
เตือน 7 เขตกทม. ตรวจพบค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กทม. แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่รวม 7 เขต พร้อมรับมือค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
จากศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสรุปผลการตรวจวัด PM2.5 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 เวลา 05.00-07.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) โดยตรวจวัดได้ 20.2-42.1 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 30.5 มคก./ลบ.ม. ค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพใน 7 พื้นที่
ทั้งนี้ ณ เวลา 07.00 น. ตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ได้ในช่วง 21-42.1ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน และพบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 7 พื้นที่ ได้แก่
1.เขตหนองแขม
- สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 : มีค่าเท่ากับ 42.1 มคก./ลบ.ม.
2.เขตภาษีเจริญ
- หน้ามหาวิทยาลัยสยาม(ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 41.2 มคก./ลบ.ม.
3.เขตบางบอน
- ใกล้ตลาดบางบอน : มีค่าเท่ากับ 40.6 มคก./ลบ.ม.
4.เขตหนองจอก
- บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 40.4 มคก./ลบ.ม.
5.เขตทวีวัฒนา
- สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา : มีค่าเท่ากับ 39.7 มคก./ลบ.ม.
6.เขตตลิ่งชัน
- ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี : มีค่าเท่ากับ 39.0 มคก./ลบ.ม.
7.เขตลาดกระบัง
- ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ : มีค่าเท่ากับ 38.1 มคก./ลบ.ม.
สำหรับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง (คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อฝุ่นPM2.5 โดยสภาพทางอุตุนิยมวิทยา) ในช่วงวันที่ 20-25 พ.ย. 66 การระบายอากาศไม่ดีถึงอ่อนประกอบกับอากาศมีเสถียรภาพ จึงคาดว่า จะทำให้ความเข้มข้นของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น และคาดการณ์วันนี้มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย และจากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA ไม่พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร
คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ ระดับสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
สำหรับบุคคลทั่วไป:
- ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น
ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ :
- ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลียควรปรึกษาแพทย์





