thansettakij
thansettakij
ถึงมือศาลฎีกา ป.ป.ช.ยื่นฟันจริยธรรม"พิธา-44 อดีต สส.ก้าวไกล"

ถึงมือศาลฎีกา ป.ป.ช.ยื่นฟันจริยธรรม"พิธา-44 อดีต สส.ก้าวไกล"

09 เม.ย. 69 | 04:47 น.
อัปเดตล่าสุด :09 เม.ย. 69 | 05:11 น.

ป.ป.ช.ขนเอกสารแสนแผ่น 200 ลัง ใส่รถตู้ 3 คัน ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” พร้อมอดีต สส.ก้าวไกลรวม 44 คน ปมเสนอแก้ ม.112

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อดำเนินคดีกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และอดีต สส.พรรคก้าวไกล รวม 44 คน
  • ข้อกล่าวหาคือการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยพิจารณาจากเนื้อหาร่างกฎหมายที่เสนอแก้ไขและพฤติการณ์ของผู้ถูกร้อง
  • ป.ป.ช. ได้นำสำนวนคดีกว่า 200 ลังมายื่นต่อศาล โดยขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาวินิจฉัยคดี

เช้าวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่อาคารศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน เจ้าหน้าที่สำนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำรถตู้จำนวน 3 คัน ขนสำนวนคดีจำนวนกว่า 200 ลัง ซึ่งมีเอกสารรวมมากกว่า 100,000 แผ่น เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ให้พิจารณาดำเนินคดีกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล รวม 44 คน

                     ถึงมือศาลฎีกา ป.ป.ช.ยื่นฟันจริยธรรม"พิธา-44 อดีต สส.ก้าวไกล"

เจ้าหน้าที่ศาลและตำรวจศาลได้ช่วยกันลำเลียงสำนวนทั้งหมดขึ้นสู่ตัวอาคาร โดยใช้รถเข็นขนเอกสารอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงแล้วเสร็จ ท่ามกลางการตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ชี้มูลความผิดไว้ก่อนหน้านี้ โดยมอบหมายผู้ว่าคดีดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา เพื่อให้วินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 44 คน เข้าข่าย “ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง” หรือไม่

                    ถึงมือศาลฎีกา ป.ป.ช.ยื่นฟันจริยธรรม"พิธา-44 อดีต สส.ก้าวไกล"

โฆษก ป.ป.ช. ระบุว่า แม้รัฐธรรมนูญจะรับรองสิทธิของ สส. ในการเสนอแก้ไขกฎหมาย แต่การพิจารณาของ ป.ป.ช.มุ่งเน้นไปที่ “เนื้อหาของร่างกฎหมาย” ที่เสนอแก้ไข รวมถึง “พฤติการณ์แห่งการกระทำ” ของผู้ถูกร้อง ว่ามีความเหมาะสมหรือขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่

ทั้งนี้ ป.ป.ช. ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดตั้งแต่ขั้นตอนรับเรื่อง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์หรือจังหวะทางการเมืองแต่อย่างใด

สำหรับประเด็นว่าผู้ถูกร้องซึ่งยังดำรงตำแหน่ง สส.อยู่ จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น โฆษก ป.ป.ช. ระบุว่า เป็นดุลพินิจของ ศาลฎีกา ที่จะพิจารณาและมีคำสั่งต่อไป

คดีดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญทางการเมือง ที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน โดยขั้นตอนถัดไปจะเป็นการพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ขาดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในที่สุด