
นับถอยหลังชี้ชะตา 44 อดีต สส.พรรคส้ม ลุ้น 10 สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่
นับถอยหลังชี้ชะตา 44 อดีต สส.พรรคส้ม ลุ้น 10 สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ : รายงานพิเศษ โดย...ธวัชชัย อินทรประดิษฐ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- ศาลฎีกานัดพิจารณาว่าจะรับคำร้องของ ป.ป.ช. หรือไม่ 24 เมษายนนี้ ในคดีที่ 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากการเสนอแก้กฎหมายอาญา มาตรา 112
- หากศาลรับคำร้อง อาจมีคำสั่งให้ สส. พรรคประชาชน 10 คน ที่เคยร่วมลงชื่อ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนกว่าจะมีคำพิพากษา
- ท้ายที่สุด หากศาลพิพากษาว่า มีความผิดจริง อดีต สส. ทั้ง 44 คน อาจต้องเผชิญบทลงโทษสูงสุด คือ การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต
สถานการณ์ทางการเมืองมีเรื่องเกี่ยวกับค่าย “พรรคส้ม” ให้น่าติดตามเมื่อคดี “44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล” จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เดินหน้าสู่กระบวนการพิจารณาของ “ศาลฎีกา” อย่างเป็นทางการ โดยมีนัดสำคัญในวันที่ 24 เมษายน 2569
เบื้องต้นศาลจะพิจารณาว่าจะ “รับคำร้อง” ไว้วินิจฉัยหรือไม่ และถ้ารับจะสั่งให้ 10 สส. ที่ปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อขอให้วินิจฉัยว่า การกระทำของอดีต สส.ทั้ง 44 คน เข้าข่าย “ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง” หรือไม่
ที่มาคดีจริยธรรม 44 สส.ส้ม
ต้นตอของคดีนี้ย้อนกลับไปถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ที่ชี้ว่า การเสนอแก้ไขมาตรา 112 และการนำไปเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคก้าวไกลในขณะนั้น เข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49
คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่เพียงนำไปสู่การยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค 11 คน เป็นเวลา 10 ปี แต่ยังกลายเป็น “สารตั้งต้น” ให้มีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดทางจริยธรรมร้ายแรงต่ออดีต สส.ทั้ง 44 คน
ในมุมกฎหมาย การดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตีความเชิงนโยบาย หากแต่เป็นการพิจารณาว่า “การกระทำทางการเมือง” ดังกล่าว ละเมิดมาตรฐานจริยธรรมขั้นร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
10สส.เสี่ยงหยุดปฏิบัติหน้าที่
แม้คดีจะครอบคลุมอดีต สส. 44 คน แต่ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ สถานะ สส.ปัจจุบันจำนวน 10 คน ของพรรคประชาชน (อดีตฐานเดิมพรรคก้าวไกล) จะหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
กลุ่มนี้ประกอบด้วย สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน
1.ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
2.ศิริกัญญา ตันสกุล
3.รังสิมันต์ โรม
4.วาโย อัศวรุ่งเรือง
5.ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
6.ณัฐวุฒิ บัวประทุม
7.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
8.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
และสส.แบบแบ่งเขต 2 คน ประกอบด้วย
9.ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.
10.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.
หากศาลฎีกามีคำสั่ง “รับคำร้อง” ไว้พิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย อาจส่งผลให้ สส.กลุ่มนี้ต้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที” จนกว่าจะมีคำพิพากษา
เปิด 4 ขั้นตอนศาลฎีกา
นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้ออกมาอธิบายขั้นตอนการพิจารณาพิพากษาคดีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 235 (1) ประกอบมาตรา 226 วรรคเจ็ด กำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
โดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาวินิจฉัยกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระหรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
กระบวนพิจารณาของศาลฎีกาในเรื่องนี้ จะมีระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดี เกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 กำหนดขั้นตอนปฏิบัติไว้ ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1.เมื่อมีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแล้ว ในกรณีที่ศาลเห็นว่า คำร้องไม่ถูกต้อง ศาลอาจสั่งให้ผู้ร้องแก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดได้ หากผู้ร้องไม่ดำเนินการ ศาลมีอำนาจสั่งไม่รับคำร้องนั้นทั้งหมดหรือบางส่วน
2.หากคำร้องถูกต้องแล้ว ศาลจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แล้วส่งสำเนาคำร้องให้ผู้คัดค้าน หรือ แจ้งให้ผู้คัดค้านมารับสำเนาคำร้อง
3.เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้อง ผู้คัดค้านต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และศาลจะแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
4.ศาลจะประกาศกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรกให้คู่ความทราบไม่น้อยกว่า 5 วันก่อนวันนัด และกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานและวันไต่สวน เมื่อการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลจะมีคำพิพากษาต่อไป
เดิมพันพรรคส้มสะเทือน
คดี “จริยธรรมร้ายแรง” หากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดจริง บทลงโทษถือว่ารุนแรงที่สุดในระบบการเมืองไทย ได้แก่
- เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต
- เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี
- ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ
และสิ่งที่จะตามมาคือ ผลสะเทือนต่อ “พรรคประชาชน” เพราะในจำนวน อดีต 44 สส.ก้าวไกล คนสำคัญนอกจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเป็นเวลา 10 ปีไปแล้ว ยังมี 10 คน เป็น สส.ในปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล, รังสิมันต์ โรม, วาโย อัศวรุ่งเรือง, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
หากบุคคลเหล่านี้ ต้องมา “ยุติบทบาททางการเมือง” ไปด้วย ยิ่งจะทำให้ “พรรคส้ม” ระส่ำระสาย ขาดบุคลากรสำคัญทางการเมือง และจำเป็นต้องหา “บุคลากร” รุ่นที่ 4 โดยเฉพาะ “หัวหน้าพรรคคนใหม่” ขึ้นมาขับเคลื่อนพรรคต่อไป
นับจากนี้ทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่ศาลฎีกา
ดาบแรก...มาลุ้นกันก่อนว่าศาลจะรับคำร้องไว้หรือไม่ หากรับ 10 สส.จะถูกสั่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่ 24 เมษายนนี้ รู้กัน...
รายงานพิเศษ โดย...ธวัชชัย อินทรประดิษฐ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์







