลขาธิการ ป.ป.ช.
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีถูกกล่าวหาว่ามีการแทรกแซงการทำงานภายในองค์กร ทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ การวินิจฉัยคดี รวมถึงการล้วงลูกสำนวนคดีสำคัญ
นายวัชระ ระบุในหนังสือว่า ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช. กำลังเผชิญ “วิกฤตศรัทธา” จากข้อครหาว่ามีการบริหารงานที่ไม่ยึดหลักธรรมาภิบาลและนิติธรรม จนกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรอย่างหนัก ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดระยะเวลา 26 ปีของการก่อตั้งองค์กร
พร้อมกันนี้ ยังอ้างว่า ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับบุคคลต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และการเข้าถึงสำนวนคดี โดยเปิดเผยชื่อบุคคลตามอักษรย่อดังนี้
ต.1 นายสุรเชษฐ์ บุษบกแก้ว หรือ “ต้น” เลขานุการประธานกรรมการ ป.ป.ช.
ต.2 นายธนา ธรรมวิหาร หรือ “ต่าย” ทนายความ ที่ปรึกษาและอนุกรรมการ ป.ป.ช. หลายคณะ
อ.1 นายอธิโชค วินทกร หรือ “อ้วน” ที่ปรึกษาประธานกรรมการ ป.ป.ช.
อ.2 นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ หรือ “เอ” รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ด้านตรวจสอบทรัพย์สิน
ทั้งนี้ นายวัชระ ระบุว่า บุคคลที่ 1-3 เป็นบุคคลภายนอกที่ได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งโดยนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช.
ในหนังสือยังเรียกร้องให้ประธาน ป.ป.ช. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน เพื่อพิสูจน์ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ และหากพบว่ามีมูล จะเข้าข่ายผิดระเบียบจริยธรรมเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ แต่หากไม่เป็นความจริง ก็ควรชี้แจงต่อสาธารณชนเพื่อสร้างความกระจ่าง
นายวัชระ ยังยกกรณีที่เห็นว่าเป็น “ตัวอย่างชัดเจนของการล้วงลูก” คือการเปลี่ยนคณะสอบข้อเท็จจริงคดีทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา กรณี “113 ห้องประชุม” โดยระบุว่า คณะสอบชุดเดิมมีมติรับข้อกล่าวหา นางพรพิศ เพชรเจริญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเสนอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว
แต่ต่อมาในยุคของ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข กลับมีคำสั่งยกเลิกคณะสอบชุดเดิม และแต่งตั้งคณะใหม่เข้ามาพิจารณาแทน ซึ่งนายวัชระ มองว่าเป็นพฤติการณ์ที่ส่อถึงความไม่โปร่งใส และอาจเป็นการแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบอย่างชัดเจน
ท้ายหนังสือ นายวัชระ เรียกร้องให้ นายสุชาติ ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงบุคคลใกล้ชิดของตนเอง รวมถึงผู้ที่ถูกพาดพิงทั้งหมด เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร พร้อมขอให้แจ้งผลการดำเนินการกลับมาให้ทราบด้วย
นอกจากนี้ นายวัชระ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้ยื่นหนังสือฉบับเดียวกันถึงกรรมการ ป.ป.ช. ทุกคนแล้ว เพื่อให้ร่วมกันพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป






