
“จุลพันธ์”ลั่นทวงคืน สส.สมุทรปราการยกจังหวัด กระแส“ยศชนัน”แรงจริง
“จุลพันธ์”ประกาศขอทวงคืนส.ส.สมุทรปราการยกจังหวัด ชี้สีส้มเติมความจัดก็เป็นแดง มั่นใจกระแส “ยศชนัน” แรงจริง เตรียมปราศรัยใหญ่บางปูแลนด์ 16 ม.ค.
KEY
POINTS
- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศเป้าหมายชัดเจนในการทวงคืน สส. สมุทรปราการให้ได้ครบทั้ง 8 เขต
- พรรคเพื่อไทยชี้ว่า กระแสความนิยมของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี
- เพื่อไทยแสดงความมั่นใจว่า จะสามารถเปลี่ยนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงเดิม (สีแดง) กลับคืนมาจากกระแสสีส้มได้สำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ว่า วันนี้ได้เดินทางมาพร้อมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทยครบทั้ง 8 เขต รวมถึงผู้สมัครบัญชีรายชื่ออีก 3 คน โดยย้ำว่า สมุทรปราการเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าจะ ทวงคืนชัยชนะยกจังหวัด
นายจุลพันธ์ ระบุว่า สมุทรปราการเคยเป็นพื้นที่สีแดงของพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนาน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีส้มจากกระแสการเมืองในช่วงที่ผ่านมา แต่จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พบว่า กระแสตอบรับของประชาชนเริ่มกลับมาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกระแสของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ที่ประชาชนเรียกร้องให้มาพบปะและรับฟังปัญหาในพื้นที่มากขึ้น
“สีส้มถ้าเติมความจัดเข้าไปอีกนิด ก็กลับมาเป็นสีแดงได้ เพราะพื้นที่นี้เคยเป็นของเพื่อไทยมาก่อน และเรามั่นใจว่าครั้งนี้จะกลับมาอย่างแข็งแรง มีโอกาสชนะทุกเขต” นายจุลพันธ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ผู้สมัครของพรรคในสมุทรปราการได้ทำงานลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่ง สส. หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็น และสะท้อนถึงความแตกต่างจากช่วงที่ผ่านมา โดยประชาชนจำนวนมากแสดงความต้องการให้พรรคเพื่อไทยกลับมาทำงานในพื้นที่อีกครั้ง
สำหรับการปราศรัยใหญ่ พรรคเพื่อไทยเตรียมจัดขึ้นที่ บางปูแลนด์ ในวันที่ 16 มกราคมนี้ เวลา 16.00 น. โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 3 คน พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. จะขึ้นเวทีพบปะประชาชน และอาจมีเซอร์ไพรส์ทางการเมืองเกิดขึ้น
เมื่อถูกถามถึงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ที่สมุทรปราการกลายเป็นสีส้มทั้งจังหวัด นายจุลพันธ์ ย้ำว่า ครั้งนั้นเป็นผลจากกระแสการเมือง แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากประชาชนต้องการนายกรัฐมนตรีที่ไม่อยู่ในความขัดแย้งทางการเมือง เป็นผู้นำที่สามารถนำเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์มาพัฒนาประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
พร้อมระบุว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยยังคงตอบโจทย์ประชาชนในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ การประคับประคองกลุ่มเปราะบาง และการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญของประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ
ส่วนกรณีการดึงตระกูลการเมืองท้องถิ่นอย่าง “บ้านอัศวเหม” เข้ามาร่วมทำงาน จะเป็นการเสริมพลังหรือสร้างความเบื่อหน่ายให้ประชาชนหรือไม่นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยมองการเมืองในมิติบ้านใหญ่ หรือ บ้านเล็ก แต่มองที่การทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก โดยบ้านอัศวเหมเป็นครอบครัวที่ทำงานรับใช้ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญคือผลงานและความทุ่มเท ไม่ใช่สายตระกูลทางการเมือง
สำหรับภาพรวมความนิยมของพรรคเพื่อไทยในระดับประเทศ แม้หลายผลสำรวจหรือโพลจะสะท้อนว่า พรรคยังเป็นรองคู่แข่ง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้สื่อหรือประชาชนยึดติดกับโพลมากเกินไป เพราะยิ่งดูยิ่งทำให้สับสน เนื่องจากมีทั้งโพลที่พรรคเพื่อไทยชนะและแพ้ อีกทั้งโพลในปัจจุบัน โดยเฉพาะโพลออนไลน์ มีความผันผวนและเชื่อถือได้ยาก
“โพลใช้เป็นแนวทางได้ แต่ไม่ใช่ตัวตัดสิน คนตัดสินจริง ๆ คือประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์” นายจุลพันธ์ กล่าว พร้อมย้ำว่า หลายพรรคการเมืองมีกำลังพลทางออนไลน์สูง ทำให้ผลโพลบางครั้งเปลี่ยนแปลงได้ง่าย สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเดินเข้าหาประชาชนตัวจริง รับฟังปัญหา และทำงานอย่างหนัก
เมื่อถูกถามว่าโพลอาจมีอิทธิพลทำให้ประชาชนคล้อยตาม พรรคจะเร่งเครื่องอย่างไร นายจุลพันธ์ ตอบว่า หากเป็นเช่นนั้น ก็อยากให้สื่อนำเสนอผลโพลที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำบ้างเช่นกัน






