KEY
POINTS
การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงหาเสียงเข้มข้มขึ้นทุกขณะ ทุกพรรคเร่งเดินเกมชิงพื้นที่ กระแส และ ความเชื่อมั่นจากประชาชน
ท่ามกลางกระแสข่าวโพลภายนอกที่ยังแกว่งตัวสูงต่ำ ล่าสุด วันที่ 12 ม.ค. 2569 รายการ “เนชั่นอินไซด์” ที่ดำเนินรายการโดย บากบั่น บุญเลิศ และ วีระศักดิ์ พงศ์อักษร ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 ได้เปิดเผยข้อมูลผลการหยั่งคะแนนและประเมินสถานการณ์ภายในของ ค่ายแดง “พรรคเพื่อไทย” ซึ่งสะท้อนภาพการเมืองอีกมุมหนึ่ง จากพรรคที่เคยถูกประเมินว่า “อาจต่ำกว่า 100 ที่นั่ง” พลิกกลับมา แตะระดับ 150-160 ที่นั่ง ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือนหลังยุบสภา
ฐานเสียงประเทศ 53 ล้านสิทธิ
การเลือกตั้ง 2569 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 53.06 ล้านคน จากประชากรไทย 64,953,661 คน กระจายตัวตามภูมิภาค ดังนี้
ภาคเหนือ ผู้มีสิทธิ 7.2 ล้านคน | สส. 37 ที่นั่ง
ภาคกลาง (รวม กทม.) 17.1 ล้านคน | สส. 123 ที่นั่ง
เฉพาะ กทม. 4.5 ล้านคน | สส. 33 ที่นั่ง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17.5 ล้านคน | สส. 133 ที่นั่ง
ภาคตะวันออก 3.3 ล้านคน | สส. 29 ที่นั่ง
ภาคตะวันตก 0.8 ล้านคน | สส. 19 ที่นั่ง
ภาคใต้ 7.1 ล้านคน | สส. 59 ที่นั่ง
นี่คือโครงสร้างสนามเลือกตั้งที่ทุกพรรคต้อง “เลือกยิง” อย่างแม่นยำ เพราะการพลาดเพียงไม่กี่ภูมิภาค อาจหมายถึงการหลุดจากเกมจัดตั้งรัฐบาล
จากต่ำร้อยสู่เกินร้อย
แหล่งข่าวระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ก่อนประกาศยุบสภา การประเมินภายในของพรรคอยู่ในภาวะ “ตั้งรับ” อย่างชัดเจน
“ตัวเลขตอนนั้น ประเมินต่ำกว่า 100 ที่นั่งจริง” แต่หลังจาก
1.ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
2.เปิดรับสมัคร สส.
3.แกนนำพรรคลงพื้นที่ถี่ขึ้น
คะแนนนิยมเริ่มขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
-1 เดือนหลังยุบสภา : ตัวเลขทะลุ 100-130 ที่นั่ง
-กระแสพรรคกับคู่แข่งเริ่ม สูสี คู่คี่
หยั่งเสียงรอบแรก 152 เขต พท.นำ 92-94 เขต
ผลสำรวจภายในรอบแรก ใน 152 เขตเลือกตั้ง พบว่า
-เพื่อไทยได้เปรียบ 92–94 เขต
-เฉพาะภาคอีสาน 55 เขต
-สส.บัญชีรายชื่อ ประเมิน 20–22 คน
หยั่งเสียงรอบสอง : อีสานคือหัวใจ
เมื่อขยายการประเมินเป็น 280 เขต
-ภาคอีสาน เพื่อไทยได้เพิ่มอีก 37 (+55) เขต
-รวมอีสาน 92 เขต (จากทั้งหมด 133 เขต)
เทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 ที่เพื่อไทยได้ 77 เขต ในอีสาน ถือเป็นสัญญาณ “ทวงคืนฐานแดง” อย่างเป็นรูปธรรม
ประเมินล่าสุดตัวเลข 159 ที่นั่ง
ผลประเมินภายในล่าสุด ระบุว่า เพื่อไทยได้
- สส. รวม 159 เขต
- พื้นที่ กทม. 8–10 เขต
-บัญชีรายชื่อ 20–22 คน
ฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดของพรรคคือ อันดับ 2 ไม่ใช่อันดับ 3
คาดการณ์เป็นช่วง
-ขั้นต่ำ 140 ที่นั่ง
-ขั้นสูง 165 ที่นั่ง
ประเมินสส.รายภูมิภาค
-ภาคเหนือ : 22–25
-ภาคอีสาน : 70–80
-ภาคกลาง : 20–25
-กทม.–ปริมณฑล : 8–10
-ภาคใต้ : 0
-บัญชีรายชื่อ : 20–25
สัญญาณภายใน“ไม่ร้องขอเงิน”
แหล่งข่าวในพรรคสะท้อนบรรยากาศที่น่าสนใจ
-แกนนำพื้นที่ ร้องขอให้ “ดร.เชน – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ” แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ลงพื้นที่ มากกว่าขอเงิน
-แทบไม่มีการร้อง “เติมทุน” สู้ศึก
-บ้านใหญ่ที่ย้ายพรรค กระแสไม่ดีเท่าที่คิด
“ยศชนัน”อ่อนนอก–แข็งใน
การชู “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เป็นแคนดิเดตนายกฯ ถูกมองว่าเป็น “จุดเสี่ยง” ในช่วงต้น แต่กลับกลายเป็น ตัวเร่งคะแนน เพราะภาพลักษณ์ :
-สุขุม ไม่ท้ารบ
-ไม่สร้างศัตรู
-โฟกัสนโยบายและการบริหาร
-เป็น “ตัวเชื่อมชินวัตร”
นายยศชนัน ยอมรับตรงไปตรงมาว่า
“วันแรกที่ผมลงหาเสียง ผมวิตกกังวลมาก แต่วันนี้การตอบรับจากสายตาและท่าทีของประชาชน บอกได้ว่าพวกเขาเปิดรับมากขึ้น”
ยุทธศาสตร์เพื่อไทย"ไม่เลือกขั้ว"
พรรคเพื่อไทยเลือกใช้ยุทธศาสตร์:
-ไม่ประกาศชัดเจนว่าจะจับขั้วใด
-ไม่เล่นเกมสี
-ปล่อยให้ “เสียงประชาชน” เป็นตัวตัดสิน
-วางหมากมุ่งสู่การจัดตั้งรัฐบาล
ในสนามเขต:
-โฟกัสพื้นที่เป้าหมาย
-ปลุกฐาน “คนรักชินวัตร”
-ทวงคืนพื้นที่จากค่ายส้ม
ศึก 3 ก๊ก“ส้ม-แดง-น้ำเงิน”
การเลือกตั้ง 2569 คือ “ยุทธการ 3 ก๊ก”
- พรรคประชาชน (ส้ม) เดิมพันรักษาฐานโหวตเตอร์ 14 ล้านเสียง เป้า 170–250 ที่นั่ง
- เพื่อไทย (แดง) เดิมพัน “ยศชนัน” กับเป้า 150 ที่นั่ง วัดใจหลานชายนายใหญ่
- ภูมิใจไทย (น้ำเงิน) พรรคบ้านใหญ่ เป้า 130-140 ที่นั่ง แต่จุดอ่อน คือ คะแนนป็อปปูลาร์โหวต กระทบปาร์ตี้ลิสต์ ถึงขั้นมี “คำสั่งลับ” ให้ผู้สมัครดึงคะแนนบัญชีรายชื่อแลก “ท็อปอัป”
แดงยังไม่ตายแต่อยู่ในเกมวัดใจ
ผลหยั่งคะแนนภายในเพื่อไทยสะท้อนชัดว่า
-พรรคค่ายแดงยังไม่หลุดวงโคจรอำนาจ
-คำถามสุดท้ายไม่ใช่ “เพื่อไทยได้กี่ที่นั่ง”
แต่คือ
“จะได้มากพอเป็นแกนรัฐบาล หรือเป็นเพียงตัวแปรในสมรภูมิ 3 ก๊ก”
คำตอบนั้น…จะชัดเจนในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569