thansettakij
thansettakij
ย้อนรอยคดี 44 สส.ก้าวไกล วิบากกรรมแก้ ม.112 ส่อเขย่า 'พรรคส้ม' ยกแผง?

ย้อนรอยคดี 44 สส.ก้าวไกล วิบากกรรมแก้ ม.112 ส่อเขย่า 'พรรคส้ม' ยกแผง?

10 มี.ค. 2569 | 06:50 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มี.ค. 2569 | 06:52 น.

ย้อนรอย คดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ มาตรา 112 หลัง ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และกำลังเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา
  • หากศาลฎีการับคำร้อง อาจส่งผลให้ สส.พรรคประชาชน 10 คนที่อยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งจะกระทบต่อการทำงานของพรรคในสภา
  • โทษสูงสุดของคดีนี้คือการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ซึ่งอาจเป็นการถอนรากถอนโคนขุมกำลังสำคัญของพรรค โดยมีบรรทัดฐานจากคดีของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช

ครบกำหนด 30 วันแล้ว หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีร่วมกันลงชื่อ และเสนอแก้ไขร่างประมวลกฎหมายอาญา โดยมีการแก้ไขมาตรา 112 ด้วยเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยฝ่ายกฎหมายของ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างร่างคำฟ้องเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาพิจารณาซึ่งครบกำหนด 30 วันไปแล้วเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานว่า ป.ป.ช.ได้ขอขยายเวลาเพื่อยื่นคำร้องดังกล่าวแล้ว 

ฐานเศรษฐกิจ พาย้อนรอยกลับไปดูสาระสำคัญของเรื่องนี้กัน สำหรับเรื่องนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยสาเหตุที่กระบวนการต้องใช้เวลา เนื่องจากคดีนี้ข้อเท็จจริงจำนวนมากจึงต้องบรรยายข้อเท็จจริงทางคดีให้ชัดเจน

เนื่องจากอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่ถูกชี้มูลไปนั้น ยื่นเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาหลายมาตราซึ่งหนึ่งในมาตราเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการแก้ไขมาตรา 112 โดยยึดโยงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้มีคำวินิจฉัย กรณียุบ พรรคก้าวไกล ไว้แล้วหรือไม่ด้วยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง มีเจตนามุ่งประสงค์จะลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติในการเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว อันเป็นการไม่ยึดมั่น และธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง 

อีกทั้งยังได้นำเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ดังกล่าวมากำหนดไว้เป็นนโยบายในการหาเสียง การกระทำของ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ได้เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. ซึ่งมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติที่เสนอ 43 คน รวมเป็นผู้เสนอ 44 คน

ข้อเท็จจริงไม่อาจแบ่งแยก หรือชี้แจงการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนได้ว่า มิได้ร่วมกันดำเนินการเสนอญัตติ โดยมิได้มีเจตนาร่วมกันแต่อย่างใด และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายไม่ได้มีการชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แบ่งแยกโดยชัดเจนว่า ต่างคนต่างกระทำในการเสนอญัตติ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเป็นการดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกัน ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 ม.ค.2567

ในการชี้มูลความผิดอดีต สส.ก้าวไกล ดังกล่าวคือ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มองว่า กระบวนการยื่นแก้ไขร่างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2564 แต่กระบวนการต่อเนื่องไปจนการเลือกตั้งปี 2566 ที่ พรรคก้าวไกล ซึ่งมี นายพิธา เป็นหัวหน้าพรรคในขณะนั้นนำมาใช้ในการหาเสียงด้วยส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลเมื่อปี 2567

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายตามกระบวนการนิติบัญญัติเป็นการล้มล้างการปกครอง นายธีรยุทธ สุวรรณเกสร กับนายสนธิญา สวัสดี ได้นำไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ในเดือน ก.พ. 2567 ให้ตรวจสอบและเอาผิด สส.ก้าวไกล 44 คนที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขมาตรา 112 มีความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงตาม "มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561" ตามมาและเป็นคดีที่ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดดังกล่าว 

สำหรับรายชื่อ 44 สส.ก้าวไกลในปัจจุบันหากแบ่งตามสภานภาพในปัจจุบัน หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคก้าวไกล สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้ดังนี้ 

กลุ่มอดีตกรรมการบริหารพรรค : ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี จำนวน 9 คน ประกอบด้วย 

1. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

2. นายชัยธวัช ตุลาธน

3. นางสาวเบญจา แสงจันทร์

4. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

5. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์

6. นายสุเทพ อู่อ้น

7. นายอภิชาติ ศิริสุนทร

8. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา

9. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร

กลุ่มแกนนำ - สส.พรรคประชาชน ได้รับเลือกตั้งปี 2569   

1. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (หัวหน้าพรรคประชาชน)

2. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (รองหัวหน้าพรรค)

3. นายรังสิมันต์ โรม

4. นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง

5. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล

6. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม

7. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

8. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ 

9. นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.เขต 18 

10. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.เขต 33

กลุ่มอดีต สส.พรรคก้าวไกล ไม่ได้รับเลือกเป็น สส. 

1. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ 

2. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี

3. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา

4. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์

5. นายทองแดง เบ็ญจะปัก

6. พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์

7. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์

8. พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ

9. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์

10. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ

11. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล

12. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน อดีต สส.จันทบุรี 

13. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อดีตสส.ฉะเชิงเทรา 

14. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ อดีต สส.ชลบุรี 

15. นายศักดินัย นุ่มหนู อดีต สส.ตราด 

16. นายวุฒินันท์ บุญชู อดีต สส.สมุทรปราการ

17. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์

18. นายองค์การ ชัยบุตร

19. นายมานพ คีรีภูวดล

20. นางสาววรรณวิภา ไม้สน

21. นายสุรวาท ทองบุ

22. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

23. นายนิติพล ผิวเหมาะ

24. นายคำพอง เทพาคำ

25. นายวรภพ วิริยะโรจน์

26. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ 

น่าสนใจว่า กรณีของกลุ่ม อดีต สส.ก้าวไกล ที่ปัจจุบันได้รับการรับรองการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2569 นี้ เป็น สส.สังกัดพรรคประชาชน จำนวน 10 คน หากศาลฎีการับคำร้องโดยไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น อาจถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ศาลฎีการับคำร้องทันที แน่นอนว่าย่อมส่งผลถึงพรรคประชาชนอย่างมากในการทำหน้าที่ในสภาอย่างแน่นอน 

ที่น่าสนใจ โทษสูงสุดของคดีนี้ คือ การตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีพ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ คล้ายกับกรณีของ ช่อ -พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ ถูกชี้มูลผิดเมื่อปี 2566 ศาลชี้ว่า มีความผิดจริยธรรมร้ายแรง ฐานโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ส่อพาดพิงสถาบันฯ ถูกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตและไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมือง

แนวโน้มจากความสุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ มีรายงานว่า พรรคประชาชน เตรียมผ่าตัดโครงสร้างบริหารจัดการภายในพรรคครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวที่ว่า นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค เตรียมลาออกจากตำแหน่งเพื่อขยับไปทำหน้าที่วางยุทธศาสตร์อยู่เบื้องหลัง รวมถึงการปรับทัพใหม่เตรียมผลักดันแกนนำ แถวที่ 4 ให้ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร และเตรียมปรับยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวทางการเมืองหันมาปลุกอุดมการณ์ "2475" เพื่อต่อสู้กับสิ่งที่พรรคเรียกว่า "รัฐพันลึก" และดัน สส. ที่มีผลงานโดดเด่น เช่น นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ และนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ มาเป็น คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เป็นต้น 

คดีจริยธรรม 44 อดีต สส.ในครั้งนี้ อาจนำไปสู่การถอนรากถอนโคน ขุมกำลังสำคัญของพรรคประชาชนได้หรือไม่ หากศาลเดินตามรอยบรรทัดฐานคดี ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ต้องติดตาม...