thansettakij
thansettakij
ดีเอสไอ รับสอบสวนรื้อ คดีโฮปเวลล์ ยื้อจ่ายค่าโง่ 2.4 หมื่นล้าน

ดีเอสไอ รับสอบสวนรื้อ คดีโฮปเวลล์ ยื้อจ่ายค่าโง่ 2.4 หมื่นล้าน

03 ก.ย. 63 | 06:09 น.

ดีเอสไอ รับสอบสวนรื้อ คดีโฮปเวลล์-ยื้อจ่ายค่าโง่ 2.4 หมื่นล้านบาท ยัน เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเนื่องจากยืดเยื้อมากว่า 30 ปีแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (3 กันยายน 2563) เมื่อเวลา 10.30 น. ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ  ถนนแจ้งวัฒนะ พันตำรวจโท กรวัชร์  ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ จากนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความผู้รับมอบอำนาจกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ในความผิด กรณีผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กระทำความผิดในการจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย)จำกัด ให้เป็นนิติบุคคลต่างด้าวตามกฎหมายไทย 
นอกจากนั้น ยังปรากฏว่า มีการกระทำความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ทั้งของนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชน ที่เกี่ยวข้อง โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องไว้เพื่อตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว โดยยืนยันว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากคดีนี้ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 30 ปีแล้ว

ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความผู้รับมอบอำนาจกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ได้นำเอกสารหลักฐานกว่า 23 รายการ มายื่นร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อขอให้ดีเอสไอรับสอบสวน กรณีผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) และเจ้าหน้าที่กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโฮปเวลล์ฯ และยังมีนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกระทำความผิดอาญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการโฮปเวลล์ฯ โดยมั่นใจว่าเอกสารที่นำมายื่นในครั้งนี้ จะพลิกคำตัดสินคดีที่มีก่อนหน้า ทำให้รัฐไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยและค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยกว่า 30,000 ล้านบาท และในสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ให้ชะลอการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว แม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาไปแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับคดีนี้เมื่อวันที่ 22 ก.ค.63 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้นไม่รับคำฟ้องของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ยื่นขอให้รื้อคดีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท.ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ให้ทั้งสองหน่วยงาน ต้องคืนเงินค่าตอบแทนที่บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย)จำกัด ชำระและใช้เงินในการก่อสร้างโครงการพร้อมดอกเบี้ยราว 2.4 หมื่นล้านบาท ให้กับบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด

 

ศาลปกครองสูงสุด ระบุว่า ที่กระทรวงคมนาคมและรฟท. อ้างว่า ศาลปกครองสูงสูดฟังข้อเท็จจริงผิดพลาดคลาดเคลื่อนในประเด็นเกี่ยวกับระยะเวลาในการเสนอข้อพิพาทและการกำหนดประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีนั้น เห็นว่า การกำหนดประเด็นแห่งคดีและปัญหาทั้งหลายที่ต้องวินิจฉัย ตลอดจนการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาในการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการตามที่อ้างนั้นล้วน แต่เป็นการใช้ดุลยพินิจของศาลในการกำหนดประเด็นแห่งคดีและวินิจฉัยปัญหา ตามรูปเรื่องข้อเท็จจริงแห่งคดี ข้ออ้างดังกล่าวจึงมีลักษณะโต้แย้งดุลยพินิจในการพิจารณาพิพากษาของศาล แม้จะเป็นการแตกต่างไปจากความเห็นของผู้ร้องทั้งสอง แต่ก็ไม่ใช่เป็นกรณีที่ศาลฟังข้อเท็จจริงผิดพลาด หรือทำการให้การดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีกลายเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มีข้อบกพร่องสำคัญที่ทำให้ผลของคดีไม่มีความยุติธรรม


ส่วนที่อ้างว่า ศาลปกครองชั้นต้น ไม่มีอำนาจพิจารณา หรือมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่นั้น เห็นว่า คำขอพิจารณาคดีใหม่เป็นคำฟ้องตามนัยมาตรา 3 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 แต่โดยกฎหมาย ไม่ได้กำหนดว่าการยื่นขอพิจารณาคดีใหม่ต้องยื่นศาลปกครองใด จึงต้องเป็นไปตามหลักกฎหมายทั่วไปว่าด้วยวิธีพิจารณคดีปกครองตามนัยข้อ 5 วรรคสอง แห่งระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2543 ดังนั้น คำขอพิจารณาคดีใหม่ในคดนี้จึงอยู่ในอำนาจจองศาลปกครองชั้นต้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

“นิติธร” คัดค้านจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล้าน

“ลุงตู่” ต้องไปฟ้อง ไล่เบี้ยค่าโง่โฮปเวลล์ 2.3 หมื่นล้าน

“ค่าโง่โฮปเวลล์” ความเจ็บปวด ของคนไทย

ค่าโง่หมื่นล้านโฮปเวลล์ หล่นในมือ ‘เสี่ย อ.’