เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 บนเวทีประชันวิสัยทัศน์ "จุดเปลี่ยนประเทศไทย" ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยส่งท้ายการดีเบตถึงคำถามเด็ดว่า ‘คุณมีความเห็นอย่างไร เมื่อมีรัฐบาลใหม่จะยุบโครงการของรัฐบาลเก่าทำให้เสียงบประมาณและเสียโอกาส’
พรรคประชาชน: "บริหารมรดกให้ใช้ได้จริง ไม่ต้องรอเสร็จ 100%"
เริ่มที่นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เขต 1 จังหวัดนครราชสีมา ได้แสดงวิสัยทัศน์ดังกล่าวว่า ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการยกเลิกโครงการเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้ประเทศสูญเสียงบประมาณและไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม
“เรายอมรับความจริงว่าทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศย่อมต้องเผชิญกับ “มรดกโครงการ” จากรัฐบาลก่อนหน้า โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจ็กต์ที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว ซึ่งไม่สามารถยกเลิกกลางคันได้ เพราะจะยิ่งสร้างความสูญเสียมากกว่าเดิม สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การรื้อทิ้ง แต่คือการบริหารจัดการให้โครงการเหล่านั้นเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด” นายฉัตร กล่าว
- เปิดใช้เป็นช่วง ๆ: ยกตัวอย่างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน–นครราชสีมา โดยเสนอว่าส่วนใดที่ก่อสร้างเสร็จควรเปิดให้ประชาชนใช้งานทันทีเพื่อลดภาระการเดินทาง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้รอความสมบูรณ์ทั้งเส้น
- กฎหมายคมนาคมใหม่: เตรียมเสนอร่างกฎหมายลดการกระจุกตัวของงบประมาณส่วนกลาง และเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล สามารถบริหารจัดการโครงการและงบประมาณได้ตรงกับความต้องการของพื้นที่มากขึ้น หรือเทศบาล มีส่วนร่วมบริหารจัดการขนส่งในพื้นที่
- นวัตกรรมท้องถิ่น: ชูแนวคิด "นาโนบัส" และรถบัสไฟฟ้า โดยดึงศักยภาพโรงงานผลิตรถบัสในโคราชมาต่อยอดอุตสาหกรรมในประเทศ
พรรคเพื่อไทย: "นโยบายที่ดีจริง จะไม่มีใครกล้ายกเลิก"
นายฉัตริน จันทร์หอม ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา เปิดประเด็นว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะสานต่อนโยบายของรัฐบาลเดิมหรือไม่ โดยย้ำหลักคิดว่า โครงการใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ย่อมไม่ควรถูกยกเลิก
“สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการทำต่อหรือไม่ทำต่อ แต่คือการออกแบบและดำเนินนโยบายให้มีคุณภาพตั้งแต่ต้น เพื่อให้รัฐบาลชุดต่อไปไม่กล้าและไม่จำเป็นต้องยกเลิก” นายฉัตริน กล่าว
- บทเรียนจากอดีต: ยกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นต้นแบบที่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้ายกเลิกเพราะประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด
- สร้างความเชื่อมั่น: เน้นสานต่อนโยบายดึงดูดการลงทุน (BOI) ซึ่งปัจจุบันสร้างสถิติยอดลงทุนสูงสุดในรอบ 10 ปี เพื่อความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ
- เน้นความยั่งยืน: ยืนยันว่าแนวทางพรรคจะไม่ยกเลิกนโยบายที่เป็นประโยชน์ แต่จะปรับปรุงเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและสร้างผลลัพธ์ในระยะยาว หากนโยบายดีจริง ผ่านการพิสูจน์แล้ว รัฐบาลใดก็ตามย่อมไม่กล้าแตะต้อง
พรรคภูมิใจไทย: "พูดแล้วทำ สานต่อและต้องดีกว่าเดิม"
ถัดมาที่นายโกศล ปัทมะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขต 6 จังหวัดนครราชสีมา ได้แสดงจุดยืนของพรรค โดยยืนยันว่าพรรคพร้อมเดินหน้าต่อยอดทุกนโยบายและโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากขึ้น
“หลักการของพรรคภูมิใจไทยคือ “พูดแล้วทำ” และหากนโยบายหรือโครงการใดของรัฐบาลก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่ดี ไม่เป็นภาระงบประมาณ และประชาชนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์ พรรคก็พร้อมสานต่อทันที การสานต่อไม่ได้หมายถึงการทำเหมือนเดิม แต่ต้องทำให้ดีกว่าเดิม” นายโกศล กล่าว
- เร่งรัดเมกะโปรเจกต์: มั่นใจในช่วงปลายปี 2569 มอเตอร์เวย์ต้องเปิดใช้ถาวร และเร่งแก้ปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงซึ่งปัจจุบันยังมีอุปสรรคในบางสัญญา ทั้งจุดทับซ้อนกับโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน และพื้นที่มรดกโลกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสัญญา 3-5 ที่ต้องปรับแบบเป็นทางยกระดับเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและการจราจรในเมืองโคราช
- ยกระดับสวัสดิการ: นำนโยบาย "คนละครึ่ง" และ "นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค " มาทำต่อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยฟอกไต ที่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนสถานพยาบาลและจุดบริการให้เพียงพอ
- ปฏิรูประบบราง: ดัน พ.ร.บ.การขนส่งทางราง เปิดทางเอกชนร่วมเดินรถบนรางรัฐ เพื่อให้งบประมาณหลายแสนล้านบาทที่ลงทุนไปเกิดความถี่ในการใช้งานสูงสุด
พรรคกล้าธรรม: "ความปลอดภัยสำคัญกว่าความเร็ว ต้องตรวจสอบเข้มข้น"
ฟากนายมารุต ชุ่มขุนทด ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม เขต 15 จังหวัดนครราชสีมา ได้ตั้งคำถามถึงมาตรฐานการตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ โดยระบุว่า "ความโปร่งใส" ต้องนำหน้าการสานต่อ
ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกโครงการจะเดินหน้าต่อโดยไม่ตรวจสอบ แต่ต้องพิจารณาเป็นรายโครงการบนหลักความปลอดภัย ความโปร่งใส และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
- หยุดเพื่อเช็ก: กรณีรถไฟความเร็วสูงที่มีอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยย้ำว่าหากมีความเสี่ยงต่อชีวิต ประชาชนก็ไม่กล้าใช้ การหยุดเพื่อตรวจสอบคุณภาพวัสดุและการกำกับดูแลผู้รับเหมาคือเรื่องจำเป็น การหยุดตรวจสอบก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แม้จะทำให้โครงการล่าช้าไปบ้าง เพราะสุดท้ายเมื่อสร้างเสร็จแล้ว หากประชาชนไม่มั่นใจ ก็ไม่มีใครกล้าใช้บริการ
- ต่อยอดเทคโนโลยี: พร้อมหนุนโครงการที่ใช้ "พันธุวิศวกรรม" และ "จีโนมิกส์" ร่วมกับ มทส. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อจัดตั้งศูนย์พันธุวิศวกรรม เพิ่มความแม่นยำในการผลิต และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
“ไม่ใช่ทุกโครงการจะต้องหลับหูหลับตาเดินหน้า แต่ก็ไม่ใช่ทุกโครงการต้องหยุด ถ้าโครงการไหนดี เราก็ควรต่อยอด แต่โครงการที่มีความเสี่ยงหรือมีข้อครหาเรื่องคอร์รัปชัน ต้องหยุดและตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน” นายมารุตกล่าว
พรรคโอกาสใหม่: "แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง-หยุดคอร์รัปชัน"
ปิดท้ายที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคโอกาสใหม่ เขต 10 จังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า ไม่ได้คัดค้านทุกนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมที่ทุกพรรคสามารถพูดได้ แต่สิ่งสำคัญคือการนำ “ข้อเท็จจริง” มาพูดและแก้ปัญหาอย่างตรงจุด
นอกจากนี้นายเสกสกลยังแสดงความกังวลต่อโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างระบบรางที่เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสีย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการตรวจสอบที่ไม่เข้มข้นเพียงพอ ทั้งคุณภาพวัสดุ การจัดซื้อจัดจ้าง และความปลอดภัยของประชาชน
- ล้างหนี้เกษตรกร: ชี้ว่าปัญหาหนี้ ธ.ก.ส. คือเรื่องเร่งด่วนที่ทุกรัฐบาลมองข้าม พรรคจะมุ่งเน้นการแก้หนี้เชิงโครงสร้างเพื่อคืนความสุขให้ครัวเรือน
- บทบาทผู้ตรวจสอบ: ยืนยันว่า สส. ต้องไม่หลับหูหลับตาเชียร์โครงการรัฐ หากพบกลิ่นคอร์รัปชันในโครงการเมกะโปรเจกต์ ต้องกล้าสั่งหยุดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ
- เกษตรแม่นยำ: พร้อมสานต่อโครงการศูนย์พันธุวิศวกรรมเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
“โครงการที่ดีควรทำต่อ แต่โครงการที่มีข้อกังวลเรื่องคอร์รัปชัน ต้องหยุดและตรวจสอบ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะความปลอดภัยและชีวิตของประชาชนต้องมาก่อน” นายเสกสกล กล่าว