"องอาจ" ย้ำ ปากท้องประชาชนจำเป็นกว่า "เรือดำน้ำ"

24 ส.ค. 2563 เวลา 2:44 น. 293

“องอาจ” ย้ำ ปากท้องประชาชนจำเป็นกว่าเรือดำน้ำ แนะ อนุฯ พิจารณาใหม่หลังได้ข้อมูลรอบด้านมากขึ้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ส.ค. 2563) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯจะยอมถอยเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ทบทวนการจัดซื้อเรือดำน้ำว่า เป็นเรื่องดีที่ประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯจะยอมถอยเรื่องนี้เพื่อพิจารณามติการจัดซื้อเรือดำน้ำใหม่ แต่แทนที่จะส่งเรื่องไปให้คณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณชุดใหญ่พิจารณา ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ควรเรียกประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯเพื่อพิจารณาลงมติเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำใหม่ 

 

ตนเชื่อมั่นว่า หลังจากคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ฟังข้อมูลรอบด้านมากขึ้นทั้งจากในสภาและนอกสภาก็อาจมีมติที่แตกต่างไปจากเดิมได้ เพราะที่ผ่านมาอาจจะฟังจากหน่วยงานที่ขอรับงบประมาณคือกองทัพเรือด้านเดียว ถึงความจำเป็นที่ต้องอนุมัติงบประมาณซื้อเรือดำน้ำปีนี้ แต่เมื่อได้ฟังข้อมูลเหตุผลจากหลากหลายด้านที่มาจากนอกสภามากขึ้น คณะอนุกรรมาธิการฯ ก็อาจลงมติที่ต่างไปจากเดิมได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไร กลับเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมากกว่าที่คณะอนุกรรมาธิการฯ เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ใช่ฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่ต้องการใช้เงินงบประมาณแต่เพียงอย่างเดียว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

จับตา "กองทัพเรือ" แถลงปมซื้อ "เรือดำน้ำ" บ่ายวันนี้

ผวา“เรือดำน้ำ” เติมเชื้อไฟการเมือง เสนอกมธ.ทบทวน

งบ "ซื้อเรือดำน้ำ" 2.2 หมื่นล้าน ใช้ทำอะไรได้บ้าง เช็กที่นี่

จัดหนัก "เรือดำน้ำ" เพื่อไทย แฉพิรุธ ไม่ใช่สัญญาจีทูจี

 

การส่งเรื่องไปให้คณะกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่ทบทวนว่า จะซื้อเรือดำน้ำหรือไม่ เท่ากับโยนภาระไปให้โดยไม่จำเป็น ควรทำให้จบในชั้นคณะอนุฯถึงแม้คณะกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่จะมีสิทธิทบทวนมติของคณะอนุฯได้ก็ตาม

ส่วนที่ประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์กังวลว่าการลงมติเห็นชอบให้ซื้อเรือดำน้ำจะถูกโยงไปเติมเชื้อสถานการณ์การเมืองให้แรงขึ้น ควรเลื่อนการจัดซื้อออกไปก่อนนั้น ตนเห็นว่า การจะซื้อเรือดำน้ำหรือไม่ ไม่ควรไปผูกโยงกับสถานการณ์การเมืองที่มีการชุมนุมกันอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้ไม่มีการซื้อเรือดำน้ำการชุมนุมก็คงดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายแต่ควรดูว่า การซื้อเรือดำน้ำขณะนี้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์และมีความจำเป็นหรือไม่ 

 

ตนมองว่า การซื้อเรือดำน้ำขณะนี้ไม่เหมาะสมและไม่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยกำลังมีวิกฤติเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นผลกระทบจากโควิด-19 จึงควรใช้จ่ายงบประมาณเพื่อแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคมที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 เป็นหลัก รวมทั้งขณะนี้ประชาชนแทบทุกภาคส่วนล้วนกำลังเดือดร้อน มีชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก มีคนว่างงานเพิ่มขึ้น ธุรกิจ SME จำนวนมาก กำลังอยู่ในภาวะดิ้นรนช่วยตัวเองอย่างมาก มีแนวโน้มจะไปไม่รอดสูง รอวันเจ๊ง จึงควรใช้เงินทุกบากทุกสตางค์เพื่อช่วยเหลือดูแลเยียวยาประชาชนให้เดินหน้าต่อไปได้จะเหมาะสมกว่า

นอกเหนือจากนั้น ขณะที่บ้านเมืองมีวิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้ ภาครัฐควรนำเงินไปใช้ให้เกิดการจ้างงานเพิ่มการผลิตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ก่อผลิตภาพทางเศรษฐกิจมากที่สุด มากกว่าไปใช้ซื้อเรือดำน้ำที่ไม่ก่อให้เกิดผลิตภาพทางเศรษฐกิจและไม่จำเป็นแต่อย่างใด ขอยืนยันว่า การนำเงินไปใช้เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจดูแลปากท้องของประชาชนจำเป็นมากกว่าการซื้อเรือดำน้ำที่กำลังผลักดันกันอยู่ขณะนี้ ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทบทวนการซื้อเรือดำน้ำอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง