
เจาะลึก 'โหวตโน เลือกตั้ง อบต. 2569' ปรากฏการณ์พลังเงียบ เปลี่ยนเกมท้องถิ่น
เมื่อคะแนน "ไม่ประสงค์ลงคะแนน" หรือ VOTE NO ชนะขาด เปิดปรากฏการณ์โหวตโนสะเทือนสนามเลือกตั้ง อบต. ท่าชะมวงและอีกหลายเขต ส่งผลให้ผู้สมัครเดิมชวดสิทธิ์ทันที และต้องจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน พลังนี้สำคัญอย่างไร และกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นระบุไว้อย่างไร ติดตามรายละเอียดที่นี่
KEY
POINTS
- การเลือกตั้ง อบต. ปี 2569 เกิดปรากฏการณ์ "โหวตโน" (ไม่ประสงค์ลงคะแนน) ซึ่งมีคะแนนสูงกว่าผู้สมัครในหลายพื้นที่ เช่น อบต. ท่าชะมวง จ.สงขลา
- ตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ผู้สมัครจะชนะได้ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่าคะแนนโหวตโน หากแพ้จะไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้
- เมื่อคะแนนโหวตโนชนะ จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ และผู้สมัครเดิมทุกรายที่ได้คะแนนน้อยกว่าจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนั้น
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ปรากฏการณ์ที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางคือการที่ประชาชนพร้อมใจกันใช้สิทธิ "ไม่ประสงค์ลงคะแนน" หรือ "โหวตโน" (Vote No) จนมีคะแนนเอาชนะผู้สมัครรับเลือกตั้งในหลายพื้นที่
พลังนี้ไม่ใช่เพียงการรักษาสิทธิเพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเท่านั้น แต่ตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น พลังโหวตโนคือกลไกสำคัญที่ใช้ "คัดกรอง" และ "ปฏิเสธ" ผู้สมัครที่ประชาชนเห็นว่ายังไม่เหมาะสม
โหวตโน (Vote No) คืออะไร? พลังที่มากกว่าแค่การรักษาสิทธิ์
ในภาษาทางกฎหมายการเลือกตั้ง โหวตโน (Vote No) คือการลงคะแนนในช่อง "ไม่ประสงค์ลงคะแนน" หรือ "ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด" ซึ่งไม่ใช่เพียงการแสดงตัวตนว่ามาใช้สิทธิ์เท่านั้น แต่ในทางกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น พลังนี้มีศักยภาพในการ "ปฏิเสธ" ตัวเลือกที่ผู้สมัครนำเสนอมาทั้งหมด
ความสำคัญของโหวตโนในการเลือกตั้ง อบต.: กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต. หรือสมาชิกสภา อบต. จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่าคะแนนโหวตโน
หากคะแนนโหวตโนชนะ คะแนนของผู้สมัครคนนั้นจะกลายเป็น "คะแนนที่เสียเปล่า" และไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ทันที ส่งผลให้เกิดกลไกการเลือกตั้งใหม่เพื่อให้ได้ตัวแทนที่ประชาชนยอมรับอย่างแท้จริง
เปิดรายชื่อเขตเลือกตั้งที่ "โหวตโน" ชนะขาดลอย
จากการรายงานผลการเลือกตั้ง อบต. เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 พบหลายพื้นที่ที่กระแสโหวตโนสร้างความฮือฮา ดังนี้:
อบต. ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา: เป็นกรณีที่ถูกพูดถึงมากที่สุด โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์โหวตโนถึง 6,598 คน หรือคิดเป็น 61.57% ซึ่งมากกว่าคะแนนของผู้สมัครหมายเลข 1 ที่ได้เพียง 2,913 คะแนน
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากผู้สมัครหมายเลข 2 (กำนันยอง) ถูกยิงเสียชีวิตก่อนวันเลือกตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์
อบต. เขาแดง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา: เป็นอีกหนึ่งแห่งที่คะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนนชนะผู้สมัคร ทำให้ต้องเตรียมจัดการเลือกตั้งใหม่
อบต. ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา (เฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1): ในการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบต. (ส.อบต.) ผู้สมัครได้คะแนน 160 คะแนน แต่พ่ายแพ้ให้กับคะแนนโหวตโนที่มีสูงถึง 211 คะแนน
อบต. อ่าวลึกใต้ จ.กระบี่: พบว่ามีผู้สมัคร ส.อบต. พ่ายแพ้ให้กับคะแนนโหวตโนเช่นกัน ทำให้ กกต. ต้องจัดเลือกตั้งใหม่
ผลกระทบที่ตามมา: เมื่อโหวตโนชนะ...ผู้สมัครเดิม "ตกกระป๋อง"
ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 110 และ 111 เมื่อเกิดเหตุการณ์โหวตโนชนะผู้สมัคร จะส่งผลกระทบดังนี้:
- ต้องจัดเลือกตั้งใหม่: ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (โดยปกติไม่เกิน 45 วัน นับจาก กกต. มีคำสั่ง),
- ตัดสิทธิ์ผู้สมัครรายเดิม: กฎหมายระบุว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งรายเดิมทุกรายที่ได้คะแนนน้อยกว่าคะแนนโหวตโน จะไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นใหม่ในครั้งนั้น,,,
นอกจากนี้ยังมี "เกณฑ์ 10% สำหรับผู้สมัครคนเดียว" ในกรณีที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว นอกจากต้องชนะคะแนนโหวตโนแล้ว ยังต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นด้วย






